ตอนที่ 361
บทที่ 680 : เป็นตระกูลเฉินจริงๆ!
October 22, 2026
บทที่ 680 : เป็นตระกูลเฉินจริงๆ! แน่นอนว่าต้องเป็นหน้าที่ของเจสเตอร์อีกเช่นเคยแต่ครั้งนี้เขาไม่บ่นเป็นหมีกินผึ้งเหมือนครั้งก่อนๆ แต่กลับกระตือรือร้นเสนอตัวทำหน้าที่นี้ด้วยความเต็มอกเต็มใจ เพราะเกรงว่าพอลจะแย่งทำหน้าที่แทน “นี่เจสเตอร์..ข้ารู้ว่าเจ้ามีคุณสมบัติเหมาะสมจะทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้กับข้า แต่เจ้าช่วยหาเสื้อผ้าสวมใส่กันอุจาดก่อนจะได้หรือไม่” หลิงหยุนพูดยิ้มๆพร้อมกับมองไปยังเรือนร่างซีดขาวที่นั่งอยู่ด้านคนขับของเจสเตอร์.. “โอ้..จริงด้วย! นี่ฉันลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ได้ยังไงกัน มิสเตอร์ที่เคารพ ไอซอรี่.. ซอรี่จริงๆ” เจสเตอร์ร้องออกมาอย่างตกใจพร้อมกับรีบเอามือกุมอวัยวะส่วนล่างของตนเองไว้แล้วรีบวิ่งลงไปที่ท้ายรถหยิบชุดเสื้อสูทหางปลาออกมาสองชุด และส่งให้กับพอลที่นั่งอยู่ด้านหลังใส่ด้วย หลังจากสวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเจสเตอร์ก็รีบกลับไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับเช่นเดิม แล้วจึงหันไปโค้งตัวพูดกับหลิงหยุนอย่างนอบน้อม “นี่มิสเตอร์ที่เคารพ..ต่อไปท่านก็จะค่อยๆชินไปเองล่ะ เพราะพวกเรามักจะกลายร่างกันอยู่บ่อยๆหากจำเป็น พวกเราถึงต้องมีชุดสำรองอยู่ท้ายรถมากมาย แต่ถ้าไม่มีใครเตือน หลายครั้งที่พวกเราก็ไปในสภาพเปลือยเปล่าแบบนี้อยู่บ่อยๆ..” อวัยวะทุกส่วนตามร่างกายของแวมไพร์นั้นก็ไม่ต่างจากมนุษย์เราเลยแม้แต่น้อยมีเพียงแค่ร่างกายที่เย็นกว่าเท่านั้น และหากหลิงหยุนไม่ทักท้วง พวกมันก็คงลืมไปแล้วว่ากำลังเปลือยกายร่อนจ้อนอยู่ หลิงหยุนจ้องมองอวัยวะส่วนล่างของเจสเตอร์อย่างสนใจพร้อมกับถามขึ้นว่า“ข้าชักสงสัยแล้วสิว่า.. ไอ้นั่นของพวกเจ้าคงจะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร.. หากข้าตัดมันทิ้งไป มันจะสามารถงอกออกมาได้เหมือนอวัยวะส่วนอื่นหรือไม่!” “โอ้ว..ท่านซาตานที่เคารพ ท่านเป็นเทพซาตานของพวกเรา แม้ว่าพวกเราจะรู้ดีว่าท่านมีพลังอำนาจมากแค่ใหน และสามารถฆ่าพวกเราได้อย่างง่ายดาย แต่คำถามนี้.. ไอไม่ขอตอบนะจ๊ะนาย!” เจสเตอร์ส่ายหน้าไปมาขณะที่ร้องบอกหลิงหยุน..เดี๋ยวเขาก็เรียกหลิงหยุนว่ามิสเตอร์ เดี๋ยวก็เรียกว่าซาตานตามแต่จะนึกได้.. “ข้าก็แค่พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับเจ้าเท่านั้น..เจ้าทำไมต้องตื่นเต้นตกใจขนาดนั้นด้วย! รีบๆขับไปเร็วเข้า ยิ่งไปถึงเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี..” หลิงหยุนพูดกับเจสเตอร์ที่ทำท่าทางล้นๆอยู่ตลอดเวลาจนดูน่าขัน.. แต่ยังไม่ทันที่หลิงหยุนจะพูดจบเจสเตอร์ก็เหยียบคันเร่ง และรถสีเงินก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เกาเทียนหลงขับรถออดี้สีดำที่มีเหล่ากุ่ยนั่งไปด้วยไล่ตามหลังรถสีเงินไปทันทีเช่นกันและในเวลานี้ความเร็วของรถสีเงินก็อยู่ที่สองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยความเร็วเช่นนี้รับรองว่าพวกเขาจะถึงเมืองหลวงภายในเจ็ดหรือแปดชั่วโมงเท่านั้นเมืองจิงฉูนั้นอยู่ห่างจากปักกิ่งไปราวหนึ่งพันสามร้อยกิโลเมตร..“เอาล่ะ..ตอนนี้ตอบข้ามาได้หรือยังว่าใครคือบารอนของพวกเจ้า” หลิงหยุนนั่งนิ่งอยู่หลังรถครู่หนึ่ง จึงเริ่มถามในสิ่งที่อยากรู้..“ท่านบารอนของพวกเราก็คือมิสเตอร์เฉิน– มิสเตอร์เฉินเจี้ยนกุ่ย แห่งตระกูลเฉิน หนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่ของประเทศจีน”หลิงหยุนพยักหน้าไม่พูดอะไร..ในใจกำลังครุ่นคิดว่าเป็นอย่างที่เขาคิดไว้จริงๆ!ที่แท้คุณชายเฉิน..ญาติห่างๆของเกาเฉินเฉินที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศก็เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด‘เจ้าชื่อเฉินเจี้ยนกุ่ยงั้นรึแล้วก็เป็นผีดูดเลือดด้วยงั้นรึ?’หลิงหยุนยังจำได้แม่นยำว่าในคือก่อนวันเทศกาลเชงเม้งนั้น เขาและเกาเฉินเฉินไปเดทกันที่หลังโรงเรียน และเมื่อทั้งคู่กำลังคุยกันเรื่องตระกูลใหญ่เจ็ดตระกูลในปักกิ่งนั้น ก็มีสายจากเมริกาโทรเข้ามาหาเกาเฉินเฉินเสียงของผู้ชายคนนั้นฟังดูนุ่มนวลแล้วก็อ่อนโยนแต่ก็ขยันโทรหาเกาเฉินเฉินอย่างบ้าคลั่ง ในคืนนั้นเฉินเจี้ยนกุ่ยได้บอกกับเกาเฉินเฉินว่า เขากำลังจะกลับเมืองจีนแล้ว และก่อนกลับก็จะโทรบอกเกาเฉินเฉินล่วงหน้าด้วยเกาเฉินเฉินถูกเฉินเจี้ยนกุ่ยรังควานจนเริ่มหมดความอดทนอีกทั้งคืนนั้นเป็นเดทครั้งแรกของเธอกับหลิงหยุนด้วย จึงได้บอกกับเฉินเจี้ยนกุ่ยไปว่า หากเขายังไม่หยุดโทรมารังควานเธอ เธอก็จะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือใหม่แต่เฉินเจี้ยนกุ่ยที่แม้จะพูดจานุ่มนวลอ่อนโยนแต่น้ำเสียงของเขาก็เต็มไปด้วยความยะโสโอหัง และไม่เปิดโอกาสให้เกาเฉินเฉินได้ปฏิเสธเลยแม้แต่น้อยเกาเฉินเฉินเองก็ไม่มีทางเลือกเพราะตอนนั้นหลิงหยุนเองก็ยังไม่ตกปากรับคำที่จะเป็นแฟนของเธอ และเกาเฉินเฉินเกรงว่าหลิงหยุนจะไม่สามารถรับมือกับบเฉินเจี้ยนกุ่ยได้หากบอกความจริงกับเฉินเจี้ยนกุ่ยไป เธอจึงได้แต่ดึงเวลาด้วยการขอให้เฉินเจี้ยนกุ่ยรอให้เธอสอบเอนทรานซ์เสร็จเสียก่อนเฉินเจี้ยนกุ่ยเองก็ยอมรับข้อเสนอของเกาเฉินเฉินและได้บอกกับเกาเฉินเฉินว่าหากเขากลับมาเมืองจีนเมื่อไหร่ เขาจะรออีกสองเดือนจนกว่าเกาเฉินเฉินจะสอบเอนทรานซ์เสร็จเสียก่อน..ความจริงแล้วทั้งคู่ก็ไม่น่าจะมีอะไรต่อกันแล้ว..แต่กลับคิดไม่ถึงว่าในช่วงเวลาที่หลิงหยุนลงไปสำรวจหลุมยักษ์นั้น เมื่อกลับขึ้นมาแล้วเขาก็ไม่ได้ข่าวคราวของเกาเฉินเฉินอีกเลยอีกทั้งในช่วงเวลาที่หลิงหยุนยังอยู่ในหลุมยักษ์นั้นซันเทียนเปียวเองก็มาที่จิงฉู และได้ลงมือจัดการแก้แค้นครอบครัวหลิงหยุน เกาเฉินเฉินสัมผัสได้ถึงปัญหาที่รุนแรงนี้ จึงได้รีบกลับไปที่บ้านเพื่อขอความช่วยเหลือจากตระกูลเกา แต่กลับคิดไม่ถึงว่าเฉินเจี้ยนกุ่ยได้จัดการคนในตระกูลเกาให้ตกเป็นทาสของเขาหมดแล้ว..หลิงหยุนเองก็คาดเดาไว้นานแล้วว่าการที่เกาเฉินเฉินกลับไปบ้านแล้วหายตัวไปอย่างเงียบเชียบไม่ได้ข่าวคราวเช่นนี้ เธอน่าจะต้องมีปัญหากับคนแซ่เฉินอย่างแน่นอน..และจากการได้พบแวมไพร์ที่เป็นชาวต่างชาติในครั้งนี้ได้ทำให้ปริศนาและความคลางแคลงใจทั้งหมดของเขาได้รับคำตอบในทันที..