ตอนที่ 363
บทที่ 682 : เข้าปักกิ่งโดยไม่แสดงฐานะที่แท้จริง!
October 22, 2026
บทที่ 682 : เข้าปักกิ่งโดยไม่แสดงฐานะที่แท้จริง! “เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอีกไม่นานเกาเฉินเฉินก็ต้องตกเป็นบริวารของเฉินเจี้ยนกุ่ยอยู่ดี..เจ้าหมายความว่าอย่างไร” ในเมื่อได้ยินว่าคนชั่วช้าอย่างเฉินเจี้ยนกุ่ยถึงกับผงะเมื่อสัมผัสเข้ากับแสงจากพลังอมตะของพู่กันจักรพรรดิที่อยู่ในร่างของเกาเฉินเฉินหลิงหยุนจึงค่อยรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง แต่เมื่อได้ยินว่าเกาเฉินเฉินอาจจะรอดจากเงื้อมือของเฉินเจี้ยนกุ่ยได้อีกไม่นานาน เขาก็เริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาทันที เวลานี้หลิงหยุนแทบอยากจะมีปีกบินไปปักกิ่งเพื่อช่วยเกาเฉินเฉินออกมาจากเหล่าแวมไพร์ให้เร็วที่สุด เจสเตอร์กระซิบเสียงเบา“โอ้.. มิสเตอร์หลิงที่เคารพ ท่านต้องรู้ว่าแวมไพร์อย่างพวกเรานั้นหากได้ดื่มเลือดสดๆเข้าไปมากพอ ก็จะมีพละกำลังที่กล้าแกร่งเพิ่มมากขึ้นด้วย ท่านบารอน.. โอ้ไม่ใช่สิ! ไอ้คนชั่วเฉินเจี้ยนกุ่ยเองก็เช่นกัน อีกไม่นานมันคงจะแข็งแกร่งจนสามารถขึ้นเป็นไวเคานต์ได้แล้ว และความแข็งแกร่งของไวเคานต์นั้นก็เหนือกว่าบารอนถึงสิบเท่า หรืออาจจะมากกว่า ท่านลองคิดดูสิว่า..หากมันขึ้นเป็นไวเคานต์ได้เมื่อไหร่ มีหรือที่มันจะไม่หาทางจัดการกับสาวน้อยแสนสวยในทันที ข้าว่ามันคงจะไม่รีรออย่างแน่นอน..” “อีกอย่าง..ดูเหมือนว่าไอ้คนชั่วเฉินเจี้ยนกุ่ยจะรู้ว่าสาวน้อยแสนสวยผู้นั้นมีเลือดที่วิเศษและพิเศษมากอยู่ในตัว มันจึงได้เชื้อเชิญเหล่าแวมไพร์ขั้นไวเคานต์ แม้กระทั่งแกรนด์ดุ๊คจากอเมริกา ให้มาร่วมดื่มเลือดสดๆที่แสนวิเศษของสาวน้อยผู้นั้นด้วย ถ้าแวมไพร์เหล่านั้นรู้เรื่องนี้เข้า คงจะไม่มีใครรีรอ และคงจะรีบตอบตกลงในทันที..” “ห๊ะ..เจ้าว่าอะไรนะ!” หลิงหยุนได้ฟังคำบอกเล่าของเจสเตอร์ก็ถึงกับโกรธจนแทบคลุ้มคลั่ง เขากระแทกหมัดลงกับเบาะจนรถแทบพัง พร้อมกับกรีดร้องออกมาอย่างคั่งแค้นใจ “เฉินเจี้ยนกุ่ย..ถ้าแกกล้าดื่มเลือดผู้หญิงของข้าแล้วล่ะก็! คอยดู.. ข้าจะหักเขี้ยวสุนัขของแกทิ้งซะ!” ทั้งเจสเตอร์และพอลเมื่อได้เห็นหลิงหยุนกำลังโกรธเกรี้ยวจึงได้แต่นั่งเงียบไม่กล้าพูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว.. “ขับให้เร็วกว่านี้!ยิ่งไปถึงเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!” …………. “โอ้พระเจ้า..ฉันเกลียดกลางวัน ฉันเกลียดแสงอาทิตย์..” รถสีเงินคันนี้ได้ถูกตกแต่งใหม่เป็นพิเศษให้แสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องผ่านเข้ามาภายในรถได้ดังนั้นภายในรถจึงยังคงมืดทึบ เจสเตอร์บ่นพึมพำพร้อมกับหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาใส่ และรีบขับรถมุ่งหน้าไปตามถนนไฮเวย์.. เวลาเก้าโมงเช้า..หลังจากที่หลิงหยุนสังหารจิมตายไปถึงแปดชั่วโมง รถสีเงินและออดี้สีดำซึ่งขับโดยเกาเทียนหลง ก็เข้าสู่กรุงปักกิ่งซึ่งเป็นศูนย์กลางของประเทศจีน!หลังจากที่ขับไปตามถนนวงแหวนหมายเลข5 ทั้งหมดก็ขับไปหาที่จอดเติมน้ำมัน ระหว่างนั้นหลิงหยุนจึงรีบดึงเกาเทียนหลงออกมาพร้อมกับกระซิบถามว่า“ช่วยผมคิดหน่อยว่าพวกเราควรจะบุกเข้าไปที่บ้านของคุณตอนกลางวันหรือควรจะเข้าไปตอนกลางคืนดี”“หลิงหยุน..ความจริงแล้วที่ผมไปหาคุณที่จิงฉู ผมเองก็ไม่คิดที่จะให้คุณต้องมาสู้กับแวมไพร์แบบนี้ ผมแค่ได้ยินจากเฉินเฉินว่าคุณเป็นคนที่มีทักษะทางการแพทย์ล้ำเลิศ ผมเพียงแค่ต้องการให้คุณมาช่วยรักษาท่านปู่ ท่านพ่อ แล้วก็ท่านแม่ของผมเท่านั้น หลังจากที่ทุกคนกลับเป็นปกติแล้ว พวกเราตระกูลเกาก็น่าจะหาหนทางพลิกฟื้นสถานการณ์ในครั้งนี้กันเองได้..”หลิงหยุนส่ายหน้าพร้อมกับขมวดคิ้วและตอบกลับไปทันที “ผมถามแวมไพร์สองตัวนั่นแล้ว พวกมันบอกว่า.. ตราบใดที่ถูกดูดเลือดแล้วแต่ไม่ตาย พวกเขาก็จะกลายเป็นศพเดินได้ไปแบบนั้น เวลานี้ผมเองก็ยังคิดหาวิธีรักษาไม่ได้ พวกเขา..”หลิงหยุนเองก็ได้ครุ่นคิดเรื่องนี้อย่างหนักมาตลอดทางและแม้แต่เขาเองก็มืดแปดด้านเช่นกัน!ช่างน่าขัน!นี่เป็นครั้งแรกที่แม้แต่ความแข็งแกร่งในระดับนี้ของเขา ก็ยังไม่สามารถหาหนทางรักษาคนในตระกูลเกาได้..หากจะรักษาด้วยวิชาเก้าเข็มปลุกชีพ..ดูแล้วก็คงจะไร้ประโยชน์! เพราะเลือดภายในร่างกายของแวมไพร์นั้นมีน้อยมาก หรือแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำไป! เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จะทำให้การฝังเข็มนั้นมีองค์ประกอบไม่ครบสมบูรณ์ จึงไม่สามารถทำได้!หากจะรักษาด้วยยันต์บำบัด..แวมไพร์ก็มีร่างกายที่มีความทนทานสูงมาก การใช้ยันต์ระดับสี่หรือห้าก็แทบจะไร้ประโยชน์เช่นกัน!แต่หากจะใช้พลังหยินและหยางรักษา..ที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าพลังหยินของหลิงหยุนนั้นสามารถแช่แข็งพอลได้ในทันที และพลังหยางก็สามารถสังหารจิมได้ในพริบตาเช่นกัน จึงแทบไม่ต้องคิดที่จะใช้วิธีนี้..หลิงหยุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบกลับไปว่า“ผมเองก็ยังคิดอะไรไม่ออกตอนนี้..”“ผมอาจจะยังหาวิธีที่จะเปลี่ยนพวกเขาจากการเป็นแวมไพร์มาเป็นมนุษย์เหมือนเดิมไม่ได้แต่อย่างน้อยพวกเราก็ต้องไปช่วยพวกเขาออกมาก่อน ให้พวกเขาหลุดพ้นจากการควบคุมของเหล่าแวมไพร์ จากนั้นดูว่าพอจะสามารถสื่อสารกับพวกเขาได้บ้างหรือไม่ แล้วค่อยคิดหาวิธีรักษา! แต่ก่อนอื่นต้องจัดการสังหารเฉินเจี้ยนกุ่ยเสียก่อน..”“ในเมื่อยังรักษาไม่ได้..ก็ต้องให้พวกเขาเป็นแวมไพร์แบบนี้ไปก่อน ไว้ผมหาวิธีรักษาได้เมื่อไหร่ พวกเราค่อยลงทำการรักษาพวกเขา คุณคิดเห็นยังไง”แม้ว่าหลิงหยุนจะพูดคุยกับเกาเทียนหลงด้วยน้ำเสียงคล้ายปรึกษาหารือแต่ด้วยความสามารถของเกาเทียนหลงเวลานี้ เรียกได้ว่าไม่มีหนทางอื่นให้เขาเลือกด้วยซ้ำ ในเมื่อเห็นว่าหลิงหยุนยังไม่มีวิธีที่จะรักษาคนในครอบครัวของตนเอง เกาเทียนหลงจึงได้แต่พยักหน้าเงียบๆด้วยความรู้สึกเจ็บปวดใจ..แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้เขาก็อยู่กับหลิงหยุนที่แทบไม่ต้องพูดถึงว่าเก่งกาจสามารถปานใด นี่เท่ากับว่าเหล่าแวมไพร์จะต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่เก่งกาจอย่างมาก และอย่างน้อยเขาก็สามารถกลับไปที่บ้านตระกูลเกาเพื่อช่วยเหลือคนในครอบครัวที่ตกเป็นบริวารของเฉินเจี้ยนกุ่ยได้