ตอนที่ 421
บทที่ 753-754
October 22, 2026
บทที่ 753 : สมบัติล้ำค่าช่วยชีวิต! เพียร์ซที่บินอยู่ด้านล่างของกลุ่มค้างคาวนั้นถึงกับตกใจเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากกลุ่มค้างคาวที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า มันรีบกระพือปีกที่กว้างใหญ่เกือบแปดเมตรของตนเอง หลบหลีกเหล่าค้างคาวสีดำที่ร่วงลงมาตายราวกับห่าฝน แม้แต่เพียร์ซซึ่งเป็นแวมไพร์บริวารของหลิงหยุนเอง ยังอดที่จะรู้สึกสยดสยองไม่ได้! แม้แต่ซานตานเองหากได้เห็นภาพที่น่าสยดสยองเช่นนี้ก็คงจะ.. เพียร์ซนั้นเป็นแวมไพร์ที่กลายพันธุ์แล้วและเป็นบริวารที่จงรักภักดีต่อหลิงหยุนอย่างมาก แต่เมื่อได้เห็นเหล่าแวมไพร์ถูกสังหารตายมากมายเช่นนี้ มันก็อดที่จะรู้สึกเศร้าใจไม่ได้.. หลิงหยุนใช้เวลาไปเพียงแค่สิบยี่สิบวินาทีก็สามารถฆ่าค้างคาวที่บินอยู่บนท้องฟ้าจำนวนมากได้.. “เก้าสิบเอ็ด..” “เก้าสิบสอง..” “เก้าสิบสี่..” ในที่สุดแวมไพร์อีกสิบกว่าตัวก็ถูกหลิงหยุนฆ่าตายส่วนแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสก็ได้บินหนีหลิงหยุนออกไปไกลถึงหนึ่งร้อยเมตร แต่ยิ่งสู้กันบนท้องฟ้านานเข้าหลิงหยุนก็ยิ่งลำบากมากขึ้น เพราะตัวเขานั้นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง แต่เหล่าค้างคาวกลับช้ากว่ามาก อีกทั้งพวกมันยังต้องการบินหนีเขาอีกด้วย ทำให้หลิงหยุนไม่สามารถหาร่างค้างคาวที่จะใช้พยุงตัวอยู่บนท้องฟ้าต่อไปได้! ในเมื่อรอบกายของหลิงหยุนไม่มีค้างคาวอีกแล้วร่างของหลิงหยุนจึงค่อยๆร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน! และโอกาสนี้เองที่แวมไพร์ขั้นมาร์ควิสได้โอกาสบินหนีไป! แวมไพร์ขั้นมาร์ควิสร้องสั่งแวมไพร์ขั้นเคานต์ทั้งห้าตนที่บินล้อมรอบร่างของมันอยู่.. “อย่าไปสนใจชายผู้นั้นพวกเราแยกย้ายออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งไล่ล่าเพียร์ซไป ไม่ว่าจะยังไงต่อให้ต้องตาย ก็อย่าให้เพียร์ซบินไปรับร่างของชายผู้นั้นได้อย่างเด็ดขาด แล้วมันก็จะต้องตกลงไปตายอย่างแน่นอน!” “ดาบวิเศษอย่างดาบพายุเหตุใดจึงไปอยู่ในเงื้อมือของปีศาจอย่างมันได้!” และด้วยสายตาในระดับมาร์ควิสมีหรือที่จะไม่สังเกตุเห็นอาวุธในมือของหลิงหยุนได้.. “ส่วนกลุ่มที่เหลือตามข้ามา..” บริวารของแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสถูกหลิงหยุนสังหารตายไปมากมายและเวลานี้แวมไพร์ขั้นเคานต์ทั้งหมดยี่สิบกว่าตนก็เหลือเพียงแค่ห้าตนเท่านั้น ส่วนแวมไพร์ขั้นไวส์เคานต์สองร้อยกว่าตน เวลานี้ก็เหลือเพียงสามสิบหกตนเท่านั้น มันจึงรู้สึกโกรธแค้นอย่างมาก และตั้งใจที่จะจัดการกับหลิงหยุนด้วยตนเอง ความสามารถของแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสนั้นนับว่าแข็งแกร่งอยากมากแต่การที่มันเลือกจะไม่ปะทะกับหลิงหยุนโดยตรงนั้น นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างมาก! แวมไพร์ขั้นเคานต์พร้อมด้วยขั้นไวส์เคานต์กลุ่มหนึ่งตรงเข้าไปหยุดเพียร์ซไว้แววตาของพวกมันล้วนบ่งบอกว่ายอมตายเพื่อหยุดยั้งเพียร์ซไม่ให้บินไปรับร่างของหลิงหยุนได้! ส่วนแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสพร้อมด้วยบริวารขั้นเคานต์ที่เหลือและแวมไพร์ขั้นไวส์เคานต์อีกยี่สิบหกตนนั้น ก็บินตรงไปที่ถ้ำด้านล่างทันที แน่นอนว่าพวกมันตรงไปหาเกาเฉินเฉิน! จากระยะไกล..เพียร์ซเห็นร่างของหลิงหยุนค่อยๆลอยละลิ่วตกลงไปที่พื้น จึงรีบสยายปีกบินตรงเข้าไปหาร่างของเขาทันที! แต่เวลานี้การตรงไปรับร่างของหลิงหยุนกลับไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเพียร์ซอีกต่อไป.. ร่างของหลิงหยุนเริ่มร่วงลงสู่พื้นดิน..และเวลานี้ร่างของหลิงหยุนก็อยู่ทางด้านตะวันตกของหน้าผา และด้านล่างก็คือหุบเขาลึก! เวลานี้ร่างของหลิงหยุนตกลงมาจากความสูงในระดับห้าร้อยเมตรส่วนหน้าผาที่อยู่หน้าถ้ำของเกาเฉินเฉินนั้นก็สูงจากพื้นดินราวสี่ร้อยเมตร หากหลิงหยุนตกลงบนหน้าผานี้ก็คงไม่ต้องให้เพียร์ซไปรอรับ แต่ปัญหาคือตำแหน่งที่เขาอยู่นั้น ด้านล่างมีหุบเขาที่ลึกลงไปอีกถึงสามร้อยเมตร! นั่นเป็นเพียงความสูงที่ประเมินจากหน้าผาลงไปถึงปากหุบเขาเท่านั้นยังไม่รู้ว่าจากปากหุบไปถึงด้านล่างนั้น จะลึกลงไปอีกกี่ร้อยเมตร และเวลานั้นหลิงหยุนก็มุ่งมั่นอยู่กับการสังหารเหล่าแวมไพร์และสามารถสังหารเหล่าแวมไพร์ที่อยู่กลางอากาศไปได้ถึงเก้าสิบกว่าตัวเลยทีเดียว ดังนั้น.. เขาจึงหวังพึ่งพาแวมไพร์ขั้นเคานต์อย่างเพียร์ซให้มารับตนเอง! เพีร์ซกระพือปีกอย่างสุดกำลังเพื่อเร่งความเร็วในการบินตรงเข้าไปหาร่างของหลิงหยุน! “เจ้าแวมไพร์ทรยศ..คิดจะบินไปหาเจ้ามนุษย์นั่นน่ะรึ ฝันไปเถอะ!” แวมไพร์ขั้นเคานต์ทั้งสองตนนำผู้ติดตามขั้นไวส์เคานต์พุ่งไปขวางระหว่างร่างของหลิงหยุนและเพียร์ซไว้ทันที เพื่อหวังปิดทางเพียร์ซไม่ให้บินขึ้นไปรับร่างของหลิงหยุนได้เพียร์ซเองก็รีบเร่งมากยิ่งขึ้น!เขาชูหมัดขึ้นพร้อมกับบินพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว พร้อมโยกตัวหลบหลีกแวมไพร์ตนอื่นที่คอยขวางทางไว้!“มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก!”เวลานี้..แวมไพร์ขั้นเคานต์ทั้งสองตนที่ความเร็วไม่ได้ช้าไปกว่าเพียร์ซ ก็ได้บินขึ้นไปขวางร่างของเพียร์ซแทนแวมไพร์ขั้นไวส์เคานต์ที่ช้ากว่า..ในเวลาเดียวกันนั้นเองแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสพร้อมด้วยแวมไพร์ขั้นเคานต์ทั้งสาม รวมทั้งแวมไพร์ขั้นไวส์เคานต์ทั้งยี่สิบหกตน ต่างก็บินตรงไปที่ถ้ำทันที!เกาเฉินเฉินกับเหล่ากุ่ยนั้นอยู่ในอันตรายมากแต่เพียร์ซกลับอันตรายกว่า และหลิงหยุนดูเหมือนจะอันตรายที่สุด!หลิงหยุนที่กำลังตกลงไปบนพื้นอย่างรวดเร็วเมื่อได้เห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็เริ่มกระวนกระวายใจขึ้นมาทันที และได้แต่คิดว่าครั้งนี้คงจะเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่!ระหว่างที่ลอยละลิ่วตกลงไปที่พื้นสูงกว่าห้าร้อยเมตรนี้ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ แต่หากคำนวณคร่าวๆแล้ว ก็คงเป็นระยะเวลาไม่เพียงแค่สิบกว่าวินาทีเท่านั้น..หลิงหยุนมีเวลาเพียงแค่สิบวินาทีเท่านั้น!และหากเป็นคนธรรมดาก็คงยากที่จะทำอะไรได้ในช่วงเวลาเพียงสั้นๆแค่นี้แต่ไม่ใช่หลิงหยุน.. เขาไม่ปล่อยให้เวลาสั้นๆนี้ล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์แน่การเดินเล่นกลางเวหาโดยไม่มีพื้นที่สำหรับยืมเป็นแรงส่งเลยนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะหากทำเช่นนั้นจะต่างอะไรกับบินได้เล่า!ในเวลานั้นหลิงหยุนเองก็ได้ยินเสียงดังขึ้นที่หน้าถ้ำและเหล่ากุ่ยเองก็สังเกตุเห็นถึงอันตายที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาจึงรีบหยิบยันต์เตโชออกมาสามแผ่นพร้อมกับสั่งให้ยันต์ออกฤทธิ์ทันทีหลิงหยุนทำได้แค่มองและรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง เหล่ากุ่ยนั้นนับว่าเป็นผู้ที่ผ่านสนามรบที่เต็มไปด้วยเลือดมาหลายครั้ง จึงมีทักษะการต่อสู้ที่ค่อนข้างดีเยี่ยมหลิงหยุนได้แต่ภาวนาขอให้เหล่ากุ่ยแก้ปัญหาได้อย่างดีที่สุดเพราะด้วยความสูงระยะนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่หลิงหยุนจะสามารถช่วยเหลือคนทั้งคู่ได้หลิงหยุนโคจรดาราคุ้มกายไว้เขาจึงไม่ได้รับบาดเจ็บจากการกระแทก และเกี่ยวเข้ากับกิ่งไม้ แต่เวลานี้หลิงหยุนไม่สนใจกับเรื่องบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆนี้ เขาสนใจเรื่องของเวลาเสียมากกว่าหลิงหยุนไม่รู้ว่าแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสนั้นจะมีความสามารถพิเศษอะไรอีกนอกเหนือจากแปลงร่างและหายตัว หากมันสามารถทนต่อเปลวไฟจากยันต์เตโชได้ แน่นอนว่าเกาเฉินเฉินจะต้องถูกมันจับตัวไปอีกครั้งอย่างแน่นอนเพียร์ซร้องตะโกนออกมาอย่างโกรธแค้นร่างของมันบินหลบไปทางซ้ายทีขวาที แต่ก็ไม่สามารถบินฝ่าวงล้อมของแวมไพร์ขั้นเคานต์ทั้งสองตน และขั้นไวส์เคานต์อีกสิบตนไปได้!