ตอนที่ 403
บทที่ 722 : พลังจิต และพลังวนหยิน-หยาง!
October 22, 2026
บทที่ 722 : พลังจิต และพลังวนหยิน-หยาง! หลิงหยุนเดินไปด้วยร่างที่ฉายรังสีอำมหิตออกมาอย่างชัดเจนบ่งบอกถึงความต้องการที่จะสังหารศัตรูตรงหน้าโดยที่ใครก็ไม่อาจหยุดยั้งได้! หลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจไปรอบๆและเมื่อพบกระบี่เปื้อนเลือดที่หล่นอยู่บนพื้นกระเบื้องสีฟ้า เขาก็เอื้อมมือออกไปทางกระบี่ด้ามนั้นทันที! ฟรึบ! ยังไม่ทันที่หลิงหยุนจะได้โน้มตัวลงเก็บกระบี่ยาวบนพื้นเลยด้วยซ้ำกระบี่ด้ามนั้นก็พุ่งจากพื้นเข้าสู่ฝ่ามือของหลิงหยุนทันทราวกับถูกดูดด้วยแม่เหล็ก! “หลิงเลี่วย..เจ้ามาก่อนคนแรก!” หลิงหยุนเองก็ไม่ทันได้สังเกตเห็นกระบี่ที่พุ่งจากพื้นเข้าสู่ฝ่ามือของตนเองเขาหันไปมองหลิงเลี่วยด้วยสีหน้าที่ฉายรังสีอำมหิตพร้อมกับยื่นกระบี่ในมือให้ หลิงเลี่วยจ้องมองหลิงหยุนด้วยความตกตะลึงเขายืนอ้าปากค้างพร้อมกับจ้องมองกระบี่ในมือของหลิงหยุน! ไม่ใช่เพียงหลิงเลี่วยเท่านั้นที่อยู่ในอาการตกตะลึง! ทั้งหลิงเฟิงหลิงหย่ง และนักรบตระกูลหลิงทั้งสามสิบหกที่พากันวิ่งเข้ามานั้น ต่างก็จ้องมองหลิงหยุนด้วยอาการตกตะลึงเช่นเดียวกัน! พลังจิต!นี่หลิงหยุนมีพลังจิตด้วยหรือ! “เจ้าไม่กล้ารึ!” หลิงหยุนร้องถามหลิงเลี่วยที่ยืนนิ่งอ้าปากค้างและคิดว่าหลิงเลี่วยไม่กล้าที่จะลงมือสังหารเหล่านินจา จึงได้แต่ร้องถามออกไปด้วยความหงุดหงิด เวลานี้นินจาทั้งยี่สิบคนไม่มีทั้งอาวุธ ไม่มีทั้งเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้ และพวกมันยังได้สังหารนักรบตระกูลหลิงไปถึงเจ็ดสิบกว่าคน! หลิงเลี่วยยกมือขวาขึ้นชี้ไปที่กระบี่ในมือของหลิงหยุนพร้อมกับร้องถามออกมาอย่างตกใจ “พี่ห้า.. นี่ท่าน.. ท่านมีพลังจิตด้วยหรือนี่!”หลิงหย่งเองก็มีปฏิกิริยาไม่ต่างจากน้องชายเขาร้องถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น “น้องห้า.. ดูเหมือนเจ้าจะมีพลังจิต.. นี่เจ้าต้องมีพลังจิตแน่ๆ! ช่างน่าอัศจรรย์เหลือเกิน!”“เอ่อ..”หลิงหยุนถึงกับพูดไม่ออกและได้แต่คิดในใจว่าพลังจิตอะไรกัน!หลิงหยุนก้มมองกระบี่ในมือขวาของตนเองด้วยความงุนงงสงสัยแล้วจึงคิดใคร่ครวญดูว่าตนเองได้ทำอะไรลงไป และก็ได้รู้ว่าทุกคนกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่หลิงหยุนได้แต่นึกตื่นเต้นอยู่ในใจว่า..‘นี่ข้าไม่ได้ตั้งใจทำให้ดูเหมือนมีพลังจิตเลยแม้แต่น้อย!’ในการเกิดสิ่งที่มนุษย์เรียกว่าพลังจิตนั้นสำหรับหลิงหยุนแล้วสามารถเกิดขึ้นได้จากสองสาเหตุ..สาเหตุแรกคือเกิดจากการมีจิตหยั่งรู้ที่แข็งแกร่งและทรงพลังจิตหยั่งรู้ที่แข็งแกร่งนั้นไม่เพียงแค่สามารถใช้ดึงดูดวัตถุสิ่งของที่อยู่ในระยะไกลได้ แต่หากแข็งแกร่งหรือมีกำลังมากพอ ก็จะสามารถใช้แทนมือไม้ได้เลยทีเดียว หรืออาจเรียกว่าเป็นมือล่องหนที่สามารถใช้ทำแทนเรื่องต่างๆแทนมือได้เลยก็ว่าได้แต่จิตหยั่งรู้จะครอบคลุมหรือสามารถทำอะไรได้แค่ใหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับขั้นการบ่มเพาะพลังของคนผู้นั้นด้วยส่วนสาเหตุที่สองก็คือ..ลมปราณที่ส่งออกมาจากฝ่ามือนั่นเอง ฝ่ามือนั้นไม่เพียงสามารถปลดปล่อยลมปราณที่มีพลังรุนแรงดังเช่นพายุออกมาได้ แต่ยังสามารถใช้ลมปราณดูดกลับเข้าไปได้อีกด้วย หากลมปราณในจุดตันเถียนของผู้นั้นเกิดการหมุนกลับ ก็จะทำให้เกิดลมปราณที่ดูดกลับ และสามารถดึงดูดสิ่งของวัตถุที่อยู่ในระยะไกลได้เช่นเดียวกัน และสิ่งของวัตถุนั้นก็จะแนบติดกับฝ่ามือของคนผู้นั้นได้ราวกับแม่เหล็กที่ดูดตะปูไว้เลยทีเดียวและแรงดูดนี้ก็จะสัมพันธ์กับระดับกำลังภายในของคนผู้นั้นด้วยยิ่งแข็งแกร่งมากเพียงใด แรงดูดก็จะยิ่งมีพลังมาก เช่นเดียวกับที่แม่เหล็กยิ่งมีขนาดใหญ่ ก็จะยิ่งมีแรงดูดที่รุนแรงจนสามารถดูดเหล็กขนาดที่ใหญ่ขึ้นได้ลักษณะการดูดกลับเช่นนี้ของลมปราณภายในร่างกายก็จะคล้ายๆกับปรากฏการณ์มังกรพ่นน้ำที่เกิดจากกระแสน้ำวน เพียงแต่เปลี่ยนเป็นกระแสหมุนวันของลมปราณแทนแต่ถึงกระนั้น..การจะดึงลมปราณกลับเพื่อให้เกิดพลังดูดรุนแรงผ่านฝ่ามือนั้น ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยากกว่าการปล่อยลมปราณออกทางฝ่ามือหลายพันเท่านัก แม้แต่ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-8 ก็ยังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้!จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนเวลานี้ยังไม่แข็งแกร่ง และมีพลังมากพอที่จะทำเช่นนี้ได้..หลิงหยุนรู้สึกตื่นเต้นดีใจเมื่อคิดได้ว่าวิชาพลังลับหยิน-หยางที่เขาเพียรฝึกฝนมาอย่างต่อเนื่องนั้น เวลานี้ได้ก้าวหน้าแล้ว และพลังหยินหยางที่อยู่ในจุดตันเถียนของเขานั้น ก็กำลังจะก่อรูปเป็นพลังวนหยิน-หยาง!