ตอนที่ 422
บทที่ 755-756
October 22, 2026
บทที่ 755 : ศัตรูต่างหวาดกลัว! มังกรคำรามนั้นเป็นการโจมตีคู่ต่อสู้ด้วยคลื่นเสียง! และการโจมตีด้วยคลื่นเสียงนั้นก็นับว่าเป็นการโจมตีที่ทรงพลังมากอย่างหนึ่ง.. คลื่นเสียงนั้นมีพลังมากเพียงใดน่ะหรือ อาจลองนึกถึงคนที่ต้องทำงานอยู่ในโรงงานที่มีเสียงดังเป็นระยะเวลานานๆหรือไม่ก็ลองถามผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้กับสนามบินดู พวกเขาน่าจะรู้คำตอบเป็นอย่างดี! มังกรคำรามของหลิงหยุนนั้นเป็นวิชาที่ทรงพลังมากวิชาหนึ่ง มันไม่เพียงแค่ทำลายแก้วหูของมนุษย์ แต่ยังสามารถทำลายสติของศัตรูได้อีกด้วย หากคนผู้นั้นไม่ได้มีกำลังภายในในระดับเดียวกับหลิงหยุน หรือเป็นเพียงแค่คนธรรมดา มังกรคำรามของหลิงหยุนก็จะสามารถโจมตีได้ถึงจิตเลยทีเดียว! และสำหรับหลิงหยุนซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นปรับร่างกาย-9นั้น จึงสามารถทำให้เหล่าแวมไพร์รวมทั้งเฉินเจี้ยนกุ่ยถึงกับตกตะลึง และนิ่งไปได้ชั่วครู่.. และนี่คือปฏิกิริยาตอบสนองที่หลิงหยุนต้องการ! “อ๊าก..” เสียงกรีดร้องดังสนั่นไปทั่วทั้งหุบเขาหลิงหยุนก็จัดการยิงลูกธนูออกไปอีกสามดอก และทั้งสามดอกนั้นก็เล็งไปยังจุดสำคัญบนร่างกายของแวมไพร์ขั้นเคานต์ทั้งสามตน ลูกธนูเงินที่เย็นเฉียบทั้งสามดอกของหลิงหยุนนั้นพุ่งไกลออกไปถึงห้าร้อยเมตร และตรงเข้าไปที่หัวไหล่ของแวมไพร์ขั้นเคานต์ทั้งสามตนพร้อมๆกัน จากนั้นไอเย็นของลูกธนูก็แผ่ซ่านเข้าไปที่หัวใจของพวกมัน! และครั้งนี้..หลิงหยุนก็ไม่พลาดที่จะถ่ายเทพลังหยินอันแสนเย็นยะเยือกนี้ลงไปในลูกธนู แวมไพร์ขั้นเคานต์ทั้งสามตนที่ยังไม่ฟื้นสติจากการถูกโจมตีด้วยคลื่นเสียงของมังกรคำรามก็ถูกหลิงหยุนสังหารตายในพริบตา ร่างที่แข็งเป็นน้ำแข็งนั้นร่วงตกลงไปที่ก้นหุบเขาอย่างรวดเร็ว! มังกรคำรามของหลิงหยุนนั้นมีอานุภาพในการทำลายล้างศัตรูได้อย่างน่าทึ่งก็จริงแต่หลิงหยุนก็สามารถควบคุมไม่ให้มีผลกระทบต่อเกาเฉินเฉิน เหล่ากุ่ย และเพียร์ซได้ ส่วนเพียร์ซนั้นแม้ว่าตนเองจะได้รับบาดเจ็บอยู่แต่ก็กล้าหาญพุ่งเข้าใส่เหล่าแวมไพร์ขั้นไวส์เคานต์นับสิบ.. จากนั้น..หลิงหยุนจึงใช้มังกรพรางร่างกระโดดขึ้นไปบนอากาศ พร้อมกับหมุนตัวลอยละลิ่วลงไปยืนอยู่บนโขดหินหน้าถ้ำทันที ตูม! จากนั้น..พลังลมที่รุนแรงก็พวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือของหลิงหยุน และผลักเอาก้อนหินทั้งหมดที่เหล่าแวมไพร์พากันโยนลงมานั้นตกหน้าผาไป! “เฉินเฉิน..เหล่ากุ่ย.. พวกท่านเป็นอย่างไรบ้าง” หลิงหยุนรีบเปิดจิตหยั่งรู้สำรวจเข้าไปในถ้ำเมื่อพบว่าเกาเฉินเฉินกับเหล่ากุ่ยยังสบายดี จึงได้แต่โล่งใจ.. “ฉันไม่เป็นอะไร..” แม้ว่าจะเป็นระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีแต่ริมฝีปากของเกาเฉินเฉินก็แห้งผากจากการถูกความร้อนเผาไหม้ “นายน้อยสี่..ท่านทำให้บ่าวแก่ๆอย่างข้าเป็นห่วงจนแทบหัวใจวาย..” เหล่ากุ่ยร้องอุทานออกมาด้วยความเป็นห่วง หลิงหยุนช่างบ้าระห่ำนัก..เขาบินสูงขึ้นไปถึงห้าร้อยเมตรเพียงเพื่อฆ่าเหล่าแวมไพร์ การกระทำเช่นนี้คงไม่มีใครหน้าใหนกล้าทำอีกแล้วนอกจากหลิงหยุน! “ข้าขออภัยที่ทำให้ท่านต้องเป็นห่วง..”หลิงหยุนตอบยิ้มๆพร้อมกับถือคันธนูทองไว้ในมือ “ยังมีแวมไพร์รอดชีวิตอีกสามสิบกว่าตนแล้วก็เฉินเจี้ยนกุ่ยด้วย..” เวลานี้..นอกจากเฉินเจี้ยนกุ่ยที่อยู่ห่างจากรัศมีการต่อสู้ไป ก็ยังมีแวมไพร์ขั้นมาร์ควิส แวมไพร์ขั้นเคานต์อีกสองตน และแวมไพร์ขั้นไวส์เคานต์อีกสามสิบหกตน ส่วนหลิงหยุนนั้นแม้จะผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดมา แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย มีเพียงเพียร์ซที่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น …………. หลิงหยุนยืนนิ่งอย่างสง่าผ่าเผยอยู่บนโขดหินไม่ถึงสิบวินาทีก็เริ่มยกคันธนูในมือขึ้นมาน้าวสายอีกครั้ง! ก่อนหน้านี้แวมไพร์ขั้นไวส์เคานต์ทั้งสิบตนก็ได้ถูกหมัดของเพียร์ซจนได้รับบาดเจ็บ จึงเคลื่อนไหวได้ช้าลงกว่าปกติ.. หลิงหยุนเปลี่ยนจากจิตหยั่งรู้มาสำรวจด้วยเนตรหยิน-หยางแทนและไม่ว่าแวมไพร์ตนใหนก็ไม่สามารถล่องหนหลบหนีจากสายตาของหลิงหยุนไปได้ ครั้งนี้..แวมไพร์ขั้นมาร์ควิสก็ได้บินไปหลบอยู่ทางหน้าผาด้านตะวันออก เพราะเวลานี้มันเองก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับสู่สภาพเดิมได้ “มันต้องเป็นซานตานแน่ๆแล้วมันเอาลูกธนูเงินมาจากใหนมากมาย!” “มันเป็นปีศาจชนิดใหนกันถึงได้จ้องล้างผลาญแวมไพร์อย่างพวกเรา!” “แล้วไฟที่ร้อนแรงนั่นเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน!”แต่ก็ไม่มีแวมไพร์ตนใหนสามารถตอบคำถามของแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสผู้น่าสงสารได้มีเพียงเสียงฟ้าร้องที่ดังกึกก้องแทนคำตอบ และฝนที่กระหน่ำตกลงมาอย่างรุนแรงอีกครั้ง!พายุฝนกำลังกระหน่ำลงมาอีกครั้ง!สายฟ้าสีเงินรูปมังกรปรากฏขึ้นอยู่กลางท้องฟ้าที่มืดมิดทำให้ทั่วทั้งบริเวณสว่างไสวขึ้นมาทันที!และด้วยสัญชาติญาณแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสถึงกับหดคอ และหลับตาปี๋!แน่นนอนว่าแวมไพร์นั้นหวาดกลัวสายฟ้าเหล่านี้มากกว่าเปลวไฟที่ร้อนแรงอีกทั้งสายฟ้ารูปมังกรนี้ก็สว่างไสวเสียยิ่งกว่าสายฟ้าที่พวกมันเคยพบเห็นมาเสียอีก!ภายในเวลาเพียงแค่สองนาทีหลิงหยุนก็สามารถสังหารแวมไพร์ขั้นไวส์เคานต์ไปได้อีกถึงยี่สิบกว่าตน..เวลานี้..ต่อให้ยิงลูกธนูออกไป ก็ไม่มีแวมไพร์หลงเหลืออีกแล้ว เพราะพวกมันต่างก็พากันบินหนีเอาชีวิตรอด หลิงหยุนจึงเก็บคันธนูทองเข้าไป และเขาก็พอใจการต่อสู้ในครั้งนี้มาก!แม้ว่าหลิงหยุนจะไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้แต่เขาก็สามารถสังหารเหล่าแวมไพร์ได้..“ช่างโชคดีนักที่ก่อนหน้านี้ข้าได้ดูดเอาพลังปราณของยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนเข้าไปถึงสองคนไม่เช่นนั้นพลังหยิน-หยางในร่างกายของข้าคงจะต้องถูกใช้ไปจนหมดแน่..”หลิงหยุนสูดลมหายเข้าไปลึกก่อนจะกระโดดเข้าไปในถ้ำและรีบเอื้อมมือออกไปคว้าร่างของเกาเฉินเฉินไว้พร้อมกับพูดขึ้นว่า“พวกเราต้องรีบออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด!”ในสถานการณ์เช่นนี้อีกทั้งหลิงหยุนเองก็ยังไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ เขาจึงต้องปกป้องเกาเฉินเฉิน และเหล่ากุ่ยให้ปลอดภัยเสียก่อน เพราะนอกเหนือจากเฉินเจี้ยนกุ่ยแล้ว หลิงหยุนก็เชื่อว่ายังมีแวมไพร์อยู่อีกมากมาย เขาจึงเกรงว่าการต่อสู้อาจจะยังไม่จบลงง่ายๆ“นายน้อยสี่..พวกเราจะหนีไปทางใหน”“พวกเราคงกลับไปที่ถนนเมื่อครู่ไม่ได้แล้วและจะต้องรีบไปจากหน้าผาแห่งนี้ ข้าว่าพวกเรามุ่งหน้าไปทางอ่างเก็บน้ำมี่หยวินจะดีกว่า!”ทางด้านฝั่งตะวันออกของถนนนั้นมีภูเขาเรียงรายติดกันมากมาย และท่ามกลางภูเขาก็มีป่าทึบปกคลุม อีกทั้งยังมีหน้าผาอยู่มากมายหลายแห่ง ในสถานที่แบบนั้นหลิงหยุนก็จะสามารถต่อสู้ได้สะดวกขึ้นด้วย“ไปกันได้แล้ว!”มือขวาของหลิงหยุนโอบเอวของเกาเฉินเฉินไว้มือซ้ายถือกระบี่โลหิตแดนใต้ และรีบกระโดดขึ้นไปบนแผ่นหลังของเพียร์ซทันที!เพียร์ซกระพือปีกและร่างของมันก็บินขึ้นสู่ท้องฟ้า เหล่ากุ่ยถือกระบี่ในมือพร้อมกับใช้วิชาตัวเบากระโดดจากหน้าผาตามหลิงหยุนไปอย่างรวดเร็วเช่นกันสายฝนยังคงกระหน่ำลงมาและแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสเห็นหลิงหยุนยืนอยู่บนหลังของเพียร์และกำลังบินขึ้นสู่ท้องฟ้า มันก็ถึงกับร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ“โอ้พระเจ้า..หมอนั่นจะไปใหน”ครั้งนี้..ดูเหมือนว่าแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสจะหวาดกลัวหลิงหยุนเข้ากระดูก และคงเป็นไปไม่ได้ที่มันจะปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากท่านดยุคแดร๊กคิวล่าได้สำเร็จ เพราะสิ่งแรกที่มันต้องทำก่อนอย่างอื่นก็คือการรักษาชีวิตตนเองไว้!“ฮ่า..ฮ่า.. บินขึ้นไปหาพวกมัน!”หลิงหยุนตะโกนบอกเพียร์ซ..และเพียร์ซก็บินขึ้นไปหาเหล่าแวมไพร์ตามคำสั่งทันที..กระบี่โลหิตแดนใต้ในมือซ้ายของหลิงหยุนกวัดแกว่งไปมาอย่างรวดเร็วและตัดร่างของแวมไพร์ที่ขวางหน้ากระเด็นกระดอนออกไปทันที!ชัวะ!กระบี่โลหิตแดนใต้ฟันเข้ากับร่างของแวมไพร์ขั้นไวส์เคานต์ถึงสามตนสิ้นใจตายในทันที“หนีเร็วเข้า!”แวมไพร์ขั้นมาร์ควิสสั่งเหล่าแวมไพร์ที่กลายร่างเป็นค้างคาวให้บินสูงขึ้นไปอีกและเพียงแค่พริบตาเดียวก็หายไปท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนัก“เฉินเจี้ยนกุ่ย..เจ้าต้องชดใช้ด้วยชีวิต!” หลิงหยุนร้องบอกขณะที่บินตรงเข้าไปหาเฉินเจี้ยนกุ่ยที่อยู่ห่างออกไปเฉินเจี้ยนกุ่ยทั้งหวาดกลัวและสยดสยองจนต้องบินหนีไปและไม่กล้าเผชิญหน้ากับหลิงหยุนอีกหลิงหยุนเห็นเหล่ากุ่ยที่วิ่งตรงแต่ไม่มีศัตรูติดตามมาด้วย จึงรีบร้องบอกเพียร์ซว่า“เพียร์ซ..เจ้าบินไปทางฝั่งตะวันออก และลดเพดานบินให้อยู่ในระดับยอดไม้!”เพียร์ซคิดว่าเหล่ากุ่ยจะมีน้ำหนักมากแต่เมื่อเหล่ากุ่ยกระโดดขึ้นมาบนหลังของมัน เพียร์ซกลับพบว่าเหล่ากุ่ยกับหลิงหยุนนั้นเบาดั่งขนนก มันจึงแบกน้ำหนักของเกาเฉินเฉินเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น“ขอรับ..ลูกพี่!”