แม้เพียร์ซจะกลายร่างเป็นค้างคาวแล้วก็ยังไม่สามารถบินฝ่าลงล้อมของอีกฝ่ายไปได้ เพราะพวกมันคาดหวังว่าจะต้องทำให้หลิงหยุนตกลงไปบนพื้นดินตายให้ได้!เพียงแค่สองหรือสามวินาทีเท่านั้นหลิงหยุนก็ตกลงไปราวหนึ่งร้อยเมตร และเกือบจะอยู่ต่ำกว่าร่างของเพียร์ซแล้วเมื่อต้องเผชิญกับแวมไพร์ขั้นเคานต์ถึงสองตนเพียร์ซก็แทบจะทำอะไรไม่ได้ มันจึงกลายร่างกลับคืน และยกมือขึ้นชกแวมไพร์ขั้นไวส์เคานต์ที่อยู่ตรงหน้าทั้งหกคนจนเลือดสาด!เพียร์ซเห็นว่ามีเพียงหนทางเดียวที่จะจัดการกับแวมไพร์ขั้นเคานต์และไวส์เคานต์ได้ในเวลาสั้นๆ คือต้องใช้มนต์โลหิตเท่านั้น!แต่การใช้มนต์โลหิตของเหล่าแวมไพร์นั้นก็จะต้องแลกกับเลือดในร่างกายที่มีเพียงเล็กน้อยของตนเอง!แวมไพร์ขั้นไวส์เคานต์หกตนได้รับบาดเจ็บจึงบินได้ช้าลง และไม่สามารถบินทันเพียร์ซได้อีก!หมัดทั้งสองข้างของเพียร์ซนั้นรุนแรงเกินกว่าจะต้านทานเพียร์ซพุ่งตรงเข้าหาแวมไพร์ขั้นไวส์เคานต์อีกสองตน แต่ในเวลาเดียวกันนั้นแวมไพร์ขั้นเคานต์ทั้งสองตนก็บินกลับไปทางด้านหลังของเพียร์ซ และจัดการชกหมัดทั้งสี่เข้าที่ด้านหลังของเพียร์ซอย่างแรง!ร่างสูงใหญ่ของเพียร์ซถูกกระแทกอย่างแรงและเกือบจะตกลงไป แต่มันก็รีบกลายร่างเป็นค้างคาว และบินตรงเข้าไปหาหลิงหยุนทันทีแต่ถึงกระนั้นร่างของหลิงหยุนก็กำลังร่วงลงสู่พื้นดินและน่าจะต้องได้รับบาดเจ็บ เพราะร่างของเขานั้นร่วงลงพื้นอย่างรวดเร็ว ส่วนแวมไพร์ขั้นเคานต์ทั้งสองตนก็ไล่ตามเพียร์ซมาติดๆ‘จะทำเช่นไรดี’หลิงหยุนครุ่นคิดแต่ระหว่างนั้นเอง..หลิงหยุนก็ยิ้มออกมานี่เขาลืมสมบัติล้ำค่าของตนเองไปได้อย่างไรกันสมบัติล้ำค่าที่จะช่วยชีวิตของเขาได้!หลิงหยุนขยับมือซ้ายเล็กน้อยแล้วร่มก็ปรากฏขึ้นมาทันที หลิงหยุนกางร่มในมือออก และมันก็กลายเป็นร่มชูชีพขนาดเล็กที่ช่วยชะลอความเร็วให้กับหลิงหยุนได้..แต่ถึงกระนั้น..ด้วยความเร็วที่ตกลงไป แม้ว่าจะกางร่มได้สำเร็จ แต่ก็ถูกแรงลมพัดปลิวไป และในไม่ช้าร่มเล็กก็ยากที่จะรับน้ำหนักคนแปดสิบกิโลกรัมได้!แต่หลิงหยุนนั้นไม่ใช่คนธรรมดาเขาเพียงแค่ต้องการใช้ร่มชะลอความเร็วเท่านั้น และเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว!