ตอนที่ 470
บทที่ 851-852
October 22, 2026
บทที่ 851 : สิ้นท่าและถูกจับกุม! ชายลึกลับทั้งสามคนที่ตระกูลซันส่งมานั้นหลี่จิ่วเจียงนับถือและศรัทธาอย่างมาก และนี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้มันไม่เห็นหลิงหยุนอยู่ในสายตา! แต่สิ่งที่หลี่จิ่วเจียงคิดไม่ถึงก็คือว่าหลังจากที่ปะทะกับหลิงหยุนได้เพียงไม่กี่นาที ยอดฝีมือทั้งสามคนก็ร่วงลงมากองกับพื้นอย่างหมดท่า พูดง่ายๆก็คือว่าชายลึกลับทั้งสามคนนั้นดูไม่ต่างจากตัวตลกเลยแม้แต่นิดเดียว! หลี่จิ่วเจียงเองก็เคยเป็นเหมือนหลี่เทียนในปัจจุบันนี้เขาก็เคยถูกเลี้ยงดูประคบประหงมเอาอกเอาใจ จนไม่เคยรู้ว่าคำว่า ‘ความกลัว’ นั้นเป็นเช่นไร แต่ในเวลานี้สีหน้าของมันกลับมีแต่ความหวาดผวาและตื่นตระหนกขาทั้งสองข้างสั่นจนแทบทรงตัวไม่ไหวอีกต่อไป และในใจก็ได้แต่แอบคิดว่า หากหลิงหยุนชกเขาอย่างที่ชกยอดฝีมือตระกูลซัน ก็ไม่รู้ว่าเขาจะยังสามารถมีชีวิตได้อีกต่อไปหรือไม่! มาถึงตอนนี้หลี่จิ่วเจียงจึงนึกถึงคำพูดของเสียเจิ้นติงขึ้นมาได้‘หลิงหยุนเป็นคนลึกลับ เอาแต่ใจ แล้วก็น่าหวาดกลัวอย่างที่สุด!’ เพื่อจัดการกับตนเองหลิงหยุนถึงกับไม่ลังเลที่จะใช้เงินจำนวนมหาศาลซื้อกิจการของโรงแรมไคเฉวียนจากเฉียนหงยี่ การกระทำเช่นนี้จะไม่เรียกว่าจองหองและเอาแต่ใจได้อย่างไรกัน ต่อหน้าต่อตาแขกในงานมากกว่าสามร้อยคนซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคนมีหน้ามีตาในเมืองจิงฉูแต่หลิงหยุนกลับสามารถซัดยอดฝีมือตระกูลซันทั้งสามคนจนลอยละลิ่วลงไปกองกับพื้นได้เช่นนี้ อย่างนี้หากไม่เรียกว่าน่าหวาดกลัว จะให้เรียกอะไรได้เล่า คำพูดที่ว่าหลิงหยุนนั้นมีสามเศียรหกกรหรืออย่างไรเป็นคำพูดที่หลี่จิ่วเจียงใช้ล้อเลียนหลิงหยุนระหว่างที่คุยกับแขกในห้องวีไอพีก่อนหน้านี้ แล้วเหตุใดหลิงหยุนจึงสามารถได้ยินเล่า! นับว่าหลิงหยุนมีบางสิ่งบางอย่างที่ลึกลับอย่างที่เสียเจิ้นติงพูดจริงๆ หลี่จิ่วเจียงจ้องมองหลิงหยุนพร้อมกับครุ่นคิดในใจว่าในเมื่อชายลึกลับทั้งสามคนยังสามารถได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นภายในชั้นห้าของโรงแรมได้ เช่นนั้นแล้วย่อมหมายความว่าการได้ยินของหลิงหยุนก็ย่อมมีความพิเศษเช่นเดียวกัน จึงสามารถได้ยินบทสนทนาภายในห้องวีไอพีได้ ยิ่งได้รู้ได้เห็นความแข็งแกร่งของหลิงหยุนมากเท่าไหร่หลี่จิ่วเจียงก็ยิ่งรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังมากขึ้นเท่านั้น! เวลานี้แขกในห้องวีไอพีที่พากันเดินตามหลี่จิ่วเจียงออกมานั้นก็ได้เห็นภาพที่น่าหวาดผวาทั้งหมดด้วยเช่นกัน และเวลานี้หลี่จิ่วเจียงก็กำลังยืนขาสั่นจนต้องให้เลขาหวังช่วยพยุงตัวไว้ มันกำลังอยู่ในสภาพที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก.. หลี่จิ่วเจียงแทบไม่สามารถยืนหยัดต่อไปได้อีกหากไม่ใช่เพราะต้องรักษาภาพลักษณ์ของตำแหน่งผู้อำนวยการกองการศึกษาประจำมณฑลเจียงหนานแล้วล่ะก็ มันคงจะฉี่ราดกางเกงไปเรียบร้อยแล้ว! แต่จู่ๆหลี่จิ่วเจียงก็คิดได้ว่าตนเองนั้นเป็นถึงข้าราชการระดับสูงของประเทศนี้ คนอย่างหลิงหยุนจะกล้าทำร้ายร่างกายของเขาจริงๆน่ะหรือ! และหากหลิงหยุนคิดจะทำร้ายตนเองจริงๆ เหตุใดจึงต้องรอมาจนถึงตอนนี้? เมื่อคิดได้เช่นนี้หลี่จิ่วเจียงก็แสดงความกราดเกรี้ยวออกมา มันกัดฟันกรอดพร้อมกับหายใจแรง และรู้สึกว่าริมฝีปากและลำคอของตนเองแห้งผาก แต่ก็ฝืนร้องตะโกนออกไปว่า.. “นี่แก..แกเป็นแค่เด็กนักเรียนที่เพิ่งจะจบมัธยมปลาย.. มีคุณสมบัติอะไรมาพูดจากับผู้อำนวยการกองการศึกษาอย่างฉัน” แม้ภายในจะรู้สึกหวาดกลัวแต่ภายนอกกลับแสร้งทำเป็นไม่หวาดหวั่น ในขณะเดียวกันก็ชูนิ้วโป้งส่งสัญญาณให้กับเลขาสาวทีกำลังกรีดร้องอยู่ด้านหลังตนเองนั้นโทรขอความช่วยเหลือ! แต่ทุกการกระทำล้วนอยู่ในขอบข่ายจิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนเขาเกือบจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อคิดว่าหลี่จิ่วเจียงคิดจะโทรเรียกคนมาช่วยในตอนนี้ มันไม่สายไปหน่อยงั้นหรือ แทบไม่ต้องพูดถึงว่าจะไม่มีใครมาช่วยและถึงแม้ว่าจะมีคนมาช่วยจริงๆ คนเหล่านั้นก็คงจะไม่สามารถผ่านประตูโรงแรมไคเฉวียนมาภายในสองชั่วโมงนี้ได้แน่! เพราะเวลานี้ถังเทียนห่าวได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายมาพร้อมกับกังหลิวหย่งและได้ทำการล้อมโรงแรมไคเฉวียนไว้หมดแล้ว! ส่วนที่ถนนนอกโรงแรมนั้นแก๊งมังกรเขียวก็ได้จัดการปิดทางเข้าไว้ไม่ให้รถสามารถวิ่งผ่านถนนเส้นนี้ได้ หากครั้งนี้คือการปิดประตูตีแมวแล้วล่ะก็นับได้ว่าเป็นประตูที่แข็งแรงแน่นหนาอย่างที่สุด! “งั้นรึถ้างั้นก็บอกผมมาว่าต้องมีคุณสมบัติแบบใหนถึงจะคุยกับคนอย่างคุณได้?” หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างเหยียดหยันก่อนจะพูดต่อว่า “ถ้างั้นก็รอดูว่าผมจะจัดการกับคุณและพรรคพวกยังไง” หลิงหยุนตัดบทและคร้านที่จะพูดจาไร้สาระกับหลี่จิ่วเจียงอีก.. ทันทีที่ได้ยินคำพูดโอหังของหลิงหยุนหลี่จิ่วเจียงก็ถึงกับโกรธจนควันออกหู มันยกมือขึ้นชี้หน้าหลิงหยุนพร้อมกับร้องตะโกนออกไปว่า “ฉัน..ฉันเป็นถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูง แกคิดจะจัดการกับฉันงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!” “เฮ้อ..”หลิงหยุนส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจ และเดินลงมาจากเวทีทันที “ถังเมิ่ง..นายมัวทำอะไรอยู่ข้างนอก พาทุกคนเข้ามาในนี้ได้แล้ว!” “ได้เลยพี่หยุน..” ถังเมิ่งที่ยืนรอหลิงหยุนอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้าและคอยแอบมองหลิงหยุนที่อยู่บนเวทีอยู่ตลอดเวลานั้น ทันทีที่ได้ยินเสียงร้องเรียก ก็รีบตอบกลับในทันที.. แขกทั้งหมดที่อยู่ในห้องจัดเลี้ยงต่างก็พากันหันหลังไปมองถังเมิ่งที่กำลังยืนโบกมือ.. “พาพวกมันทั้งหมดเข้าไปด้านในได้แล้ว!” สิ้นคำสั่งของถังเมิ่งคนของแก๊งมังกรเขียวสิบกว่าคนก็ค่อยๆเคลื่อนขบวนเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงทันที “โอ้ว!แย่แล้ว.. นั่นหลี่เทียนนี่! ทำไมเขาถึงได้มีสภาพแบบนั้น!” “ผมได้ยินเหมือนมีเสียงคนถูกทำร้ายร่างกายกันอยู่ด้านนอกที่แท้ก็เป็นหลี่เทียนนี่เอง!” “ดูนั่นสิ!นั่นมันชีเต๋อเปียวไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้มีสภาพแบบนั้นล่ะ?” “แล้วนั่นก็เจ้าหน้าที่ทั้งแปดคนที่รับผิดชอบเรื่องซองแดงในวันนี้นี่พวกเขาถูกนำตัวเข้ามาข้างในด้วยทำไมกัน!”“นี่ดูนั่น..นั่นก็ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาประจำเมืองจิงฉูที่ชื่อหลู่กวนหวังนี่นา! นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขางั้นเหรอ?”“ดูท่าคืนนี้ต้องเกิดเรื่องใหญ่โตแน่..”ภายใต้สายตาที่ตกตะลึงและงุนงงของแขกทั้งหมดที่อยู่ในห้องจัดเลี้ยงหลี่เทียน ชีเต๋อเปียว และเจ้าหน้าที่การเงินทั้งแปดคนรวมทั้งหลู่กวนหวัง ก็ถูกคนของแก๊งมังกรเขียวนำตัวเข้ามาในห้องจัดเลี้ยง!แน่นอนว่าคนที่ตกใจและช็อคมากที่สุดก็คือหลี่จิ่วเจียงนั่นเอง!ทุกคนที่ถูกนำตัวเข้ามานั้นล้วนเป็นคนที่หลี่จิ่วเจียงคุ้นเคยด้วยทั้งสิ้นและแต่ละคนก็อยู่ในสภาพใบหน้าบวมเปล่ง แต่เมื่อเห็นว่าคนสุดท้ายที่ถูกนำตัวเขามาคือหลู่กวนหวัง หลี่จิ่วเจียงก็ถึงกับชะงัก และได้แต่คิดอยู่ในใจว่า.. ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว!“จบสิ้นทุกอย่างแล้ว!”หลี่จิ่วเจียงถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างสิ้นหวัง..เลขาหวังเองก็ถึงกับอ้าปากค้างและรู้ตัวว่าไม่สามารถช่วยเหลืออะไรหลี่จิ่วเจียงได้อีกแล้ว!เมื่อเห็นทุกคนถูกนำตัวขึ้นไปบนเวทีในสภาพที่ก้มหน้าก้มตาอย่างหมดหวังเช่นนั้นหลี่จิ่วเจียงก็สามารถเดาได้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้!แต่หลิงหยุนกลับนั่งลงบนเก้าอี้ที่วางอยู่ด้วยความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจและกำลังเงียหูฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังสนั่นด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม และเมื่อถังเมิ่ง ตี้เสี่ยวอู๋ และอาปิงเดินตามเข้ามาข้างในแล้ว หลิงหยุนจึงพูดขึ้นว่า“ที่เหลือเป็นหน้าที่ของพวกนาย!”ถังเมิ่งพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจังเขาขึ้นไปยืนอยู่หลังไมโครโฟน พร้อมกับจ้องมองลงไปทางแขกเหรื่อที่นั่งอยู่ด้านล่าง ถังเมิ่งกระแอมสองสามครั้งก่อนจะเริ่มพูดขึ้นว่า“สวัสดีครับ..ผมชื่อถังเมิ่ง! วันนี้ผมต้องขอรบกวนเวลาอันมีค่าของทุกท่านที่อยู่ในห้องจัดเลี้ยงแห่งนี้ จากนี้ไปผมจะทำการเปิดโปงความชั่วของคนเหล่านี้ให้ทุกท่านได้ทราบ ขอให้แขกผู้มีเกียรติทุกท่านอดใจรอสักครู่นะครับ!”“บ๋อยมานี่!”ถังเมิ่งเกริ่นจบก็ยกมือขึ้นกวักเรียกพนักงานเสริฟที่อยู่ด้านหน้าให้เข้ามาหาทันที..หลังจากที่พนักงานเสริฟมาถึงถังเมิ่งก็ชี้ไปที่กำแพงด้านหลังพร้อมกับสั่งว่า “จัดการเปิดโปรเจ็กเตอร์ให้ด้วย ผมต้องการใช้!”