ตอนที่ 462
บทที่ 835-836
October 22, 2026
บทที่ 835 : สายเลือดที่แข็งแกร่ง! “ใช่แล้ว!ผมนึกออกแล้ว! เมื่อฤดูหนาวปีที่แล้ว นายน้อยใหญ่ขออนุญาตท่านผู้เฒ่าใช้เครื่องบินเส่วนตัว ท่านผู้เฒ่าจึงได้ส่งผมให้ไปเป็นผู้ขับเครื่องบินให้กับนายน้อยใหญ่ แล้วผมก็ได้เห็นคนผู้นี้บนเครื่องบิน..” หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ชางจวินก็เล่าสิ่งที่ตนนึกได้ออกมาจนหมด.. “เฮ้อ..” หลิงหยุนได้ฟังถึงกับถอนหายใจยาวและได้แต่คิดว่า ‘เป็นเจ้าจริงๆสินะหลิงห่าว! เจ้าช่างทำได้ลงคอ!’ จากนั้นหลิงหยุนก็ถามขึ้นมาอย่างไม่ลังเล“ชางจวิน.. นี่เป็นเรื่องใหญ่มาก! คุณมั่นใจหรือไม่ว่าจำได้แม่นยำ แล้วก็ไม่มีอะไรผิดพลาด!” หลิงหยุนจำเป็นต้องถามย้ำเพื่อให้มั่นใจเพราะคนผู้นั้นมีรูปลักษณ์ที่ธรรมดาไม่โดดเด่น และหากอยู่ท่ามกลางฝูงชน ก็แทบจะไม่มีใครสนใจ! แต่กลับคิดไม่ถึงว่าชางจวินจะตอบกลับมาอย่างมั่นอกมั่นใจยิ่งกว่าเดิมเขายกมือขึ้นตบที่หน้าอกของตนเอง และกับย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “นายน้อยสี่..!ผมเป็นทหารในหน่วยพิเศษมานานถึงหกปี และได้รับการฝึกฝนพิเศษมาในหลายๆด้าน แม้ว่าผมจะไม่กล้าพูดว่าจำได้อย่างไม่มีวันลืมเลือน แต่ก็สามารถพูดได้ว่าจำได้แม่นยำไม่ผิดพลาดอย่างแน่นอนครับ..” หลิงหยุนพยักหน้าแต่ก็นึกประหลาดใจจึงได้ถามต่อว่า “ในเมื่อพวกคุณสองคนกับคนผู้นั้น ต่างก็เป็นคนของตระกูลหลิงทั้งหมด แล้วเพราะเหตุใดจึงดูเหมือนกับไม่เคยรู้จัก” หลิงหยุนพูดจบก็หันไปมองซวู่รุ่ยอีกครั้งและสายตาของซวู่รุ่ยก็บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขาเองไม่รู้จักคนผู้นั้น ชางจวินและซวู่รุ่ยหันไปมองหน้ากันพร้อมกับหัวเราะออกมาจากนั้นชางจวินจึงตอบหลิงหยุนกลับไปด้วยรอยยิ้ม “นายน้อยสี่เพิ่งจะกลับเข้าตระกูลหลิงได้ไม่นานอาจยังมีบางสิ่งบางอย่างที่นายน้อยสี่เองก็ยังไม่รู้..” “ตระกูลหลิงเป็นถึงหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่แห่งปักกิ่งซึ่งนับว่าเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่มากตระกูลหนึ่ง นายน้อยสี่คงจะยังไม่รู้ว่าภายในตระกูลหลิงนั้นมีผู้คนทั้งนอกและในอยู่หลายร้อยคน..” “และทุกคนต่างก็มีหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเองในแต่ละวัน.. ต่างคนต่างก็มีภารกิจลับเฉพาะที่ตนเองต้องจัดการ ต่างฝ่ายจึงต่างไม่เปิดเผยฐานะของตนเอง!” “อย่างเช่นพวกเราสองคน..พวกเรามีหน้าที่ในการขับเครื่องบินให้กับนายผู้เฒ่าเท่านั้น ไม่เพียงไม่มีสิทธิ์สอบถามเรื่องใดๆ แต่ยังเกี่ยวข้องกับผู้อื่นน้อยมากด้วย..” หลิงหยุนได้ฟังคำอธิบายก็สามารถเข้าใจได้ในทันทีในเมื่องทุกคนต่างก็มีหน้าที่เฉพาะของตนเอง อีกทั้งยังไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้โคจรมาพบกัน บางคนอาจะยังไม่เคยพบเจอกันสักครั้งแม้ว่าจะทำงานให้กับตระกูลหลิงเหมือนกัน และเรื่องทำนองนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติอะไร! ชางจวินหยุดมองหลิงหยุนเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เบา “นายน้อยสี่.. ความจริงที่ผมพูดไปเมื่อครู่นั้นก็เป็นเพียงเหตุผลหนึ่งเท่านั้น ยังมีเรื่องที่สำคัญกว่านั้น.. หลายปีมานี้นายน้อยใหญ่ได้แอบซุ่มฝึกฝนกำลังคนอย่างลับๆ และคนผู้นั้นก็เป็นหนึ่งในกำลังคนของนายน้อยใหญ่..” คำอธิบายของชางจวินทำให้หลิงหยุนยิ่งเข้าใจทุกอย่างกระจ่างชัดมากขึ้นไปอีกหลิงหยุนได้แต่ยิ้มและถามต่ออย่างสงสัย “หลิงห่าวแอบซ่องสุมกำลังเช่นนี้เหตุใดท่านปู่จึงไม่จัดการอะไรกับเขา” ชางจวินยิ้มขื่นพร้อมกับตอบไปว่า“นายน้อยสี่.. ท่านอย่าลืมว่าเวลานี้นายผู้เฒ่าได้รามือจากภารกิจต่างๆของตระกูลไปนานนับสิบปีแล้ว เรื่องราวต่างๆในตระกูลหลิงล้วนดูแลจัดการโดยผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน อีกทั้งเวลานี้นายน้อยใหญ่ก็เป็นกำลังหลักของผู้นำตระกูลหลิงคนปัจจุบัน เขาจึงต้องต้องสร้างสมกำลังอำนาจให้กับตนเอง..” “เรื่องเราวในลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติของตระกูลใหญ่นายน้อยใหญ่เป็นถึงทายาทที่จะสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลหลิงคนต่อไป นายผู้เฒ่าจึงต้องหลับตาข้างหนึ่ง และปล่อยให้เขาทำไป..” “อ่อ..ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง..” หลิงหยุนทำเสียงขึ้นจมูกและแสยะยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน แต่แล้วก็กลับสู่ความสงบเป็นปกตินิสัย หลิงหยุนหันมองหน้าชางจวินกับซวู่รุ่ยพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เอาล่ะ.. ที่ผมขอให้พวกคุณมาที่นี่ก็เพียงแค่ต้องการให้พวกคุณสองคนช่วยยืนยันว่าคนในรูปใช่คนตระกูลหลิงหรือไม่เท่านั้น.. ในเมื่อยืนยันเสร็จแล้ว เรื่องนี้ก็ขอให้จบแต่เพียงเท่านี้..” ความจริงแล้วหลิงหยุนยังต้องการจะพูดอะไรบางอย่างต่อแต่เลือกที่จะจบคำถามเพียงเท่านั้น และไม่เปิดเผยสิ่งที่เขาคิดให้นักบินทั้งสองคนได้รู้.. ทั้งชางจวินและซวู่รุ่ยเองก็เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของหลิงหยุนเป็อย่างดีทั้งคู่จึงยืดตัวตรงพร้อมกับยกมือขึ้นทำท่าวันทยาหัตนถ์ และตอบด้วยเสียงดังฟังชัด “ครับผม!” หลิงหยุนพอใจอย่างมากกับท่าทีของนักบินทั้งสองคนเขายิ้มพร้อมกับตอบไปว่า “ผมกลับมาจิงฉูครั้งนี้ เพราะมีเรื่องสำคัญต้องสะสาง ระหว่างที่รอผมอยู่นี้ พวกคุณทั้งสองคนก็ถือโอกาสท่องเที่ยวให้ทั่วเมืองจิงฉูเลยก็แล้วกัน หลังจากเสร็จภารกิจแล้ว ผมจะรีบกลับปักกิ่งทันที!” พูดจบ..หลิงหยุนก็ยิ้มกว้างให้กับนักบินทั้งสองคน เขายกมือขึ้นตบบ่าคนทั้งคู่พร้อมกับพูดอย่างมีความสุข “พรุ่งนี้ผมจะจัดการให้คนนำเงินไปให้พวกคุณสองคนคนละหนึ่งล้านหยวนขอให้ท่องเที่ยวในจิงฉูให้สนุกเต็มที่ แล้วถ้าไม่พอให้มาบอกผม!” ทั้งชางจวินและซวู่รุ่ยต่างก็หันไปมองหน้ากันพวกเขาแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง.. คนละหนึ่งล้านหยวนงั้นหรือ!ถ้าไม่พอก็สามารถขอเพิ่มได้อีกอย่างนั้นหรือ?! นายน้อยสี่ช่างใจกว้างเป็นแม่น้ำ.. แต่ทั้งคู่กลับส่ายหน้าไปมาพร้อมกันทั้งสองคนรีบปฏิเสธทันทีว่าไม่สามารถรับเงินของหลิงหยุนได้ หลิงหยุนจึงตอบกลับยิ้มๆ“พวกคุณสองคนไม่ได้ออกมาเที่ยวแบบนี้นานเท่าไหร่แล้ว อีกอย่างที่ผ่านมาก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้กับตระกูลหลิง พวกคุณไปเที่ยวให้สนุก ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน..” ชางจวินรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมากแต่ก็พูดออกไปอย่างเกรงใจ “นายน้อยสี่.. ตั้งแต่พวกเราสองคนได้มารับใช้นายผู้เฒ่า ก็มีชีวิตที่ดีกว่าคนธรรมดามากมายหลายร้อยเท่าแล้ว พวกเราสองคนไม่สามารถรับเงินของท่านได้จริงๆ มันเป็นกฏของตระกูลหลิง..” เมื่อเห็นว่าคนทั้งสองยังยืนกรานปฏิเสธเช่นนั้นหลิงหยุนถึงกับขมวดคิ้วพร้อมกับพูดตัดบทว่า“ผมรู้ว่าเป็นกฎของตระกูลหลิงแต่นี่ก็เป็นกฎของผมเช่นกัน! พวกคุณสองคนยังอยากขับเครื่องบินให้กับผมอยู่หรือเปล่า”เมื่อได้ยินหลิงหยุนถามเช่นนี้ทั้งชางจวินกับซวู่รุ่ยจึงรีบพยักหน้าพร้อมกันทันที..หลิงหยุนหัวเราะเสียงดังพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เอาล่ะ.. ในเมื่อพวกคุณทั้งสองคนยังต้องการจะขับเครื่องบินให้ผมต่อ พวกคุณก็ต้องทำตามกฎของผม! ออกไปเที่ยวเล่นในเมืองจิงฉูได้แล้ว!”หลิงหยุนไม่รอให้ทั้งสองคนปฏิเสธอีกและรีบส่งทั้งคู่กลับไปทันที หลังจากที่นักบินทั้งสองคนเดินออกจากบ้านเลขที่-1 ไปแล้ว หลิงหยุนจึงเดินกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่นอีกครั้ง..หน้าตาของไป๋เซียนเอ๋อเต็มไปด้วยความสงสัยนางจ้องมองหลิงหยุนด้วยสีหน้าที่ดูไม่มั่นใจ ในที่สุดก็อดรนทนไม่ได้จนต้องถามออกไปว่า“พี่หลิงหยุน..ข้าได้ยินพวกเขาเรียกท่านว่านายน้อยสี่!”หลิงหยุนหยุดครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงหันไปมองหน้าไป๋เซียนเอ๋อ “เซียนเอ๋อ.. หลังจากเสร็จธุระที่จิงฉู ข้ายังจะต้องกลับไปปักกิ่งอีก ไม่เพียงต้องไปจัดการตระกูลเฉินกับเหล่าแวมไพร์ แต่ข้ายังมีเรื่องสำคัญกว่านั้นที่ต้องทำอีก!”“เซียนเอ๋อ..เวลานี้ข้าได้รู้จักกับบรรพบุรุษที่แท้จริงของตัวเองแล้ว และตอนนี้พี่หลิงหยุนของเจ้าก็คือนายน้อยสี่แห่งตระกูลหลิงในปักกิ่ง!”“ห๊ะ!”หลิงหยุนยิ้มและพูดต่อว่า“ท่านปู่ของข้าคือหลิงลี่ – ผู้นำตระกูลหลิงคนก่อน ส่วนท่านพ่อของข้าชื่อหลิงเสี่ยว มีฐานะเป็นคุณชายสามแห่งตระกูลหลิง และท่านแม่ของข้าก็คือธิดาพรรคมารคนก่อน..”“จริงหรือ!”ใบหน้างดงามของไป๋เซียนเอ๋องุนงงเล็กน้อยแต่แล้วก็รีบพุ่งเข้าหาอ้อมแขนของหลิงหยุนทีพร้อมกับเอ่ยแสดงความยินดีอย่างจริงใจ“เซียนเอ๋อยินดีกับพี่หลิงหยุนด้วย!ในที่สุดท่านก็ได้พบกับครอบครัว และพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดท่านแล้ว!”แต่ใบหน้าของหลิงหยุนกลับปรากฏร่องรอยของความขมขื่นใจ..“เซียนเอ๋อ..ข้าพบเพียงแค่ต้นตระกูลของตนเองเท่านั้น แต่น่าเสียดายที่ข้ายังไม่เคยได้พบหน้าท่านพ่อกับท่านแม่ผู้ให้กำเนิดเลยแม้แต่คนเดียว!”ไป๋เซียนเอ๋อถึงกับอึ้งไปและจู่ๆก็เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่หล่อเหลาของหลิงหยุนพร้อมกับร้องถามออกมาอย่างแปลกใจ“อะไรนะ!เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? มันเกิดอะไรขึ้น?”หลิงหยุนส่ายหน้าไปมาช้าๆเขาวางร่างของไป๋เซียนเอ๋อไว้บนโซฟา แล้วจึงตอบกลับไปว่า“เรื่องมันยาว..ไว้ว่างๆข้าจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้เจ้าฟัง!”ไป๋เซียนเอ๋ออยู่ตัวคนเดียวในโลกใบนี้และไม่มีสายสัมพันธ์ที่ซับซ้อน หลิงหยุนจึงเลือกที่จะแบ่งปันความลับเรื่องที่เขากลับสู่ตระกูลหลิงให้นางฟัง..ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งก็คือว่าไป๋เซียนเอ๋อนั้นแข็งแกร่งมากแม้แต่เขาเองยังไม่สามารถมองเห็นขั้นกำลังภายในของนาง หลิงหยุนจึงมั่นใจว่าไป๋เซียนเอ๋อจะสามารถช่วยเขาได้มาก“เซียนเอ๋อ.ไว้ข้าเสร็จภารกิจที่จิงฉูเมื่อไหร่ ข้าจะพาเจ้าไปปักกิ่งด้วย ที่นั่นมีศัตรูที่แข็งแกร่งมากมาย เรื่องสำคัญที่สุดสำหรับเจ้าเวลานี้ก็คือ เจ้าต้องเร่งพัฒนาขั้นให้ก้าวหน้ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เข้าใจหรือไมไ!”ไป๋เซียนเอ๋อรีบพยักหน้าทันที..หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับลูบแผ่นหลังของไป๋เซียนเอ๋อแล้วสั่งว่า “เอาล่ะ.. นี่ก็ห้าโมงแล้ว เจ้ารีบขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว ข้าจะไปที่สวนหลังบ้านหน่อย..”ไป๋เซียนเอ๋อวิ่งกลับชึ้นไปชั้นสองทันทีส่วนหลิงหยุนก็เดินออกจากห้องนั่งเล่นพรัอมกับตะโกนร้องบอกตี้เสี่ยวอู๋ให้ตามเขาไปที่ห้องเก็บด้านหลัง..ในเวลานั้น..พอลกับเจสเตอร์ได้จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า และกลับมาอยู่ในสภาพของสุภาพบุรุษชาวตะวันตกเช่นเดิม“เจ้านายที่เคารพ!”“เจ้านายที่เคารพ!”เมื่อเห็นหลิงหยุนกำลังเดินมาทั้งพอลกับเจสเตอร์ก็รีบลุกขึ้นทักทายด้วยท่าทางเคารพนบนอบ“เมื่อคืนนี้หลังจากที่สูดดมเอาอากาศที่ประหลาดเข้าไปพวกเจ้าสองคนรู้สึกเปลี่ยนไปเช่นใดบ้าง มีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของพวกเจ้าบ้างหรือไม่?”หลิงหยุนกำลังถามถึงปราณเสวียนและปราณหวงที่แวมไพร์ทั้งสองตนดูดซับเข้าไปเมื่อคืนนี้เจสเตอร์รีบร้องตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ“เจ้านายที่เคารพ.. พวกเราสองคนคุยเรื่องนี้กันตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว!”“พวกเราไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่พอพวกเราสูดดมเข้าไปก็รู้สึกแข็งแกร่งขึ้นมาทันที และรู้สึกราวกับว่าหยดเลือดของท่านในร่างกายของพวกเราทั้งคู่นั้น กระจายไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว..”เมื่อครั้งที่พอลกับเจสเตอร์ได้รับเลือดของหลิงหยุนเข้าไปครั้งแรกนั้นทั้งคู่ก็แข็งแกร่งขึ้นในทันที แต่เมื่อคืนนี้ได้รับปราณเสวียนกับปราณหวงเข้าไป ความแข็งแกร่งก็เพิ่มมากขึ้นอีก ทั้งคู่จึงรู้สึกดีใจอย่างมาก“งั้นรึ!นี่นับว่าเป็นข่าววดี ไม่นานพวกเจ้าก็คงจะเข้าสู่ขั้นเคานต์แล้วสินะ?”หลิงหยุนคาดเดายิ้มๆ..พอลตอบกลับมาทันที“เจ้านายที่เคารพ.. แม้ว่าพวกเราจะแข็งแกร่งขึ้นมากก็จริง แต่การจะพัฒนาเข้าสู่ขั้นเคานต์ก็ใช่ว่าจะเป็นไปได้ง่ายๆ..”