ตอนที่ 469
บทที่ 849-850
October 22, 2026
บทที่ 849 : ปิดประตูตีแมว! “อะไรนะ!” เจ้าของโรงแรมไคเฉวียนคือ..หลิงหยุน! เป็นไปได้อย่างไรกัน?! หลี่จิ่วเจียงมีสีหน้างุนงงและถึงกับทำหน้าไม่ถูก เขาค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองหลิงหยุนช้าๆ หลิงหยุนที่อยืนอยู่บนเวทีก็จ้องมองมาทางหลี่จิ่วเจียงเช่นกันสายตาที่คมกริบของหลิงหยุนนั้นทำให้หลี่จิ่วเจียงถึงกับไม่กล้าสบตา! “ไม่..เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด! เจ้าของโรงแรมไคเฉวียนคือเฉียนหงยี่ต่างหากล่ะ แกกลายมาเป็นเจ้าของตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!” หลี่จิ่วเจียงพยายามปิดบังความรู้สึกไม่มั่นใจของตนเองด้วยการแสดงออกมาว่าตนเองนั้นรู้จักกับเจ้าของโรงแรมไคเฉวียนเพราะหากโรงแรมแห่งนี้เป็นของหลิงหยุนจริง เขาคงไม่เลือกมาจัดงานเลี้ยงที่โรงแรมแห่งนี้แน่ เพราะในเมืองจิงฉูก็มีโรงแรมห้าดาวอีกมากมายหลายแห่ง! หลี่จิ่วเจียงยกมือขึ้นชี้หน้าหลิงหยุนพร้อมกับร้องตะโกนออกไปว่า“โรงแรมไคเฉวียนทำกำไรปีๆหนึ่งมากกว่าหนึ่งร้อยล้าน ธุรกิจที่ทำกำไรได้ดีแบบนี้ มีเหตุผลอะไรที่เจ้าของโรงแรมจะขายกิจการให้กับแก!” หลิงหยุนแสยะยิ้มพร้อมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“หึ.. เรื่องนี้ผู้อำนวยการหลี่คงจะต้องไปถามเจ้าของโรงแรมคนเก่าดูแล้วล่ะ ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้ขายกิจการโรงแรมนี้ให้กับผม” เฉียนหงยี่เพิ่งจะเซ็นสัญญาซื้อขายโรงแรมแห่งนี้ให้กับถังเมิ่งและก่อนหน้านี้ถังเมิ่งก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับการจัดการเรื่องเอกสาร! ก่อนเวลาสองทุ่มของวันนี้โรงแรมไคเฉวียนยังคงเป็นของเฉียนหงยี่.. แต่เวลานี้มันได้ตกเป็นของหลิงหยุนแต่เพียงผู้เดียวไปแล้ว! โรงแรมไคเฉวียนนั้น..ทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีมูลค่ากว่าสามร้อยล้านหยวน มูลค่าการตกแต่งอาคารอีกราวเจ็ดสิบล้านหยวน และคาดว่าภายในปีหน้าจะสามารถทำกำไรได้ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบล้านหยวน ถังเมิ่งจึงทำการเสนอซื้อโรงแรมแห่งนี้ด้วยจำนวนเงินห้าร้อยล้านหยวน และในที่สุดมันก็ตกเป็นของหลิงหยุน! ในเมื่อจะจัดการกับใครสักคน..การจัดการในพื้นที่ของตนเองก็จะได้เปรียบกว่า! ‘ฉันให้เวลานายยี่สิบนาที..นายต้องจัดการซื้อโรงแรมไคเฉวียนมาเป็นของฉันให้ได้ ไม่ว่าจะราคาเท่าไหร่ฉันก็สู้!’ และนี่คือคำสั่งของหลิงหยุนที่ถังเมิ่งเพิ่งได้รับก่อนหน้านี้เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงแม้แต่ถังเมิ่งเองยังตกใจจนแทบทำโทรศัพท์มือถือในมือร่วงลงพื้น! เอาแต่ใจ! นอกเหนือจากคำนี้แล้ว..