พนักงานเสริฟมีหน้าที่ดูแลห้องจัดเลี้ยงอยู่แล้วจึงรีบพยักหน้า และทำตามคำสั่งของถังเมิ่งทันที จากนั้นถังเมิ่งก็พยักหน้าให้คนของแก๊งมังกรเขียวนำโน๊ตบุ๊คขึ้นมาด้านบนหลังจากที่จัดการต่อโน๊ตบุ๊คกับโปรเจ็กเตอร์เรียบร้อยแล้วถังเมิ่งก็ได้ทำการคัดลอกไฟล์ที่เกี่ยวข้องมาไว้หน้าเดสก์ทอปพร้อมกับสั่งพนักงานเสริฟว่า“รบกวนคุณช่วยเปิดคลิปวีดีโอและรูปภาพที่อยู่ในไฟล์นี้ขึ้นหน้าจอโปรเจกเตอร์ให้ผมด้วย!”“ได้ครับ..”เจ้าหน้าที่โรงแรมจัดการทำตามที่ถังเมิ่งสั่งทันทีจากนั้นกระดาษสอบคำ และกระดาษคำตอบในการสอบเอนทรานซ์ของหลิงหยุนก็ปรากฏขึ้นที่หน้าจอโปรเจ็กเตอร์ขนาดใหญ่!วันนี้แขกในงานเลี้ยงอย่างน้อยครึ่งหนึ่งคือคนที่ทำงานในสำนักงานการศึกษาทั้งสิ้นและเพียงแค่เห็นภาพทั้งหมด พวกเขาก็สามารถเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่งทันที!“บ้าไปแล้ว!กระดาษคำตอบของหลิงหยุนถูกเปลี่ยนเป็นชื่อของหลี่เทียน!”“โอ้โห..เกิดเรื่องใหญ่แบบนี้ขึ้นได้ยังไง! กล้าทำเรื่องเลวร้ายขนาดนี้ได้ยังไง?!”“นั่นสิ..นี่มันคือการสอบเอนทรานซ์นะ!”“ใครกันที่ทำเรื่องชั่วช้าแบบนี้!น่าอับอายสิ้นดี!”“มิน่าล่ะหลิงหยุนถึงได้อัดจนน่วมไปแบบนั้น!นี่ถ้ามาเปลี่ยนข้องสอบของฉัน ฉันก็คงทำเหมือนกับเขานั่นล่ะ!”ภายในห้องจัดเลี้ยงแขกจำนวนมากมายต่างก็ร้องอุทานออกมา และพากันวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความไม่พอใจ..แต่มันยังไม่จบเพียงแค่นั้น!เพราะหลังจากนั้นก็มีการเปิดคลิปวีดีโอคำสารภาพของหลู่กวนหวัง ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาประจำเมืองจิงฉูให้ทุกคนได้ฟัง และแขกเหรื่อในงานต่างก็พากันเดือดดาล..ทุกคนในงานต่างก็โกรธมากพวกเขาพากันชี้หน้าหลู่กวนหวังกับหลี่จิ่วเจียง และต่างก็พากันรุมประนามคนชั่วช้าทั้งสองคนทันที!เวลานี้แขกมากมายในงานต่างก็พากันโกรธแค้นเพราะทุกคนต่างก็คิดว่าหากเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นกับลูกหลานของตนเอง พวกเขาจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไรความผิดของหลี่จิ่วเจียงในครั้งนี้นับว่าเป็นความผิดทางอาญาเลยทีเดียว!ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์แสดงความไม่พอใจนั้นหลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มพร้อมกับลุกขึ้นยืน ก่อนจะใช้มังกรคำรามพูดออกไป“ทุกท่าน..กรุณานั่งลงอยู่ในความสงบก่อน ผมยังมีเรื่องที่จะพูดต่อ!หลังจากนั้นหลิงหยุนก็ชูกระดาษข้อสอบ และกระดาษคำตอบที่มีคะแนนสูงสุดที่ได้เตรียมไว้แล้วนั้นให้ทุกคนในงานได้เห็น พร้อมกับเรียกหลิวจิ้งปิงที่นั่งอยู่ด้านหน้าให้ขึ้นมาไปบนเวที จากนั้นหลิงหยุนก็ประกาศด้วยเสียงที่ดังฟังชัดว่า“และนี่ก็คือพยานบุคคล..”พูดจบ..หลิงหยุนก็หันไปมองหลี่จิ่วเจียงที่ทรุดลงไปกองอยู่กับพื้น พร้อมกับพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม