ตอนที่ 390
บทที่ 709 : สายเลือดตระกูลหลิงไม่กลัวตาย!
October 22, 2026
บทที่ 709 : สายเลือดตระกูลหลิงไม่กลัวตาย! หลิงหย่งและหลิงห่าวนั้นแม้ว่าจะเป็นพี่น้องที่เกิดจากพ่อแม่เดียวกัน แต่นิสัยใจคอล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และเวลานี้หลิงหย่งก็เข้าสู่ระดับกลางขั้นโฮ่วเทียน-9 แล้ว อีกทั้งยังกล้าหาญอย่างมากด้วย หลิงหย่งไม่เคยมองตำแหน่งผู้นำตระกูลหลิงในความคิดของเขานั้น หากตระกูลหลิงยังตกต่ำอยู่เช่นนี้ เขาคงทนต่อความทุกข์ และความโกรธแค้นที่ได้รับไม่ได้แน่ หลิงซิ่วนั้นเป็นลูกสาวคนโตในบรรดาลูกทั้งสามคนของหลิงเย่วเธอเป็นหญิงสาวอายุยี่สิบสามปีที่ไม่เพียงมีรูปร่างหน้าตางดงาม แต่ยังเฉลียวฉลาดอย่างมากด้วย จัดได้ว่าเป็นหญิงสาวที่งดงามและเก่งที่สุดในปักกิ่งเลยก็ว่าได้ และไม่น่าเชื่อว่าเวลานี้เธออยู่ในระดับเริ่มต้นของขั้นโฮ่วเทียน-9แล้ว ดวงตาของหลิงซิ่วงดงามราวกับดวงตาของนกฟินิกซ์ คิ้วบางสองข้างเป็นสีดำเข้ม สายตาเต็มไปด้วยความดุดัน ริมฝีปากเม้มแน่นเป็นเส้นตรง และในมือถือกระบี่คมกริบเข้าสู้กับศัตรูอย่าเอาเป็นเอาตายเพื่อปกป้องตระกูลหลิง ลูกชายอีกสองคนของหลิงเย่วคือหลิงเฟิงกับหลิงเลี่วยหลิงเฟิงอายุยี่สิบปี ส่วนหลิงเลี่วยนั้นยังไม่ถึงสิบแปดปี หลิงเฟิงอยู่ในระดับเริ่มต้นขั้นโฮ่วเทียน-9 ส่วนหลิงเลี่วยนั้นอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นโฮ่วเทียน-8 ทั้งคู่นั้นต่างก็ต่อสู้กับศัตรูอย่างดุเดือดโดยไม่สนใจชีวิตของตนเองเช่นกัน! หนุ่มสาวทั้งสี่คนต่างก็รีบแบ่งยันต์บำบัดที่เหล่ากุ่ยมอบให้หลังจากที่แต่ละคนได้ยันต์ไปมากกว่าคนละยี่สิบแผ่น ต่างคนต่างก็พุ่งเข้าใส่นินจาที่อยู่ใกล้ตนเองที่สุดอย่างไม่เกรงกลัว เพราะถึงแม้ว่าตนเองจะได้รับบาดเจ็บแต่ก็สามารถทำร้ายศัตรูได้! เหล่ากุ่ยเห็นวิธีการต่อสู้ของหนุ่มสาวทายาทตระกูลหลิงแล้วก็ได้แต่นึกหวั่นอยู่ในใจเด็กหนุ่มสาวทั้งสี่คนล้วนไม่ต่างจากวัวหนุ่มที่ไม่เกรงกลัวต่อพยัคฆ์ และได้แต่นึกเสียใจที่มอบยันต์บำบัดให้กับพวกเขาทั้งสี่ไป! แม้ว่าในมือของเด็กหนุ่มสาวทั้งสี่คนจะมียันต์บำบัดอยู่ก็ตามแต่นินจาเหล่านั้นเดี๋ยวก็โผล่ขึ้นมา และจู่ๆก็ผลุบหายไป หากโดนนินจาที่สามารถหายตัวได้เช่นนี้โจมตีเข้าจุดสำคัญเข้า เวลานั้นแม้แต่ยันต์บำบัดก็คงไม่สามารถรักษาให้หายได้ จากการประเมินด้วยสายตาของเหล่ากุ่ยนั้นเขามั่นใจว่านินจาที่มาทั้งสามสิบหกคนในวันนี้ มีสิบคนที่อยู่ในขั้นเซียงเทียน ส่วนที่เหลืออีกยี่สิบหกคนนั้นล้วนต่ำกว่าขั้นเซียงเทียนทั้งสิ้น แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นก็คือในบรรดานินจาขั้นเซียงเทียนทั้งสิบคนนั้น อย่างน้อยห้าคนที่เขาไม่สามารถมองเห็นขั้นกำลังภายในได้ นั่นย่อมหมายความว่านินจาทั้งห้าคนนั้นต้องอยู่ในขั้นเซียงเทียน-3 ขึ้นไป ในจำนวนนินจาที่แข็งแกร่งที่สุดทั้งห้าคนนั้นสองคนกำลังยืนอยู่ดูเหตุการณ์อยู่นิ่งๆ เหล่ากุ่ยเพียงแค่เหลือบมองก็รู้แล้วว่า พวกมันกำลังนึกเหยียดหยันตระกูลหลิงอยู่ พวกมันทั้งคู่กำลังคิดว่าเพียงแค่นินจาที่เหลือทั้งสามสิบสี่คน ก็เพียงพอที่จะจัดการตระกูลหลิงให้ราบคาบได้แล้ว ส่วนนินจาที่อยู่ในขั้นเซียงเทียน-3ขึ้นไปอีกสามคนนั้น ก็กำลังแยกย้ายกันต่อสู้อยู่กับหลิงลี่ หลิงเจิ้น และหลิงเย่ว หลิงลี่กับหลิงเจิ้นนั้นดูเหมือนจะยังคงรับมือได้ดี แต่หลิงเย่วนั้นเริ่มหมดแรง เพราะในบรรดาพี่น้องทั้งหมด หลิงเย่วคือคนที่มีกำลังภายในอ่อนที่สุด จึงสามารถได้รับบาดเจ็บได้ตลอดเวลา! ศัตรูของตระกูลหลิงเวลานี้นับว่าแข็งแกร่งมากและแทบจะไม่ต้องอาศัยนินจาที่ต่ำกว่าขั้นเซียงเทียนทั้งยี่สิบหกคนด้วยซ้ำไป เพราะเพียงแค่นินจาในขั้นเซียงเทียนทั้งสิบคนนี้ ก็เพียงพอที่จะทำลายล้างตระกูลหลิงได้อย่างง่ายดายแล้ว! ต่อให้ตระกูลหลิงประเมินสถานการณ์มาดีพอแต่นินจาทั้งห้าคนนั้นก็แข็งแกร่งอย่างมาก และเหล่ากุ่ยเองก็อยู่เพียงแค่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-2 เท่านั้น สิบต่อสี่..ยังไงก็แพ้!ในเวลานั้น..ตระกูลหลิงก็มีหน่วยกล้าตายอยู่ราวหนึ่งร้อยชีวิต รวมคนพิการอีกหกคนที่เหล่ากุ่ยสั่งให้คอยคุ้มครองหลิงลี่อย่างสุดความสามารถหน่วยกล้าตายทั้งหนึ่งร้อยคนนั้นล้วนแล้วแต่ยังไม่ถึงขั้นโฮ่วเทียน-8แต่พวกเขาต่างก็ยินดีปกป้องตระกูลหลิงด้วยชีวิต!แต่ละคนไม่มีใครกลัวตายและต่างก็พุ่งเข้าหาศัตรูอย่างไม่เกรงกลัว!การต่อสู้ที่ดุเดือดและหฤโหดเมื่อสิบแปดปีก่อนนั้นทำให้ตระกูลหลิงต้องสูญเสียหน่วยกล้าตายไปมากกว่าสองค้อยคน ช่างเป็นการเสียสละที่น่ายกย่อง!ในสนามต่อสู้เวลานี้มีคนตระกูลหลิงอยู่ทั้งหมดเจ็ดคน และหน่วยกล้าตายทั้งหมดของตระกูลหลิง ต่างก็แยกย้ายกันไปยืนล้อมรอบคนตระกูลหลิงแต่ละคนไว้ หากคนตระกูลหลิงตกอยู่ในอันตรายเมื่อใด พวกเขาก็พร้อมที่จะเอาตัวเข้าไปรับคมกระบี่แทนโดยไม่ปริปาก!อาจดูเหมือนการต่อสู้ดำเนินไปอย่างเนิ่นนานแต่ความจริงแล้วเพิ่งจะผ่านไปเพียงแค่สองสามนาทีเท่านั้น ภายในสวนชั้นที่ห้าของตระกูลหลิงก็เกลื่อนไปด้วยซากศพ เลือดไหลเจิ่งนองราวกับสายน้ำ และร่างไร้วิญญาณมากกว่าห้าสิบร่างนอนแน่นิ่งเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น แขนขาที่ถูกตัดกระเด็นไปทั่วบริเวณแทบทุกหนทุกแห่ง!และท่ามกลางร่างไร้วิญญาณมากกว่าห้าสิบร่างนั้นเป็นร่างของเหล่านินจาเพียงแค่หกเท่านั้น!นี่คือการต่อสู้ที่สูญเสียเลือดเนื้ออย่างแท้จริง!และสภาพไม่ได้เลวร้ายน้อยไปกว่าคฤหาสน์ตระกูลเฉินที่ชานเมืองด้านใต้เลยแม้แต่น้อย เพราะเวลานี้ภายในบ้านตระกูลหลิงก็กลับกลายเป็นขุมนรกในทันทีเช่นกัน!คนตระกูลหลิงทุกคนต่างก็เริ่มขอบตาแดงก่ำพวกเขาต่างก็มองพี่น้องหน่วยกล้าตายที่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ความโศกเศร้าปกคลุมจิตใจจนต้องกัดฟันสู้ต่อโดยไม่คิดที่จะถอยแม้แต่ก้าวเดียว!คมกระบี่ไม่ต่างจากเครื่องประหาร!ทั้งหมัดฝ่ามือ กระบี่ และดาบ อาวุธชนิดต่างๆ พวยพุ่งเข้าใส่ร่างของหน่วยกล้าตายตระกูลหลิง เสียงกระดูกหัก เสียงกะโหลกร้าวดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณ แต่แทบจะไม่ได้ยินเสียงร้องเศร้าสร้อยเลยแม้แต่นิดเดียวเวลานี้เหล่านินจาไม่ต่างจากแมวที่กำลังไล่จับหนูแต่ละคนต่างก็เข่นฆ่าอีกฝ่ายด้วยสีหน้านิ่งเรียบ และเพราะพวกมันคือนินจา.. ต่อให้ได้รับบาดเจ็บมากเพียงใด ก็เพียงแค่ใช้วิธีกดจุดห้ามเลือดด้วยสีหน้าและแววตาเฉยชาไร้ความรู้สึก เป้าหมายของพวกมันมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นคือ.. ชีวิตของคนตระกูลหลิง!คนตระกูลหลิงเองก็เพิ่งจะเห็นว่านินจาเหล่านี้ไม่ว่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสมากเพียงใด พวกมันก็ไม่เคยส่งเสียงร้องเจ็บปวดออกมา เพราะพวกมันรู้ว่าการกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดนั้น ไม่เพียงไม่มีประโยชน์ แต่ยังทำให้ศัตรูของพวกมันได้ขวัญกำลังใจเพิ่มด้วย!เหล่านินจาญี่ปุ่นนั้นขึ้นชื่อในเรื่องของความอดทนแต่คนตระกูลหลิงก็ไม่มีผู้ใดหวาดกลัวต่อความตายเช่นกัน!ในเมื่อไม่หวั่นเกรงต่อความตาย..มีหรือที่จะใส่ใจกับความเจ็บปวดอีก!เหล่ากุ่ยได้แต่นึกเจ็บปวดใจอยู่เงียบๆเขาเองยังไม่กล้าที่จะเสี่ยงตาย เพราะรู้ดีว่านินจาที่แข็งแกร่งที่สุดอีกสองคนนั้นยังคงยืนนิ่ง เวลานี้เขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลหลิง เขาจะต้องยืนหยัดปกป้องคนตระกูลหลิงทั้งเจ็ดชีวิต และจะต้องพยายามดึงเวลาจนกว่าหลิงหยุนจะมาถึงให้จงได้!