ตอนที่ 366
บทที่ 685 : เนตรปีศาจ!
October 22, 2026
บทที่ 685 : เนตรปีศาจ! เกาเทียนหลงถึงกับหัวใจแตกสลายแต่หลิงหยุนกลับยังคงมีท่าทีสงบนิ่งเช่นเคย และหลังจากที่สังหารแวมไพร์ทั้งหกตนไปแล้ว เขาก็ยกกระบี่โลหิตแดนใต้ขึ้นดู.. ตอนนี้แวมไพร์ทั้งสองตนที่อยู่ตรงหน้าหลิงหยุนนั้นคนหนึ่งคือปู่ ส่วนอีกคนก็คือพ่อของเกาเทียนหลง ทั้งคู่ได้กลายเป็นแวมไพร์และตกเป็นบริวารของเกาเทียนแล้ว แต่แน่นอนว่าหลิงหยุนไม่คิดที่จะทำร้ายพวกเขาทั้งคู่อย่างแน่นอน.. ปู่ของเกาเทียนหลงนั้นมีชื่อว่าเกาจิ้นสงส่วนพ่อของเขาชื่อว่าเกาซิงฉาง ทั้งคู่ต่างก็เป็นยอดฝีมือ เกาจิ้นสงนั้นอยู่ในระดับเริ่มต้นของขั้นเซียงเทียน-4 ส่วนเกาซิงฉางนั้นอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นเซียงเทียน-1 และเวลานี้เกาซิงฉางก็เป็นทั้งหัวหน้าครอบครัว และผู้นำตระกูลเกาคนปัจจุบัน หลิงหยุนไม่ลังเลที่จะใช้จิตหยั่งรู้จับตามองพวกเขาทั้งคู่ไว้ในเวลเดียวกันก็ใช้เนตรหยิน-หยางสังเกตุดูอาการของพวกเขาทั้งคู่อย่างละเอียดละออด้วย “ไม่นะ..” หลิงหยุนจ้องมองแววตาที่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณของพวกเขาอยู่นานและในที่สุดก็ร้องอุทานออกมาอย่างสงสัย.. หลิงหยุนได้ยินมาจากเจสเตอร์กับพอลว่าหากแวมไพร์ตนใดได้ดื่มเลือดของแวมไพร์ผู้เป็นนายไปแล้ว ก็จะไม่มีอะไรสามารถทำลายล้างได้ หลังจากนั้นแวมไพร์ตนนั้นก็จะกลายเป็นบริวารที่จงรักภักดีต่อเจ้านายของมันอย่างมาก และตราบใดที่เจ้านายของมันยังไม่ตาย มันก็จะจงรักภักดีไปชั่วชีวิต และไม่ยอมทรยศต่อเจ้านายโดยเด็ดขาด แต่ถึงแม้จะจงรักภักดีแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะสูญสิ้นซึ่งจิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ หรืออุปนิสัยเดิมไปจนหมดเสียเลย.. แม้กระทั่งจิมกับเจสเตอร์หรือแม้กระทั่งพอลเองก็ตาม พวกเขาต่างก็มีจิตวิญญาณและอุปนิสัยในแบบดั้งเดิมของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นวิธีการพูด หรืออุปนิสัยก็แตกต่างกัน อีกทั้งยังมีความชอบและหวาดกลัวแตกต่างกันไปด้วย แต่ตอนนี้..ทั้งเกาจิ้นสงและเกาซิงฉางต่างก็ดูราวกับซากศพที่เดินได้ อีกทั้งยังดูเหมือนกับว่าได้ถูกทำให้จิตวิญญาณเดิมหายไปด้วย “ท่านปู่ท่านพ่อ.. ทำไมพวกท่านถึงไม่พูดไม่จา ข้าเทียนหลงยังไงล่ะ! ข้ากับหลิงหยุนมาช่วยพวกท่านแล้ว นี่เกิดอะไรขึ้นกับพวกท่านกันแน่?” หลังจากที่เกาเทียนหลงได้สติ..เขาก็เริ่มพบว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น เพราะเมื่อครั้งที่เขากลับมาจากกรมครั้งแรกนั้น เกาจิ้นสงและเกาซิงฉางยังไม่เป็นแบบนี้ พวกเขาเพียงแค่เฉยชากับเกาเทียนหลง และไม่กล้าปรากฏตัวในที่ที่มีแสงอาทิตย์เท่านั้น แต่ตอนนี้..ทั้งคู่กลับจ้องมองเกาเทียนหลงราวกับไม่เคยรู้จักเขามาก่อน! “หลิงหยุน..นี่..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ข้าควรทำอย่างไรดี?!” เกาเทียนหลงถึงกับตื่นตระหนกอย่างมาก และรีบหันไปถามหลิงหยุนทันที สีหน้าของหลิงหยุนเคร่งเครียดเขาร้องถามเจสเตอร์ซึ่งอยู่ข้างหลังโดยไม่หันไปมอง “เจสเตอร์.. นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดพวกเขาทั้งคู่จึงดูไร้จิตวิญญาณเช่นนี้!?” “โอ้..ไม่นะ! เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางเป็นไปได้!” เจสเตอร์พึมพำออกมาราวกับคนเสียสติปากของเขาพร่ำพูดแต่ว่า “เป็นไปไม่ได้.. เขาไม่ควรแข็งแกร่งได้รวดเร็วขนาดนี้!”พอลเองก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเช่นกันเขายกมือขึ้นชี้ไปทางเกาจิ้นสงและเกาซิงฉางพร้อมกับร้องออกมาว่า“เจ้านายที่เคารพ..นี่มันคือเนตรปีศาจ! มีเพียงแวมไพร์ที่พัฒนาแล้วเท่านั้นจึงจะสามารถใช้เนตรปีศาจนี้ได้.. แย่แล้ว! เฉินเจี้ยนกุ่ยไม่น่าก้าวหน้าได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ ทำไมเขาถึงได้ก้าวหน้าเร็วแบบนี้?!”แวมไพร์ที่พัฒนาจนเข้าสู่ขั้นสูงได้แล้วนั้นจะสามารถบังคับเหยื่อให้ออกมาจากบ้าน หรือสถานที่ที่ปลอดภัย และไปให้พวกมันฆ่าถึงที่โดยไม่มีท่าทีต่อต้านแม้แต่น้อย คล้ายๆกับการสะกดจิต!และความสามารถเช่นนี้ของแวมไพร์จะเรียกว่า..เนตรปีศาจ!เนตรปีศาจนั้นเมื่อฝึกฝนไปจนถึงระดับหนึ่งจะสามารถสะกดจิตและแม้แต่ควบคุมความคิดและพฤติกรรมของมนุษย์ได้ และสามารถทำลายจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์เดิมได้อีกด้วย อีกทั้งยังทำให้พวกมันกลายมาเป็นข้าทาสบริวารที่ซื่อสัตย์ของแวมไพร์ตนนั้นได้นอกเหนือจากแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์แล้วเป็นไปได้ที่มนุษย์ธรรมดาที่ตกเป็นบริวารของแวมไพร์จะสามารถขึ้นมาเป็นถึงไวเคานต์ได้ แต่แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะได้เนตรปีศาจ..แต่เฉินเจี้ยนกุ่ยกลับมีพลังของเนตรปีศาจ!หากเป็นเช่นนี้ย่อมหมายความว่าหลังจากที่เฉินเจี้ยนกุ่ยกลับมาที่ประเทศจีนได้เพียงแค่สองเดือน เขาก็สามารถขึ้นสู่ไวเค้านต์ได้แล้ว ดังนั้นจึงไม่แปลกที่พอลกับเจสเตอร์จะตกใจอย่างมากกับความก้าวหน้าที่รวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อนี้!“เนตรปีศาจงั้นรึ!”คิ้วของหลิงหยุนขมวดเข้าหากันแน่นริมฝีปากเม้นและสีหน้าเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง ในใจได้แต่นึกเป็นห่วงเกาเฉินเฉินมากยิ่งขึ้นพรึบ..พรึบ..แทบไม่ต้องรอให้เกาเทียนหลงตอบเกาจิ้งสงและเกาซิงฉางที่อยู่ตรงหน้าก็กระโดดเข้าหาหลิงหยุนและคนอื่นๆทันที จนทั้งสี่คนต้องกระโดดถอยหนีทันที!“ทุกคนถอยออกไปก่อน!”หลิงหยุนตะโกนสั่งและเสียงของเกาเทียนหลงก็ดังสวนกลับมาทันที “หลิงหยุน.. อย่าทำร้ายพวกเขา!”เกาเทียนหลงเกรงว่าหลิงหยุนจะสังหารแวมไพร์ทั้งสองตนซึ่งเป็นปู่กับพ่อของตนเองจึงรีบร้องเตือน แต่หลิงหยุนตอบสวนกลับมาทันที..“เจ้าไม่จำเป็นต้องเตือนข้า!”หลิงหยุนตอบกลับไปทันทีเช่นกันเพราะหากเขาสังหารปู่และพ่อของเกาเฉินเฉินไปแล้ว ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะช่วยเกาเฉินเฉินออกมาอีก..อ๊าก..เสียงกรีดร้องดังขึ้นหลิงหยุนปะทะกับเกาจิ้นสงกลางอากาศ หลิงหยุนรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นอยู่ในขั้นเซียงเทียน-4 จึงไม่ได้โคจรดาราคุ้มกายถึงขั้นสุด เพราะนั่นอาจจะทำให้เกาจิ้นสงถึงแก่ความตายได้..