ถังเมิ่งก็ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำพูดใหนมาอธิบายนิสัยของหลิงหยุนได้ชัดเจนกว่านี้ได้! แม้กระทั่งแขกที่อยู่ในห้องจัดเลี้ยงสามร้อยกว่าคนเมื่อได้ยินว่าเจ้าของโรงแรมไคเฉวียนคือหลิงหยุนทุกคนต่างก็พากันตกตะลึง และได้แต่นั่งอ้าปากค้าง สีหน้าบ่งบอกว่าประหลาดใจอย่างที่สุด! “อ่อ..ที่แท้เขาก็ซื้อกิจการของโรงแรมนี้ไปแล้วนี่เอง ถึงได้กล้าทำอะไรแบบนี้!” “เงินแค่น้อยนิด..ฉันเคยเห็นกับตาตัวเองตอนที่หลิงหยุนพนันหินชนะ และได้หยกจักรพรรดิมาครอบครอง!” “นี่ถ้าโรงแรมนี้เป็นของหลิงหยุนจริงๆพนักงานทั้งหมดของโรงแรมก็คงต้องเชื่อฟังคำสั่งของเขา!” “นั่นสิ..คงไม่จำเป็นต้องเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยแล้วล่ะ! เพราะพวกเขาก็คงต้องฟังคำสั่งหลิงหยุนเหมือนกัน!” “ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ!” …… หลังจากที่ภายในห้องจัดเลี้ยงตกอยู่ในความเงียบสงัดครู่ใหญ่เมื่อผู้คนหายจากอาการตกตะลึง หลายคนต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา หลี่จิ่วเจียงได้ฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังขึ้นเขาก็เริ่มโมโหมากจนเส้นเลือดในสมองแทบแตก และเลือดในกายก็พลุ่งพล่านขึ้นในทันที หลี่จิ่วเจียงได้แต่คิดอยู่ในใจว่า..เพียงเพื่อจะจัดการกับตนเอง หลิงหยุนถึงกับลงทุนซื้อโรงแรมนี้เชียวหรือ! นี่มันอะไรกัน?! นับว่าหลิงหยุนเปิดเกมได้ใหญ่โตเกินกว่าที่คาดคิดมากแม้แต่หลี่จิ่วเจียงเองก็ถึงกับรับมือไม่ถูกเช่นกัน! “เลขาหวัง..โทรตามคุณเฉียนมาเดี๋ยวนี้ จะได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” หลี่จิ่วเจียงเริ่มกังวลใจขึ้นมาทันทีแต่คนอย่างเขานั้นไม่เห็นโลงศพย่อมยังไม่หลั่งน้ำตา เขายังคงไม่เชื่อว่าสิ่งที่หลิงหยุนพูดนั้นจะเป็นความจริง และไม่มีทางเชื่อว่าหลิงหยุนซื้อโรงแรมไคเฉวียนอย่างแน่นอน! นั่นเพราะก่อนที่จะเลือกมาจัดงานที่โรงแรมนี้เขาก็รู้แล้วว่าเจ้าของโรงแรมคือใคร เพราะนี่เป็นเรื่องเกี่ยวพันกับความปลอดภัยของตนเอง! หากโรงแรมนี้ยังคงเป็นของเฉียนหงยี่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็จะต้องมาจัดการกับหลิงหยุน และต่อให้ไม่สามารถหยุดหลิงหยุนได้ พวกเขาก็จะต้องโทรเรียกตำรวจให้มาควบคุมสถานการณ์อย่างแน่นอน และคงจะหาทางจัดการให้เรื่องจบโดยเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้โรงแรมเสียหาย! แต่หากโรงแรมนี้เป็นของหลิงหยุนอย่างที่พูดจริงความเป็นไปได้ข้างต้นก็จะเป็นไปไม่ได้ทันที! และทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับหลิงหยุนเพียงคนเดียว หลี่จิ่วเจียงนึกถึงอาจารย์ลึกลับทั้งสามท่านที่ตระกูลซันส่งมาคุ้มครองตนเองแล้วก็รู้สึกมั่นใจว่าตนเองจะสามารถออกไปจากโรงแรมนี้ได้อย่างปลอดภัยแน่นอน.. ที่หน้าประตูทางเข้าห้องจัดเลี้ยงเสี่ยวเม่ยหนิงถึงกับยืนอ้าปากกว้างด้วยความตกตะลึง พร้อมกับชี้นิ้วไปทางถังเมิ่ง “ถังเมิ่ง..ที่นายพูดเมื่อครู่.. ก็คือเรื่องนี้ใช่มั๊ย!” ถังเมิ่งพยักหน้ายิ้มๆพร้อมกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก“ถูกต้อง.. ตอนนี้โรงแรมไคเฉวียนกลายเป็นของพี่หลิงหยุนแล้ว แล้วก็เป็นผู้ถือครองแต่เพียงผู้เดียวด้วยนะ!”ระหว่างที่เล่าให้เสี่ยวเม่ยหนิงฟังนั้นถังเมิ่งก็ยกกระเป๋าสีดำขึ้นโบกตรงหน้าเธอพร้อมกับหัวเราะ“เอกสารซื้อขายและการโอนทั้งหมดอยู่ในนี้แล้ว..”หนิงหลิงยู่ถึงกับยิ้มออกมาอย่างพอใจ..ฉีเสี่ยวชิงถึงกับอึ้งไปริมฝีปากเล็กๆได้แต่พึมพำออกมา “นี่.. นี่..” แต่ก็พูดได้เพียงเท่านั้น..ถังเมิ่งยิ้มพร้อมกับหันไปบอกฉีเสี่ยวชิง..“เงินจำนวนเล็กๆน้อยๆเท่านั้น!”หลิงหยุนได้ครอบครองหยกจักรพรรดิก้อนมหึมาที่มีมูลค่าเป็นพันล้านเงินจำนวนห้าร้อยล้านที่ใช้ซื้อโรงแรมจึงนับว่าเล็กน้อยจริงๆและเพียงแค่ครู่เดียวชายร่างอ้วนผิวขาวก็เดินหน้าตาตื่นเข้ามา ใบหน้าของเขามีเหงื่อท่วมไปหมด และกำลังเดินมุ่งหน้าไปทางห้องจัดเลี้ยง“คุณเฉียน..”และแน่นอนว่าชายร่างอ้วนผู้นี้ก็คือเฉียนหงยี่ทันทีที่เห็นเฉียนหงยี่เดินเข้ามา เขาก็รีบเอ่ยทักทาย“อ้าวคุณชายถัง..ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ”เฉียนหงยี่ได้จัดการลงนามเอกสารโอนโรงแรมให้กับถังเมิ่งแล้วเขาจึงรู้จักถังเมิ่ง และรีบตอบกลับอย่างมีมารยาทถังเมิ่งเห็นสีหน้าและแววตากระวนกระวายของเฉียนหงยี่จึงโน้มตัวเข้าไปหาพร้อมกับกระซิบเสียงเบา“คุณเฉียน..ผมขอเตือนว่าคนที่ยืนอยู่บนเวทีในห้องจัดเลี้ยงนั้นเป็นพี่ชายของผมเอง และเขาก็คือคนที่ซื้อโรงแรมนี้จากคุณ เพราะฉะนั้นจะพูดจะจาอะไรก็คิดให้ดีก่อนนะ..”เพื่อให้ได้ครอบครองโรงแรมไคเฉวียนแห่งนี้ถังเมิ่งถึงกับเสนอกำไรในปีหน้าทั้งปี และเพิ่มอีกสิบล้านให้กับเฉียนหงยี่ เช่นนี้แล้วเขาจะไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเอ่ยเตือนเฉียหงยี่เชียวหรือ!และในยุคสมัยที่เงินคือพระเจ้าเช่นนี้ถังเมิ่งไม่เพียงแค่มีเงิน แต่ยังมีศักยภาพ และความสามารถอีกด้วย!“ขอบคุณคุณชายถังที่เตือนผมผมเข้าใจดี และจะเข้าไปบอกกับทุกคนให้เข้าใจเดี๋ยวนี้ล่ะ!”เฉียนหงยี่เป็นคนเข้าใจอะไรง่ายเขาเห็นถังเมิ่งมาพร้อมกับคนของแก๊งมังกรเขียวเป็นสิบคนเช่นนี้ และเห็นคนสองคนที่นั่งกองอยู่ที่พื้น มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่ากำลังจะเกิดเรื่องใหญ่โตขึ้นที่โรงแรม‘เฮ้อ..โชคดีจริงๆที่เวลานี้โรงแรมไม่ได้เป็นของฉันแล้ว ไม่งั้นคงไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไง’เฉียนหงยี่ถึงกับยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลเปียกเต็มหน้า..“งั้นก็เชิญ!”ถังเมิ่งตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแล้วปล่อยให้เฉียนหงยี่เดินเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง..“นี่เรียกว่าปิดประตูตีแมวสินะ!”ถังเมิ่งมองตามหลังเฉียนหงยี่ไปพร้อมกับพึมพำออกมายิ้มๆและกำลังรอดูสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปเฉียนหงยี่ไม่สนใจผู้คนรอบตัวอีกและรีบเดินตรงเข้าไปหาผู้อำนวยการหลี่ที่อยู่ในห้องจัดเลี้ยงทันที เมื่อไปถึงก็รีบเอ่ยถามขึ้นทันที“ผู้อำนวยการหลี่..เลขาหวัง.. ไม่ทราบว่าโทรเรียกผมมามีอะไรงั้นหรือครับ”แม้หลิงหยุนจะไม่แยแสหลี่จิ่วเจียงแต่ใช่ว่าคนอื่นๆจะไม่เกรงกลัวหลี่จิ่วเจียง เฉียนหงยี่จึงต้องพูดกับเขาอย่างมีมารยาท“นี่คุณเฉียน..ผมขอถามเรื่องโรงแรมนี้หน่อย! นี่มันเกิดเรื่องบ้าบออะไรกัน ตอนนี้โรงแรมนี้เป็นของใครกันแน่”เมื่อเลขาหวังเห็นเฉียนหงยี่เขาก็รีบตะโกนถามด้วยความโมโห หลี่จิ่วเจียงสามารถคาดเดาปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ มีหรือที่เลขาหวังจะคิดไม่ได้เช่นกัน!“เลขาหวัง..ตอนนี้ผมได้ขายโรงแรมไคเฉวียนให้กับคนที่ชื่อหลิงหยุนแล้ว.. และคุณหลิงก็อยู่..”เฉียนหงยี่พูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปมองหลิงหยุนที่อยู่บนเวทีหลิงหยุนเองก็ส่งยิ้มลงมาให้เฉียนหงยี่เช่นกันเสียงพูดของเฉียนหงยี่นั้นค่อนข้างดังผู้คนที่อยู่ด้านหน้าห้องจัดเลี้ยงจึงสามารถได้ยินอย่างชัดเจน พวกเขาจึงได้แต่งุนงง!“นี่มัน..”หลี่จิ่วเจียงได้ฟังถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจและน้ำตาแทบไหลออกจากเบ้า เขากัดฟันพร้อมกับยกมือขึ้นชี้ไปที่เฉียนหงยี่ แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้แม้แต่คำเดียว..เมื่อเฉียนหงยี่เห็นผู้อำนวยการหลี่โมโหและทำท่าคล้ายจะตำหนิตนเอง ก็ถึงกับหวาดกลัวจนตัวสั่น เฉียนหงยี่รู้ตัวว่าไม่ควรอยู่ที่นี่ต่อไปนานนัก จึงรีบระล่ำระลักอธิบายพร้อมกับเอ่ยขอตัวทันที“ผู้อำนวยการหลี่..ความจริงผมเองก็ไม่อยากจะขายโรงแรมนี้ แต่ราคาที่พวกเขาเสนอให้นั้น ผมไม่สามารถปฏิเสธได้จริงๆ วันนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัว คงต้องขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อน..”แทบไม่ต้องรอให้พูดจบประโยค..เฉียนหงยี่ก็รีบหันหลัง และวิ่งออกไปตามทางที่วิ่งเข้ามาเมื่อครู่ทันที เขาอยากจะรีบออกไปให้พ้นๆจากห้องจัดเลี้ยงนี้ให้เร็วที่สุดตั้งแตที่เฉียนหงยี่วิ่งเข้ามาจนกระทั่งวิ่งออกไปนั้นหลิงหยุนก็เพียงแค่ยิ้มแต่ไม่พูดอะไร หลังจากที่เฉียนหงยี่ออกไปแล้ว หลิงหยุนจึงหันไปแสยะยิ้มให้กับหลี่จิ่วเจียงพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน..