ตอนที่ 463
บทที่ 837-838
October 22, 2026
จักรพรรดิเทพมังกร – บทที่ 837 : ทำลายล้าง! ครืน..ครืน.. เพียงแค่หลิงหยุนโอบเอวไป๋เซียนเอ๋อเดินไปถึงหน้าประตูบ้านเท่านั้นเขาก็ได้ยินเสียงฟ้าร้องครืนๆมาแต่ไกล หลิงหยุนเงยหน้าขึ้นมองไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้พร้อมกับพึมพำออกมาเบาๆ“ฝนกำลังจะตก..” ตี้เสี่ยวอู๋ขับรถสีดำเข้ามายังสวนภายในบ้านและไปจอดอยู่หน้าหลิงหยุนกับไป๋เซียนเอ๋อ จากนั้นจึงโผล่หน้าออกมานอกรถพร้อมกับร้องตะโกนบอกหลิงหยุน “พี่หยุน..ขึ้นรถไปกันได้แล้ว!” หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ“ฉันต้องไปพบท่านปู่เสี่ยวก่อน แต่นายไม่ต้องไปส่งฉัน นายไปหาถังเมิ่ง ช่วยเขาจัดเตรียมการสำหรับคืนนี้ให้พร้อม!” หลิงหยุนกลับมาถึงจิงฉูตั้งแต่เมื่อคืนนี้แต่จนป่านนี้ยังไม่มีเวลาไปเยี่ยมเยียนท่านหมอเสี่ยวเลย ตอนนี้ปัญหาก็ได้คลี่คลายลงแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะต้องไปเยี่ยมเยียนผู้หลักผู้ใหญ่ตามมารยาทเสียที! “ครับพี่หยุน!แล้วถ้าพี่จะให้ฉันมารับก็โทรบอกล่ะ” ตี้เสี่ยวอู๋ไม่รีรอ..หลังจากพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น เขาก็เหยียบคันเร่งหายลับตาไปในทันที “พี่หลิงหยุน..หลายวันมานี้ตี้เสี่ยวอู๋ตั้งหน้าตั้งตาฝึกอย่างหนักจริงๆ!” หลังจากตี้เสี่ยวอู๋หายลับตาไปแล้วไป๋เซียนเอ๋อก็กอดแขนหลิงหยุนแน่น และพูดถึงตี้เสี่ยวอู๋ด้วยน้ำเสียงชื่นชม หลิงหยุนยิ้มเพียงเล็กน้อย“นั่นสิ! เสี่ยวอู๋คงจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากเราสองคน แต่ความจริงเจ้าเองก็ก้าวหน้ารวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อเช่นกัน ตอนนี้ข้าเองก็ไม่สามารถมองเห็นขั้นกำลังภายในของเจ้าแล้ว!” ไป๋เซียนเอ๋อได้ยินหลิงหยุนเอ่ยชมต่อหน้าจึงตอบกลับด้วยท่าทีเอียงอาย“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน..” การฝึกฝนของไป๋เซียนเอ๋อนั้นนางฝึกฝนมาจากความทรงจำที่มีอยู่ ขั้นกำลังภายในของนางนั้นนับว่าสูงกว่าหลิงหยุน หลิงหยุนจึงไม่สามารถมองเห็นได้ แต่นางเองก็ไม่รู้ว่ามันคือขั้นใหนอย่างไรเช่นกัน! ทั้งสองคนเดินคุยกันไปช้าๆและเพียงไม่นานทั้งคู่ก็เดินไปถึงถนนเรียบทะเลสาบที่มุ่งหน้าสู่บ้านของท่านเสี่ยวหมอเทวดา หลิงหยุนนั้นนับว่าเป็นผู้ที่หาเวลาพักผ่อนได้ยากยิ่งระหว่างทางที่เดินไปนั้น