ตอนที่ 464
บทที่ 839-840
October 22, 2026
บทที่ 839 : งานเลี้ยงฉลอง! ณโรงแรมไคเฉวียน เวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง.. โรงแรมไคเฉวียนเป็นโรงแรมหรูหราระดับห้าดาวและเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คของเมืองจิงฉู โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่เจริญ และอยู่ตรงข้ามกับแหล่งช้อปปิ้งบนถนนคนเดิน ในเวลานี้..ท้องฟ้าค่อนข้างมืดครึ้ม เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นหนาแน่นจนปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า และสายฟ้าก็ยังแลบแปลบปลาบอยู่ตลอดเวลา ทำให้เห็นราวกับว่าท้องฟ้าสีดำมืดครึ้มนั้นถูกกระชากฉีกขาดก่อนที่จะตามมาด้วยแสงของอสุนีบาต และเสียงครืนๆของฟ้าร้อง อากาศภายในเมืองจิงฉูไม่ร้อนอบอ้าวเช่นเคยแต่กลับกลายเป็นเย็นชื้นแทน เวลานี้ก็เพียงแค่รอคอยสายลมที่จะพัดผ่าน และสายฝนที่จะตกลงมาเท่านั้น หากเปรียบเทียบกับสภาพอากาศที่หงอยเหงาอึมครึมภายนอกโรงแรมแล้วภายในห้องจัดเลี้ยงชั้นห้าของโรงแรมไคเฉียนกลับอบอวลไปด้วยความสนุกสนาน และกลิ่นอายของการเฉลิมฉลองชัยชนะ ห้องจัดเลี้ยงถูกตกแต่งไว้อย่างหรูหราพร้อมแสงไฟที่สว่างไสวไปทั่วทั้งห้อง โต๊ะกลมที่จัดไว้ทั้งหมดสามสิบหกโต๊ะนั้น มีแขกเหรื่อนั่งกันอยู่เต็มไปหมด แสงไฟภาพในห้องสะท้อนกับเครื่องแก้วสีทองบนโต๊ะจนเกิดเป็นแสงสีเหลืองระยิบระยับงามตา และช่วยเสริมให้บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงดูอลังการมากยิ่งขึ้น หลี่จิ่วเจียงมีตำแหน่งเป็นถึงผู้อำนวยการกองการศึกษาแห่งมณฑลเจียนหนานส่วนหลี่เทียนก็คือนักเรียนที่ได้คะแนนสอบเอนทรานซ์สูงเป็นอันดับหนึ่งของมณฑลเจียงหนาน เพียงแค่สองคนนี้ก็ทำให้บรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยความยิ่งใหญ่ และความสำเร็จ เวลานี้มีแขกอยู่ในห้องจัดเลี้ยงมากกว่าสามร้อยคนแต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังคงหลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆ ในลิฟท์ยังมีแขกเหรื่อทยอยเดินถือการ์ดออกมาอีกราวสิบกว่าคน หน้าลิฟท์จะมีหญิงสาวหน้าตางดงามหกคนยืนรอต้อนรับอยู่ และคอยพาแขกไปร่วมแสดงความยินดีพร้อมมอบซองแดงให้กับ ‘นักเรียนที่ได้คะแนนสอบเอนทรานซ์สูงสุด’ แต่แน่นอนว่าบรรดาแขกที่มาในงานนั้นแทบไม่มีใครรู้จักหลี่เทียน พวกเขาเพียงแค่พูดจาไม่กี่คำก็ยื่นซองแดงในมือให้ ที่หน้าประตูทางเข้าห้องจัดเลี้ยงมีโต๊ะวางอยู่ทั้งหมดสี่ตัวและมีหญิงสาวสองคนนั่งอยู่ คนหนึ่งคอยรับซอง ส่วนอีกคนคอยทำหน้านับและจด ตั้งแต่ห้าโมงครึ่งจนถึงเวลานี้ซึ่งเกือบจะสองทุ่มแล้ว แขกก็ได้หลั่งไหลกันมาจนหมดแล้ว พวกเธอจึงมีโอกาสได้พักบ้าง.. ทั้งสองคนทำหน้าที่กันอย่างขะมักเขม้นและดูเคร่งเครียดเสียยิ่งกว่าเจ้าหน้าที่ในธนาคาร! แขกหลายคนที่มีหน้ามีตาทางสังคมและเป็นที่รู้จักกันดีกับเจ้าภาพ ก็ไม่ได้นำเงินใส่ซองแดง แต่ต่างก็หยิบธนบัตรสีแดงเป็นปึกๆออกมาส่งให้ บ้างก็หนึ่งปึก บ้างก็สองปึก แม้กระทั่งสิบปึกก็ยังมี! ในงานเลี้ยงฉลองให้กับนักเรียนที่ได้คะแนนสอบเอนทรานซ์สูงสุดในคืนนี้แน่นอนว่าหลี่จิ่วเจียงได้เงินจากการที่ผู้คนใส่ซองแดงมาร่วมยินดีในจำนวนมากมายมหาศาล! ในฐานะที่เป็นถึงหลานชายของผู้อำนวยการกองการศึกษาประจำมณฑลเจียงหนานอีกทั้งยังควบตำแหน่งนักเรียนที่ได้คะแนนสอบเอนทรานซ์ที่สูงที่สุดในมณฑล แม้แต่สื่อต่างๆในมณฑลเจียงหนานก็ยังพากันตีพิมพ์เรื่องที่น่ายินดีนี้ด้วย หลี่เทียนในฐานะนักเรียนที่ได้คะแนนสอบเอนทรานซ์สูงสุดนั่งอยู่หลังโต๊ะที่เหลืออีกสองตัวพร้อมกับครูใหญ่ชีเต๋อเปียว และกำลังโบกมือทักทายแขกเหรื่อในงาน.. หลี่เทียนสวมเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมสีขาวและกางเกงขายาวที่รีดจนเป็นจีบเรียบ และรองเท้าหนังสีดำที่ขัดจนมันวาววับ เขากำลังนั่งไขว่ห้างเอนกายพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ ริมฝีปากคาบบุหรี่ไว้ และสายตากำลังจ้องมองผู้คนที่พากันมาแสดงความยินดีกับเขาด้วยแววตาที่ไม่ยินดียินร้าย ภาพของหลี่เทียนที่เห็นคือภาพของหนุ่มเพลย์บอยร่างสูงรูปหล่อ และร่ำรวย! หากแขกที่มาเป็นเพียงคนธรรมทั่วไปหลี่เทียนแทบไม่ปลายตามองด้วยซ้ำ แต่เพียงแค่ยกมือขึ้นโบกพอเป็นพิธีเท่านั้น ชีเต๋อเปียวนั้นรู้จักนักเรียนผู้ทำคะแนนสูงสุดของตนเองดีแต่ก็คร้านที่จะใส่ใจ และจัดการกับพฤติกรรมของหลี่เทียน และได้แต่เดินตามหลังนักเรียนผู้นี้ไปวันๆ.. ทางด้านขวาของหลี่เทียนยังมีคนคนหนึ่งที่ยืนนิ่งเงียบเธอคือเด็กสาวอายุราวสิบเจ็ดหรือสิบแปดปี และดูเหมือนจะเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยไม่เบาเลยทีเดียว หากหลิงหยุนปรากฏตัวขึ้นในเวลานี้และได้เห็นเพียงแค่แวบเดียว เขาก็คงจะจำเด็กสาวผู้นี้ได้อย่างแน่นอน เพราะเธอก็คือนักเรียนหญิงที่มาจากครอบครัวยากจน และเป็นเด็กสาวที่หลิงหยุนช่วยให้รอดพ้นจากการลวนลามของหลี่เทียนในวันไปดูห้องสอบที่ชื่อฉีเสี่ยวชิงนั่นเอง! ฉีเสี่ยวชิงเป็นหญิงสาวที่มีใบหน้าและรูปร่างงดงามยิ่งนักเธออยู่ในชุดราตรีสีม่วงสวยหรู แต่กลับยืนนิ่งไม่พูดไม่จา ใบหน้าเรียบนิ่งเรียบไร้ความรู้สึก แววตาทั้งสองคู่ว่างเปล่าราวกับไร้จิตวิญญาณ ฉีเสี่ยวชิงยืนนิ่งเป็นหุ่นแม้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นจะงดงามใหญ่โตหรูหรามากเพียงใด แต่กลับไม่สามารถทำให้เธอรู้สึกอะไรได้เลยแม้แต่น้อย เธอทำราวกับว่าด้านหน้าของเธอนั้นคือความว่างเปล่า และกำลังอยู่กันคนละโลก.. มันคือความรู้สึกเฉยชาและชินชาของคนที่ดิ้นรนต่อสู้หลายครั้งหลายครา แต่ท้ายที่สุดก็ต้องพ่ายแพ้ให้แก่ความเป็นจริง และโชคชะตา! “ครูใหญ่ชี..ยินดีด้วยที่เด็กนักเรียนขอบคุณสอบได้คะแนนสูงสุดของเจียงหนาน เรื่องนี้คงทำให้ผู้อำนวยการหลี่ปลาบปลื้มดีใจอย่างมากเลยสินะ!” “นั่นสิ..ครั้งนี้นับว่าครูใหญ่ชีทำผลงานได้ดี ส้มหล่นจริงๆ!” แขกสองคนของชีต้าเปียวเอ่อยแสดงความยินดีกับเขาอย่างจริงใจ.. “ไม่แค่นั้นนะ..เพื่อนนักเรียนห้องเดียวกันกับหลี่เทียนเองก็ได้คะแนนดีมากทีเดียว เธอเป็นเด็กที่ขยัน แล้วก็มีพรสวรรค์มาก!” “เป็นความสามารถของเด็กๆเอง..” แม้คำพูดของชีเต๋อเปียวจะฟังดูถ่อมเนื้อถ่อมตัวแต่สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “พวกคุณเข้าไปนั่งได้แล้วล่ะงานเลี้ยงกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว..” หลังจากพูดจากันไม่กี่คำชีต้าเปียวก็เชื้อเชิญให้แขกของเขาไปนั่งในห้องจัดเลี้ยง เสียงของหลี่เทียนดังขึ้นมาอย่างหมดความอดทน“แขกเหรื่อก็มากันหมดแล้ว ทำไมยังไม่เริ่มงานเสียที!” ชีเต๋อเปียวได้ยินก็ตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ยังเหลือเวลาอีกสิบนาที เดี๋ยวถึงเวลาก็คงจะเริ่มงานแล้วล่ะ!” “เธอหิวหรือเปล่าล่ะถ้าหิว.. เดี๋ยวครูไปหาอะไรมาให้เธอรองท้องก่อน!”หากใครไม่รู้จักคนทั้งคู่คงจะคิดว่าชีเต๋อเปียวกับหลี่เทียนนั้นมีสถานะเป็นพ่อลูกกันเสียมากกว่า!ชีเต๋อเปียวนั้นดูประจบประแจงและเอาอกเอาใจหลี่เทียนอย่างอย่างออกนอกหน้า หลี่เทียนไม่เพียงไม่เอ่ยขอบคุณ แต่ยังมองชีเต๋อเปียวด้วยสายตาเหยียดหยัน ก่อนจะหันไปมองฉีเสี่ยวชิงพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ครูใหญ่..ไม่น่าถามอะไรโง่ๆแบบนั้นเลย! ผมอยากจะกินเธอมากกว่า รีบๆเร่งให้งานจบเร็วๆ ผมจะได้มีเวลาอยู่กับเธอคืนนี้..”หลี่เทียนพูดออกมาอย่างอดรนทนไม่ได้และแทบจะรอให้ถึงคืนนี้โดยเร็วไม่ไหว..พ่อของหลี่เทียนเป็นถึงรองนายกเทศมนตรีประจำเมืองฮู๋ตงนับว่าเป็นคนในแวดวงสังคมชั้นสูง ลุงของเขาเป็นถึงผู้อำนวยการกองการศึกษาประจำมณฑลเจียงหนาน งานเลี้ยงเรียกซองแดงเช่นนี้ ตั้งแต่เล็กจนโตหลี่เทียนผ่านงานลักษณะนี้มานับครั้งไม่ถ้วน จึงรู้สึกเบื่อหน่ายและหงุดหงิดอย่างมาก!คืนนี้ต้องได้ซองแดงอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าสิบล้านแต่ในสายตาของหลี่เทียนนนั้น มันเป็นจำนวนเงินเพียงไม่กี่ล้าน เทียบไม่ได้กับการที่เขาจะได้อยู่กับฉีเสี่ยวชิงเพื่อช่วงชิงความบริสุทธิ์ของเธอในคืนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว!คำพูดและอากัปกิริยาของหลี่เทียนทำให้ผู้คนที่อยู่รอบๆถึงกับตกใจพวกเขาเห็นเด็กหนุ่มข้างชีเต๋อเปียวกำลังยิ้ม และเลียริมฝีปากราวกับปีศาจร้ายพร้อมกับพูดขึ้นว่า“คืนนี้ผมจะเข้าหอกับเธอ!”“เธอสองคนเป็นนักเรียนของฉันทั้งคู่คนหนึ่งสอบได้คะแนนสูงสุด อีกคนได้คะแนนเป็นที่สอง พวกเธอช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันจริงๆ”เพียงแค่ต้องการประจบประแจงหลี่เทียนชีเต๋อเปียวถึงกับทำตัวสูญสิ้นมโนธรรม และจรรยาบรรณเช่นนี้!ฉีเสี่ยวชิงที่ยืนนิ่งราวกับร่างไร้วิญญาณนั้นเมื่อได้ฟังคำพูดของชีเต๋อเปียวก็ถึงกับมีปฏิกิริยาตอบโต้ขึ้นมาทันที เธอจ้องมองใบหน้าของชีเต๋อเปียวด้วยแววตาเย้ยหยัน และเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างยิ่ง!หลี่เทียนสังเกตเห็นสีหน้าและแววตาของฉีเสี่ยวชิงเขาจึงแสยะยิ้มพร้อมกับพูดออกมาอย่างดูแคลน..“ฉีเสี่ยวชิง..เธอจัดว่าเป็นม้าที่พยศมาก ดี.. ยิ่งพยศฉันยิ่งชอบ แล้วคอยดูว่าฉันจะจัดการกับม้าพยศแบบเธอยังไง”“คืนนี้เป็นคืนเข้าหอของเราสองคน..แล้วอย่าทำตัวนิ่งเป็นซอมบี้ล่ะ”“ถ้าไม่อยากให้แม่ของเธอตายและอยากมีเงินไปรักษาอาการเจ็บป่วยของแม่เธอแล้วล่ะก็.. เธอก็ต้องเอาอกเอาใจฉัน ปรนเปรอจนกว่าฉันจะพอใจล่ะ!”และนั่นคือไพ่ตายในมือของหลี่เทียน!ฉีเสี่ยวชิงได้ยินถึงกับตกใจน้ำตาแห่งความโกรธ และความอัปยศอดสูรื้นขึ้นมาทันที แต่เธอก็กัดฟันแน่น และไม่ยอมร้องไห้ออกมา!ชีวิตของคนที่เธอรักและอนาคตของตัวเอง ล้วนแล้วแต่อยู่ในกำมือของหลี่เทียน! เธอจึงไม่มีทางเลือก และได้แต่อดทนอดกลั้นต่อความอัปยศที่หลี่เทียนสร้างให้..หลี่เทียนมองฉีเสี่ยวชิงที่กำลังเจ็บปวดด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะพูดออกมาอย่างเย้ยหยัน “ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีในวันนั้นกับเธอ อย่าเพิ่งรีบร้องไห้ก่อนล่ะ!”“ครั้งที่แล้วนับว่าเธอโชคดีแต่ครั้งนี้ฉันจะดูว่าใครหน้าใหนจะมาช่วยเธอ!”เสียงที่พูดของหลี่เทียนนั้นไม่ได้เบาเลยคนรอบๆตัวที่ได้ยินต่างก็ตกตะลึง แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร!อีกห้านาทีก็จะสองทุ่มตรงแล้วและดูเหมือนว่าแขกที่ได้รับการ์ดเชิญจะมากันครบหมดแล้ว งานเลี้ยงของผู้อำนวยการหลี่ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น“เอาล่ะ..แขกน่าจะมากันครบหมดแล้ว เจ้าภาพก็ขึ้นเวทีไปกันหมดแล้ว!”“หลี่เทียน..พวกเราเข้าไปกันได้แล้ว”ชีต้าเปี่ยวกำลังเชื้อเชิญหลี่เทียนให้เข้าไปในห้องจัดเลี้ยงด้วยท่าทางเกรงอกเกรงใจ“ผมก็อยากให้เริ่มนานแล้ว!”หลี่เทียนพึมพำอย่างไม่พอใจพร้อมกับลุกขึ้นยืนทันทีเขายื่นมือออกไปจะจับหน้าอกของฉีเสี่ยวชิง แต่ด้วยสัญชาติญาณเธอจึงก้าวถอยหลังหลบฝ่ามือของหลี่เทียนทันทีและนาทีนั้นเองประตูลิฟท์ก็เปิดออกพอดี!“พระเจ้า..สาวสวยมาจากใหนกัน!”หลี่เทียนได้ยินเสียงร้องอุทานก็รีบหันไปมองทันทีและถึงกับตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก!บทที่ 840 : เริ่มการแสดง!แม้ว่าหลี่เทียนเพิ่งจะอายุเพียงสิบเก้าปีแต่ก็นับว่าเป็นเด็กหนุ่มที่หมกมุ่นในกามอย่างมาก ตั้งแต่มัธยมต้นมาจนถึงมัธยมปลาย มันได้สร้างความทุกข์ และความเดือดร้อนให้กับเด็กสาวมากมายนับไม่ถ้วน เรียกได้ว่าเด็กสาวคนใหนที่มันต้องตาต้องใจเข้าแล้ว ก็ยากที่จะรอดเงื้อมือของมันไปได้..แต่ในบรรดาเด็กสาวที่ต้องตาต้องใจหลี่เทียนนั้นคนที่มันหมายตามากที่สุดก็คือฉีเสี่ยวชิงนั่นเอง!แต่ถึงกระนั้นสาวงามที่เดินออกมาจากลิฟท์เวลานี้ ก็ถูกอกถูกใจจนมันไม่สามารถเบือนสายตาหนีได้..หลี่เทียนถึงกับนิ่งอึ้งไปด้วยความตกตะลึงเลือดหนุ่มในกายของมันพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที ดวงตาของมันเบิกโพลงจนลูกตาแทบถลนออกมานอกเบ้า!แขกเหรื่อหลายคนที่ยังไม่ได้เดินเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงรวมทั้งเด็กสาวที่ทำหน้าที่เก็บนับซองทั้งสองคน หลังจากที่ได้เก็บของเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมตัวที่จะเข้าไปในงาน แต่เวลานี้ทุกคนต่างก็หยุดนิ่ง และทุกสายตาก็จับจ้องอยูที่ลิฟท์ด้านหน้า