ตอนที่ 360
บทที่ 679 : ซาตานหลิงหยุน!
October 22, 2026
บทที่ 679 : ซาตานหลิงหยุน! “ในที่สุดก็มีเลือดไหลออกมาเหมือนกันสินะ!” เลือดที่เปื้อนกระบี่โลหิตแดนใต้นั้นถูกกระบี่ดูดซับเข้าไปจนเกลี้ยงไม่เหลือร่องรอยของเลือดแม้แต่หยดเดียว! แวมไพร์ไม่มีวันตาย..แต่ก็ไม่สามารถเสียเลือดจำนวนมากได้เช่นกัน! ลูกกระสุนธรรมดาๆยังไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้ และไม่สามารถทำให้พวกมันเสียเลือดจำนวนมากได้! การจะฆ่าแวมไพร์นั้นต้องใช้วิธีตัดศรีษะเท่านั้นหรือไม่ก็ต้องใช้ดาบฟันเพื่อให้พวกมันเกิดการสูญเสียเลือดจำนวนมากๆ พวกมันจึงจะตาย! แต่ถึงแม้จะไม่ตาย แต่อย่างน้อยก็สามารถทำให้พวกมันหลับยาวได้สักระยะหนึ่ง.. แต่หลิงหยุนเองไม่ต้องการทำอะไรที่ยุ่งยากถึงเพียงนั้นเพราะกระบี่โลหิตแดนใต้ของเขานั้นไม่เพียงคมกริบอย่างมาก แต่คุณสมบัติที่น่ากลัวและน่าสยดสยองของมันก็คือ.. มันดื่มเลือด! ตัวกระบี่ดำเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่งแขนทั้งสองข้างของจิมถูกตัดขาดทันที ทำให้เส้นเลือดใหญ่สองเส้นถูกตัดขาดพร้อมกัน แม้ภายในร่างกายของมันจะไม่มีเลือดมากนัก แต่กระบี่โลหิตแดนใต้ก็ดูดเข้าไปจนไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว! ร่างที่ซีดขาวยิ่งกว่าเดิมนั้นลอยละลิ่วตกลงกระแทกพื้นอย่างแรงจนร่างทั้งร่างเปื้อนฝุ่นไปหมด ในเมื่อทั่วทั้งร่างไม่มีเลือดเหลือแม้แต่หยดเดียวก็เท่ากับตายโดยไม่ต้องตาย! “แบบนี้เรียกว่าตายได้หรือยัง!”หลิงหยุนอึ้งไปเล็กน้อย และในที่สุดเขาก็ค้นพบวิธีที่จะสังหารแวมไพร์ให้ตายได้ หลิงหยุนยกมือซ้ายที่ถือกระบี่โลหิตแดนใต้ขึ้นดูดวงตาของเขาจับจ้องอยู่ที่กระบี่สีดำพร้อมกับคิดในใจว่า.. ‘กระบี่นี่ดูดเลือดได้จริงๆด้วย..’ “แก..แกมันซาตาน! ฉันไม่เคยเห็นมนุษย์อย่างแกมาก่อน! แกต้องเป็นซาตานแน่ๆ!” จิมกรีดร้องออกมาอย่างหวาดกลัวและในที่สุดเขาก็ถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือมนุษย์.. เมื่อเจสเตอร์เห็นเพื่อนที่แข็งแกร่งมากที่สุดในกลุ่มถูกหลิงหยุนหั่นเป็นชิ้นเขาแทบไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเอง และรีบลุกขึ้นยืนอยู่ที่ก้อนหินห่างไกลออกไปพร้อมกับร้องตะโกนออกมา “ร่างกายของแวมไพร์แข็งแกร่งยิ่งกว่าอะไรแต่ดาบนั่นกลับตัดร่างของพวกเราขาดไม่ต่างจากหั่นผัก พระเจ้า! ดาบนั่นต้องเป็นอาวุธสำหรับเอาชีวิตแวมไพร์อย่างพวกเราแน่ๆ!” “พระเจ้า!นี่ฉันเห็นแวมไพร์ถูกฆ่าตายเหรอนี่..” เจสเตอร์หวาดกลัวจนคลุ้มคลั่งและแทบเป็นบ้าแม้แต่อาวุธศักดิ์สิทธิ์ของแวมไพร์ทั้งสิบสามสายพันธุ์ในตำนานอย่างมีดและขวาน ก็ยังไม่น่าขนพองสยองเกล้าเท่ากับกระบี่สีดำในมือของหลิงหยุน.. มีดศักดิ์สิทธิ์– ตามตำนานเล่าว่า มีดศักดิ์สิทธิ์นั้นได้สังหารผู้คนมาแล้วถึงห้าล้านคน และวิญญาณของผู้คนที่ถูกฆ่าตายนั้น ก็ได้เข้ามาสิงสู่อยู่ในมีดเล่มนี้ และกลายเป็นทาสของมีดเล่มนี้ หากผู้ใดได้ครอบครองมีดเล่มนี้ ก็เท่ากับว่ามีผู้ช่วยถึงห้าล้านคนเลยทีเดียวขวานศักดิ์สิทธิ์– ผู้ที่ครอบครองขวานด้ามนี้ จะมีพลังเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นสิบๆเท่า แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องหลั่งเลือดของตนเองด้วยและนี่คืออาวุธศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองชิ้นที่เหล่าแวมไพร์ทั้งหลายต่างก็หวาดกลัวไม่ว่าจะเป็นแวมไพร์สายเลือดแท้ หรือแวมไพร์ชั้นต่ำที่เป็นเพียงเหล่าข้าทาสบริวาร เรียกได้ว่าแวมไพร์ไม่ว่าจะสายเลือดแท้หรือไม่แท้ เมื่อได้ยินชื่ออาวุธศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองชนิดนี้ต่างก็ต้องถึงกับผงะไปตามๆกัน!แต่ตอนนี้..ในสายตาของเจสเตอร์นั้น กระบี่สีดำในมือของหลิงหยุนดูเหมือนจะน่ากลัวยิ่งกว่าอาวุธศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองชนิดที่พูดมาเสียอีก และนี่นับว่าเป็นฝันร้ายและนรกของเหล่าแวมไพร์เลยทีเดียว!จิมตายแล้ว!ร่างของเขาแห้งเหี่ยวไปในพริบตา หลิงหยุนเห็นเจสเตอร์กรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก็ถึงกับยิ้มออกมา..ร่างใหญ่เหมือนหมีของพอลนั้นยังคงฝังอยู่ในหินและไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ เจสเตอร์อ้าปากที่เหลือเขี้ยวอยู่เพียงข้างเดียวนั้นกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน..ในเมื่ออยู่ต่อหน้าหลิงหยุน..มีหรือที่เจสเตอร์จะหนีรอดไปได้ เพียงแค่ไม่กี่ร้อยเมตร หลิงหยุนก็สามารถจับตัวเขาได้ในชั่วพริบตา..“แวมไพร์อย่างพวกเจ้าก็เลือดไหลได้เหมือนกันนี่..”หลิงหยุนจ้องมองร่างของจิมที่กลับกลายเป็นร่างปกติแล้ว พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“หลิงหยุน..กระบี่.. กระบี่ในมือของคุณเป็นกระบี่อะไรกันแน่ ทำไมถึงได้ทรงพลังแบบนั้น? ทำไมกระบี่นั่นถึงได้ฆ่าแวมไพร์ได้?”เกาเทียนร้องถามออกมาอย่างตกอกตกใจความจริงแล้วเขาตั้งใจจะร้องบอกหลิงหยุนว่า การสังหารเหล่าแวมไพร์นั้น จะต้องใช้แสงอาทิตย์หรือไม่ก็ไฟเท่านั้น แต่กลับคิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะสามารถสังหารจิมได้ด้วยกระบี่..เป็นที่รู้กันว่าแสงอาทิตย์และเปลวไฟเป็นศัตรูของเหล่าแวมไพร์บรรดาแวมไพร์ธรรมดาๆ ล้วนแล้วแต่ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสหากโดนแสงอาทิตย์เป็นเวลานาน และอาจถึงแก่ชีวิตได้ในที่สุด และเปลวไฟก็จะทำให้เหล่าแวมไพร์กลายเป็นเพียงแค่กลุ่มควันหลิงหยุนเพิ่งจะฝึกวิชาหยางพิสุทธิ์ถึงระดับที่หนึ่งได้เท่านั้นหากเขาฝึกถึงระดับที่สามได้เมื่อใด แน่นอนว่าเขาต้องสังหารเหล่าแวมไพร์ได้ง่ายดายอย่างแน่นอนยิ่งไปกว่านั้นในแหวนพื้นที่ของหลิงหยุนก็ยังมียันต์อัคนีระดับห้าอยู่มากมาย แต่หลิงหยุนยังไม่นำออกมาใช้ เพราะหากเขานำออกมาใช้จริงๆ นั่นจะยิ่งเป็นฝันร้ายของเหล่าแวมไพร์มากกว่านี้ และเจสเตอร์คงต้องขนพองสยองเกล้ายิ่งกว่านี้เช่นกัน!ไม่เพียงเท่านั้น..ในแหวนพื้นที่ของหลิงหยุนยังมีเข็มเงินอีกหลายร้อยเล่ม และหากเขาใช้เข็มเงินซัดเข้าที่หัวใจของเหล่าแวมไพร์แล้วล่ะก็ ต่อให้พวกมันไม่ตาย ก็ต้องหลับใหลอย่างยาวนาน และเมื่อใดที่พระอาทิตย์ขึ้น ร่างของพวกมันก็จะถูกแสงอาทิตย์แผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านหลิงหยุนอาจจะสามารถสังหารเหล่าแวมไพร์ได้ก็จริงแต่นั่นไม่สามารถทำให้เขารู้และเข้าใจแวมไพร์ได้มากขึ้น เขาจึงยังไม่ต้องการจัดการขั้นเด็ดขาดกับพวกมัน!“นี่เป็นสมบัติล้ำค่ามันสามารถตัดเหล็กกล้าได้ราวกับตัดดินตัดโคลนเลยทีเดียว..” หลิงหยุนไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับกระบี่เล่มนี้ให้เกาเทียนหลงฟังมากนักจากนั้นร่างของหลิงหยุนก็ไปยืนอยู่ด้านหน้าเจสเตอร์ซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปพร้อมกับกวัดแกว่งกระบี่โลหิตแดนใต้ในมือไปมา และพูดขึ้นว่า“เอาล่ะ..เลิกโวยวายเสียงดังหนวกหูได้แล้ว! ใครก็ช่วยเจ้าไม่ได้ ตอบข้ามาว่าเจ้าอยากตาย หรืออยากมีชีวิตอยู่”เจสเตอร์นั้นรู้ดีว่าเขาไม่มีทางเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าหลิงหยุนอย่างแน่นอนหากเขาคิดจะหนีก็เป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี เขาจึงเลือกที่จะไม่หนี..