เขาจึงดื่มด่ำกับทัศนียภาพที่สวยงามของทะเลสาบจิงฉูไปตลอดเส้นทาง แต่การก้าวเท้าแต่ละก้าวของเขานั้น จะรวดเร็วกว่าคนธรรมดาอย่างน้อยถึงสองเท่า และเพียงไม่นานนักทั้งคู่ก็มาถึงหน้าประตูบ้านของท่านหมอเสี่ยว.. ดักแด้ทองคำขนาดเท่านิ้วโป้งบินลงมาและพุ่งเข้าหาหลิงหยุนกับไป๋เซียนเอ๋อทันที ก่อนจะหยุดบินวนไปรอบๆคนทั้งคู่ มันก็คือเจ้าทองอ้วน ดักแด้ทองคำที่ล้ำค่าของเหมี่ยวเสี่ยวเหมานั่นเอง “เจ้าทองอ้วน..นี่เจ้าบินได้รวดเร็วกว่าเดิมถึงสองเท่าเชียว! ดูเหมือนจะเป็นผลจากที่เจ้าแอบขโมยกินสมุนไพรชีฉียู่ของข้าสินะ!” หลิงหยุนหัวเราะพร้อมกับพูดถึงเรื่องที่เจ้าทองอ้วนเคยแอบขโมยกินต้นสมุนไพรชีฉียู่ของเขาในครั้งนั้นจนถึงตอนนี้เมื่อคิดขึ้นมา หลิงหยุนก็ยังคงขุ่นเคืองใจอย่างมาก.. “นี่..นายเองก็เอาผงละลายศพของฉันไปแล้วไม่ใช่เหรอ! แล้วสมุนไพรพวกนี้ที่เผ่าเหมี่ยวเจียงก็มีอยู่มากมาย นายอยากจะได้กี่ต้นก็ไปเอาได้เลย!” เสียงของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาดังขึ้นมาก่อนที่ตัวจะมาถึงเสียอีกและเพียงเดี๋ยวเดียวเงาสีเขียวก็พุ่งออกมาจากบ้านอย่างรวดเร็ว และกำลังยืนเผชิญหน้ากับหลิงหยุนที่หน้าประตูบ้าน หลิงหยุนชื่นชอบการต่อปากต่อคำกับเหมี่ยวเสี่ยวเหมาเขายิ้มพร้อมกับตอบโต้กลับไป “คุณจะไปรู้อะไร สมุนไพรชีฉียู่ของผมไม่เหมือนสมุนไพรที่มีดาษดื่นในเผ่าของคุณ สมุนไพรของผมเป็นสมุนไพรที่หายากมาก ไม่รู้ว่าในร้อยต้นจะเจอสมุนไพรอย่างนี้สักต้นหรือเปล่า?” เหมี่ยวเสี่ยวเหมายิ้มเย้ยก่อนจะประชดประชันกลับไป“เชอะ.. ขี้โม้! ทำไมนายไม่บอกไปเลยล่ะว่าสมุนไพรของนายเป็นของหายากมาก ไม่รู้ว่าในหมื่นในแสนจะเจอสักต้นหรือเปล่า!” ไป๋เซียนเอ๋อจ้องมองเหมี่ยวเสี่ยวเหมากับหลิงหยุนปะทะฝีปากกันโดยไม่พูดอะไรจากนั้นจึงหัวเราะคิกคักออกมาอย่างมีความสุข หลิงหยุนกำลังจะตอบโต้เหมี่ยวเสี่ยวเหมากลับไปแต่ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นมา และท่านเสี่ยวหมอเทวดาก็เดินออกมาพอดี “ท่านปู่เสี่ยว!” หลิงหยุนเห็นท่านหมอเสี่ยวเดินออกมาก็หยุดต่อปากต่อคำกับเหมี่ยวเสี่ยวเหมา และรีบหันไปทักทายท่านหมอเสี่ยวอย่างมีมารยาท “เจ้ากลับมาแล้วรึ!” หน้าตาของเสี่ยวเจิ้งจี๋ดูเหมือนจะมีความสุขมากกว่าปกตินั่นเพราะหลิงหยุนเห็นว่าตั้งใจมาเยี่ยมเยียนเขาโดยเฉพาะ.. “หลิงหยุน..เจ้าจะยืนอยู่หน้าประตูทำไมเล่า เข้ามาคุยกันในบ้านดีกว่า!” ท่านหมอเสี่ยวร้องบอกหลิงหยุนพร้อมกับดึงมือเขาให้เข้ามาในบ้าน.. ในเวลานั้นไป๋เซียนเอ๋อเองก็ได้ปล่อยแขนที่เกาะกุมหลิงหยุนออกนานแล้วเช่นกันและต่อหน้าท่านหมอเสี่ยวเช่นนี้ นางเองก็กระดากที่จะเกาะติดหลิงหยุนเป็นลิง จากนั้นท่านหมอเสี่ยวก็ร้องบอกเสี่ยวเม่ยหนิงให้จัดการเตรียมชาชั้นดีมาให้หลิงหยุน“หนิงน้อย.. เจ้าจัดการนำชาหลงจิงชั้นดีมาให้ปู่เร็วเข้า!” “ท่านปู่..ให้พี่ใหญ่จัดการสิคะ! หนูกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า..” เสียงของเสี่ยวเม่ยหนิงดังมาจากชั้นสองของบ้านเธอกำลังเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ไปในงานเลี้ยงคืนนี้ แต่เลือกอยู่นานก็ยังเลือกไม่ได้เสียที เหมี่ยวเสี่ยวเหมาที่ยืนอยู่ด้านหลังจึงได้โอกาสเธอยิ้มพร้อมกับทำเสียงประชดประชัน “ให้พี่ไปเอาชาชั้นยอดมาให้หมอนี่น่ะเหรอ ฝันไปเถอะ.. แค่น้ำร้อนก็พอแล้ว!”ท่านเสี่ยวหมอเทวดาและหลิงหยุนถึงกับหันไปมองหน้ากัน ท่านหมอเสี่ยวถึงกับยิ้มกร่อยก่อนจะพูดขึ้นว่า“เฮ้อ..ดูท่าข้าคงต้องไปชงชาให้เจ้าเองสินะ!”หลิงหยุนไม่ได้สนใจเรื่องชาเขาเพียงแค่ยิ้มแล้วส่ายหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ท่านปู่เสี่ยว.. ขออภัยที่มาเยี่ยมท่านช้าไป พอดีข้ามีปัญหาต้องไปจัดการ!”แม้เหมี่ยวเสี่ยวเหมาจะตอบไปเช่นนั้นแต่ก็เข้าไปในบ้านและจัดการชงชามาให้ตามที่ท่านหมอเสี่ยวสั่ง พร้อมกับยกถาดใส่ชุดน้ำชาเดินออกมา กลิ่นหอมของชาหลงจิงฟุ้งกระจายออกไปถึงด้านนอกเหมี่ยวเสี่ยวเหมายกชามาให้เธอเหลือบมองหลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า “นี่.. ถ้านายอยากจะดื่ม ก็รินเอาเอง!”“น้องเซียนเอ๋อ..ขึ้นไปข้างบนกันดีกว่า!”หลังจากนั้น..เหมี่ยวเสี่ยวเหมาก็ดึงมือไป๋เซียนเอ๋อที่ยืนอยู่ข้างหลิงหยุนขึ้นไปชั้นสองทันทีภายในห้องนั่งเล่นจึงมีเพียงท่านหมอเสี่ยวกับหลิงหยุนเท่านั้นทั้งคู่นั่งหันหน้าเข้าหากัน ต่างคนต่างก็นิ่งไม่พูดอะไรท่านเสี่ยวหมอเทวดายิ้มขณะที่มองเหมี่ยวเสี่ยวเหมาเดินขึ้นบันได้จนลับตาไปจากนั้นจึงหันกลับมามองหลิงหยุนยิ้มๆ พร้อมกับพูดขึ้นว่า“หลิงหยุน..เจ้าอย่าไปถือสานางนะ! ข้าคงตามใจนางมากจนเกินไปอีกคน!”หลิงหยุนตอบกลับมาเบาๆ“ท่านปู่เสี่ยวอย่าได้กังวลใจไปเลย.. ข้าไม่ถือสาอะไรนางเลย!”เหมี่ยวเสี่ยวเหมาช่วยดูแลคลินิกสามัญชนให้กับเขามีหรือที่เขาจะใส่ใจ และถือสาเรื่องเล็กๆน้อยเพียงแค่นี้ในทางตรงกันข้าม..เขากลับรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของเหมี่ยวเสี่ยวเหมามากกว่า เพราะครั้งหนึ่งนางเองก็เคยอยู่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา ไม่ยอดหลบหนี มีหรือที่หลิงหยุนจะจดจำไม่ได้จนถึงทุกวันนี้..ยิ่งไปกว่านั้น..ในบรรดาสาวงามที่รายล้อมหลิงหยุนนั้น เหมี่ยวเสี่ยวเหมาก็เป็นเพียงคนเดียวนอกเหนือจากฉินตงเฉี่วย ที่กล้าทำหน้ามึนตึงใส่เขา แม้แต่หลงหวู่กับเสี่ยวเม่ยหนิงเองก็ยังไม่กล้าทำเช่นนี้แม้ว่าทั้งคู่จะต่อปากต่อคำกันอย่างไม่ยอมแพ้กันแต่ความจริงแล้วหลิงหยุนกลับไม่ได้รู้สึกอะไรในใจเลยแม้แต่น้อย และออกจะชื่นชอบด้วยซ้ำไปท่านเสี่ยวหมอเทวดายิ้มและไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกเขาหันหน้าไปมองทางบันได ก่อนจะกระซิบกับหลิงหยุน“เฉินเฉินเองก็อยู่ข้างบนเช่นกันนางกำลังช่วยหนิงน้อยเลือกเสื้อผ้า..”หลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้สำรวจดูตั้งแต่มาถึงจึงล่วงรู้ทุกอย่างหมดแล้ว..“ช่วงที่เฉินเฉินอยู่ในจิงฉูนางเองก็มาช่วยดูแลหนิงน้อยอยู่หลายปี เมื่อเห็นว่ากลับมาแล้วหนิงน้อยก็เลยชวนนางมาที่บ้าน..”ท่านเสี่ยวหมอเทวดาพูดต่อว่า“เฉินเฉินหายหน้าหายตาไปนานถึงสามเดือนข้าเองก็เป็นห่วงนางไม่น้อย แต่กลับมาครั้งนี้ดูนางจะผอมลงไปมาก คงจะเกิดเรื่องกับตระกูลเกาไม่น้อยเลยทีเดียวสินะ!”หลิงหยุนขมวดคิ้วพร้อมกับพยักหน้าและตอบด้วยเสียงที่เบาเช่นกัน “ถูกต้อง.. เรื่องทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับตระกูลเฉินแล้วก็แวมไพร์ ครั้งนี้ข้าเองก็พาแวมไพร์สองตนกลับมาด้วย ไว้จะพามาแนะนำให้ท่านปู่เสี่ยวรู้จัก!”หลิงหยุนได้อวดแวมไพร์ให้กับสาวงามของเขาดูแล้วและทั้งเสี่ยวเม่ยหนิงกับเหมี่ยวเสี่ยวเหมาก็อยู่ด้วย เขาจึงไม่จำเป็นต้องปิดบังท่านหมอเสี่ยวท่านหมอเสี่ยวเองก็ไม่ได้มีท่าทีประหลาดใจเขาเพียงแค่ถอนหายใจพร้อมกับถามต่อว่า “หลิงหยุน.. เกิดอะไรขึ้นที่ปักกิ่งกันแน่”ภายใต้คำถามของท่านเสี่ยวหมอเทวดานั้นคือความห่วงใยในความปลอดภัยของหลิงหยุน..หลิงหยุนจัดการยกกาน้ำชาขึ้นรินใส่ถ้วยของท่านหมอเสี่ยวแล้วจึงรินใส่ถ้วยของตนเอง จากนั้นจึงยกถ้วยชาขึ้นดื่ม หลังจากเอ่ยชื่นชมชาชั้นยอดแล้ว หลิงหยุนก็พูดออกมาเพียงแค่สั้นๆ“ครั้งนี้นับว่าทำลายล้างกันถึงขั้นวิกฤต!”หลิงหยุนคิดว่าคำพูดสั้นๆเพียงเท่านี้ก็สามารถอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปักกิ่งเวลานี้ได้อย่างกระจ่างชัดที่สุด!“ไม่เพียงในปักกิ่ง!ท่านปู่เสี่ยว.. ที่ข้ากลับมาจิงฉูครั้งนี้ไม่ใช่เพราะเรื่องผลการสอบเอนทรานซ์เท่านั้น นั่นเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย แต่ที่ข้ากลับมาคราวนี้ก็เพื่อต้องการดึงดูดความสนใจของฝ่ายต่างๆมาที่จิงฉูแทนต่างหาก..”ในที่สุดหลิงหยุนก็บอกท่านหมอเสี่ยวถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการกลับมาจิงฉูครั้งนี้ของตนเอง..หลังจากที่หลิงหยุนต่อสู้กับยอดฝีมือตระกูลเฉินในเวลากลางวันแสกๆอีกทั้งยังจับตัวเฉินเซินมาเช่นนี้ นั่นเท่ากับเป็นการประกาศสงครามกับตระกูลเฉินอย่างเป็นทางการแล้ว!แต่เพราะหลิงหยุนไม่คุ้นเคยกับปักกิ่งซึ่งเปรียบเสมือนแม่น้ำลึกเกินกว่าที่เขาจะหยั่งถึงได้อีกทั้งตระกูลเฉินยังปิดบังพลัง อำนาจ และอิทธิพลที่แท้จริงของตนเองไว้ค่อนข้างมาก เขาจึงเลือกที่จะฉวยโอกาสนี้กลับจิงฉู ไม่เพียงกลับมาสะสางปัญหาต่างๆที่นี่ แต่ยังเป็นการคลายความกังวลใจของตนเอง และยังเป็นการดึงความสนใจของฝ่ายต่างๆให้มาสนใจที่เมืองจิงฉูแทน นี่เรียกได้ว่ายิงกระสุนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว!ท่านหมอเสี่ยวได้ฟังหลิงหยุนที่พูดด้วยท่าทางไม่เกรงกลัวนั้นก็ได้แต่พูดขึ้นว่า “ข้าเองก็พอจะเดาได้บ้าง แม้เฉินเฉินจะเล่าให้ข้าฟังบ้าง แต่ก็มีบางอย่างที่นางไม่สะดวกจะพูดออกมาตรงๆ!”“พ่อของหนิงน้อยที่อยู่ปักกิ่งก็ได้บอกเล่าให้ข้าฟังบ้าง ข้าจึงพอที่จับต้นชนปลายได้..”“หลิงหยุน..ถึงแม้ข้าจะเชื่อมั่นในความสามารถและสติปัญญาของเจ้า แต่ถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องระมัดระวังตัวให้มาก ข้าเองอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ!”บทที่ 838 : ไม่มีใครหนีรอดแน่!คิ้วของท่านเสี่ยวหมอเทวดาขมวดเข้าหากันแน่นเผยให้เห็นว่าเขารู้สึกเป็นห่วงเป็นใยหลิงหยุนมากเพียงใด..หลิงหยุนคุ้นชินกับความห่วงใยที่ท่านหมอเสี่ยวมอบให้ตนเองเสมอมาริมฝีปากของเขาแย้มยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มมีเสน่ห์ที่แก้มซ้ายระหว่างที่ตอบกลับไป