ตอนที่ 468
บทที่ 847 -848
October 22, 2026
บทที่ 847 : เริ่มลงมือ! หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเป็นพิธีกรก็คือจะต้องเป็นสามารถดึงดูดความสนใจของผู้คนให้มาอยู่ที่ตนเองได้ตั้งแต่ต้นจนจบ.. พิธีกรทั้งสองคนนั้นเป็นพิธีกรที่มาจากสถานที่โทรทัศน์ท้องถิ่นและเคยผ่านงานระดับใหญ่ๆโตๆมาหลายงานแล้ว ตลอดระยะการทำงานก็ประสบความสำเร็จในฐานะพิธีกรมืออาชีพมาโดยตลอด และสำหรับงานเลี้ยงเล็กๆเพียงแค่นี้ จึงนับว่าเป็นงานที่ง่ายเสียยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปากเสียอีก ทั้งคู่เพิ่งจะโชว์ศักยภาพในการเรียกความสนใจของแขกในงานกลับคืนมาได้และสามารถควบคุมสถานการณ์ภายในห้องจัดเลี้ยงไว้ได้แล้ว แต่กลับคิดไม่ถึงว่าขณะที่กำลังจะกล่าวสุนทรพจน์เพื่อเปิดงาน กลับถูกใครไม่รู้ขโมยซีนไปต่อหน้าต่อตา ทั้งสองคนจึงแทบอยากจะกรีดร้องออกมาด้วยความโมโห.. และเสียงของหลิงหยุนที่แทรกขึ้นมากลางปล้องนั้นแม้จะพูดโดยไม่มีไมโครโฟนช แต่กลับดังกึกก้องไปทั่วห้องจนกลบเสียงพูดผ่านไมโครโฟนของพิธีกรทั้งสองคนในทันที ทำให้พิธีกรทั้งคู่รู้สึกตกใจและงุนงงอย่างมาก! และเมื่อได้ยินคำว่า“หยุดก่อน..” สีหน้าของพิธีกรทั้งคู่ก็เปลี่ยนเป็นขุ่นเคืองขึ้นมาทันที! นี่เป็นงานเลี้ยงฉลองที่จัดขึ้นโดยหลี่จิ่วเจียง– ผู้อำนวยการกองการศึกษาประจำมณฑลเจียงหนาน และทั้งคู่ก็เป็นถึงพิธีกรชื่อดังของสถานีโทรทัศนท้องถิ่น แล้วใครกันนะที่ช่างกล้าเข้ามาก่อกวนในงานเลี้ยงเช่นนี้! พิธีกรทั้งคู่ดูเหมือนจะโกรธมากและเมื่อพิธีกรหญิงเงยหน้าขึ้นมองไปทางหน้าห้องจัดเลี้ยง เธอก็เห็นหลิงหยุนกำลังเดินเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงโดยไม่สนใจกับสายตาหลายร้อยคู่ที่กำลังจ้องมองมา แวบแรกที่พิธีกรหญิงเห็นหลิงหยุนนั้นเธอรู้สึกตกใจจนมือที่ถือไมโครโฟนนั้นอ่อนแรง และไมโครโฟนเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น! พิธีกรทั้งสองคนหยุดพูดทันทีและภายในห้องจัดเลี้ยงก็กลับกลายเป็นเงียบสนิท มันเงียบเสียยิ่งกว่าตอนที่หลินเมิ่งหานและสาวงามคนอื่นๆเดินเข้ามาในตอนแรกเสียอีก! ภายใต้ความเงียบสงัดนั้นเสียงลมหายใจของแขกภายในห้องจึงกลับกลายเป็นเสียงที่ดังที่สุด หลิงหยุนเดินไปตามทางเดินที่อยู่ตรงกลางห้องจัดเลี้ยงท่ามกลางสายตาที่จ้องมองมามากกว่าสามร้อยคู่ เขากำลังมุ่งหน้าไปยังเวทีที่พิธีกรทั้งสองคนยืนอยู่ จากประตูทางเข้าห้องจัดเลี้ยงไปจนถึงเวทีนั้นเป็นระยะทางอย่างน้อยสี่สิบเมตร แต่หลิงหยุนก็ไม่เร่งรีบเดินจนเร็วเกินไป แล้วก็ไม่ช้าจนเกินไปเช่นกัน เมื่อหลิงหยุนเดินมาได้เพียงแค่ครึ่งทาง เสียงผลักโต๊ะลากเก้าอี้ก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว เพราะแขกที่นั่งอยู่ต่างก็พากันลุกขึ้นยืนอย่างลืมตัว และพากันวิพากษ์วิจารณ์จนเสียงดังไปทั่วทั้งห้อง! “พระเจ้า..นั่นมันหลิงหยุนนี่! ฉันจำได้.. ฉันเคยเห็นเขาในวันเปิดคลินิกสามัญชน ทักษะทางการแพทย์ของเขาล้ำเลิศมากจริงๆ!” “หลิงหยุน!เขาก็คือคนที่จัดการกับหลัวจ้งผู้อำนวยการสำนักงานรักษาความมั่นคงคนก่อนจนต้องติดคุกติดตารางใช่มั๊ย! แล้วเขามาที่นี่ทำไมกัน?!” “ที่รักดูสิ..ใช่คนที่พนันได้หยกจักรพรรดิก้อนที่ใหญ่ที่สุด และมีมูลค่าแพงที่สุดมั๊ย!” “อ่อ..คนนี้ไงที่ทุบบ้านคนอื่นครั้งเดียวพร้อมกันถึงสองหลัง!” “หมอคนนี้ล่ะที่รักษาคนไข้อาการสาหัสพร้อมกันถึงยี่สิบกว่าคน!” “โอ้โห..หน้าตาหล่อยิ่งกว่าพระเอกหนังซะอีก!” แม้หลิงหยุนจะเคยเป็นคนที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของใครมาก่อนแต่เวลานี้สิ่งที่เขาเคยทำนั้น ก็ได้ทำให้ตนเองกลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งเมืองจิงฉูแล้ว! ถึงแม้ว่าคลิปวีดีโอและภาพต่างๆของหลิงหยุนจะถูกอำนาจรัฐทำให้หายไปจากสื่อต่างๆและโลกอินเทอร์เน็ตแล้ว แต่นั่นก็ไม่สามารถปิดกั้นความโด่งดังเป็นที่รู้จักของหลิงหยุนจากผู้คนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่หลิงหยุนเคยทำต่อหน้านักเรียนนับพันในโรงเรียนมัธยมจิงฉูนั้นบรรดานักเรียนเหล่านั้นต่างก็มีเพื่อนต่างโรงเรียน แล้วก็มีพ่อแม่ผู้ปกครอง พ่อแม่ผู้ปกครองต่างก็มีเพื่อนฝูงอีกมากมาย ดังนั้นจากคำพูดปากต่อปาก จาสิบจึงขยายเป็นร้อย จากร้อยกระจายเป็นพัน และอีกมากมาย.. เรียกได้ว่าในเมืองจิงฉูนั้นหาคนที่ไม่รู้จักหลิงหยุน หรือไม่เคยได้ฟังเรื่องของเขาได้น้อยมาก เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้! อีกทั้งแขกเหรื่อที่มาร่วมงานเลี้ยงฉลองที่หลี่จิ่วเจียงจัดขึ้นในวันนี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนมีหน้ามีตาในเมืองจิงฉูทั้งสิ้น.. และภายในงานนี้ก็มีแขกที่เคยไปร่วมพิธีเปิดคลินิกสามัญชนของหลิงหยุนและได้นำของขวัญไปมอบให้กับเขาร่วมอยู่ด้วย.. ดังนั้นจึงไม่มีใครที่เมื่อได้ยินชื่อหลิงหยุนหรือได้พบเขาจะไม่รู้สึกตื่นเต้นจนต้องร้องอุทานออกมา.. “โชคดีมากเลยที่ได้พบหลิงหยุนอีกครั้ง!คิดไม่ถึงว่าเขาจะมางานเลี้ยงฉลองให้กับหลี่เทียนด้วย!” “นั่นสิ!ผมคงต้องไปขอชนแก้วกับหลิงหยุนบ้างแล้วล่ะ! ผมเองก็ประทับใจในทักษะทางการแพทย์ของเขามากจริงๆ!” “ผมไปด้วย!การได้รู้จักกับหลิงหยุนนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก! ใครปล่อยโอกาสดีๆแบบนี้ให้หลุดมือไปก็นับว่าโง่มากเลย!” …….. เวลานี้หลิงหยุนได้กลายเป็นจุดสนใจภายในงานเลี้ยงแต่เพียงคนเดียว! “พี่หลิงหยุนยอดเยี่ยมมากจริงๆ!” ที่โต๊ะสุดท้ายทางด้านขวามือของประตูทางเข้านั้นคือโต๊ะที่สาวงามทั้งหกคนที่เข้ามาก่อนหน้านี้นั่งอยู่ ไป๋เซียนเอ๋อที่สวมแว่นกันแดดเห็นหลิงหยุนเดินเข้ามา จึงร้องออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ ส่วนหลินเมิ่งและคนอื่นๆนั้น เพียงแค่มีรอยยิ้มเท่านั้น แต่ยังคงอยู่ในอาการสงบนิ่ง นั่นเพราะพวกเธอต่างก็เห็นภาพเช่นนี้มาจนชินตาแล้ว และต่างก็รู้ว่านี่เป็นเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น และการแสดงที่แท้จริงก็เพิ่งจะเริ่ม.. หลงหวู่อดรนทนไม่ได้ได้แต่กรอกตาอย่างไม่พอใจพร้อมกับพูดขึ้นว่า “เฮ้อ.. ก็แค่จับตัวหลี่จิ่วเจียงส่งให้คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยก็สิ้นเรื่อง จะต้องเสียเวลามากมายแบบนี้ทำไมกัน..!” เกาเฉินเฉินเหลือบมองหลงหวู่พร้อมกับพึมพำออกมาเบาๆ“ถ้ากลัวก็กลับไปได้เลย..” หลงหวู่ย้อนถามด้วยความไม่พอใจ“นี่เธอพูดอะไร”เกาเฉินเฉินจ้องหน้าหลงหวู่พร้อมกับตอบไปว่า“พูดอะไรน่ะเหรอ! อย่าลืมว่าเรื่องที่เธอไปนั่งโต๊ะฉัน ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีเลย!”ความขัดแย้งระหว่างสาวสวยทั้งสองยังคงไม่ได้รับการแก้ไขและยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเหมี่ยวเสี่ยวเหมารีบห้ามศึก“เอาล่ะ.. หยุดทะเลาะกันก่อน! หลิงหยุนเดินขึ้นไปบนเวทีแล้ว!”และคำพูดประโยคนี้ของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาก็ได้ผลมากทั้งเกาเฉินเฉินและหลงหวู่ต่างก็หยุดทะเลาะกันทันที และรีบหันหน้ามองไปทางเวทีพร้อมกัน..หลิงหยุนขึ้นไปยืนอยู่ทางด้านขวามือของพิธีกรทั้งสองคนจากนั้นจึงหันไปยิ้มให้กับแขกที่อยู่ด้านล่างพร้อมกับพูดขึ้นว่า..“ผมต้องขอโทษท่านผู้มีเกียรติทุกท่านในที่นี้ด้วยจากนี้ไปอาจมีเรื่องน่าตกเกิดขึ้นบ้าง แต่ทุกท่านอย่าได้กังวลใจหรือหวาดวิตกไป ผมเพียงแค่ต้องการให้ทุกท่านในห้องนี้อยู่เป็นพยานให้ผมด้วย และผมคงจะรบกวนเวลาของทุกท่านไม่นานนัก!”พูดจบหลิงหยุนก็หันไปมองทางเดินเล็กๆของห้องจัดเลี้ยงและพบว่าเลขาหวังกำลังเดินนำบอดี้การ์ดทั้งหกเข้ามา..นี่กำลังจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่!บรรดาแขกเหรื่อที่อยู่ภายในห้องนั้นหลังจากที่ได้ฟังคำประกาศของหลิงหยุน ทุกคนต่างก็พากันตกตะลึง เพราะจากคำพูดดูเหมือนว่าหลิงหยุนจะไม่ได้ตั้งใจมาแสดงความยินดีกับนักเรียนที่ทำคะแนนสอบได้สูงสุดเลยสักนิด แต่น่าจะมาสะสางปัญหาอะไรบางอย่างเสียมากกว่า!หลิงหยุนยิ้มบางก่อนจะพูดต่อว่า“ขอความกรุณาทุกท่านนั่งลงประจำที่ได้แล้ว ผมคงจะรบกวนเวลารับประทานอาหารของทุกท่านไม่นานมากนัก..”จากนั้นหลิงหยุนก็หันไปมองพิธีกรทั้งสองคนพร้อมกับบอกไปว่า“ขออภัยที่ผมขึ้นมาขัดจังหวะของพวกคุณทั้งสองคน และต้องขอรบกวนให้พวกคุณทั้งสองคนไปหลบอยู่ตรงนั้นจะดีกว่า จะได้ไม่โดนลูกหลงจนได้รับบาดเจ็บ..”พิธีกรทั้งสองคนถึงกับอึ้งไปและได้แต่แอบคิดในใจว่า ‘ได้รับบาดเจ็บงั้นเหรอ! นี่จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงหรืออย่างไร?! แต่นี่.. นี่มันคือห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมระดับห้าดาวเชียวนะ! จะเกิดเรื่องรุนแรงได้อย่างไรกัน?!’แต่เพราะทั้งคู่กำลังอยู่ในอาการตกตะลึงกับการกระทำของหลิงหยุนทั้งสองคนจึงไม่ได้พูดในสิ่งที่คิดออกมา และหลบไปยืนอยู่ด้านข้างตามที่หลิงหยุนบอกทันที!ในเวลานั้นเองเลขาหวังก็เดินนำบอดี้การ์ทั้งหกคนมาถึงหน้าเวที พร้อมกับจ้องมองหลิงหยุนที่อยู่บนเวทีอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง..เพื่อจัดการกับหลิงหยุน..หลี่จิ่วเจียงจึงต้องทำความรู้จักหลิงหยุนก่อน และเลขาหวังก็คือผู้ที่จัดการค้นหาข้อมูลของหลิงหยุนทั้งหมด เขาจึงรู้จักหลิงหยุนดีกว่าหลี่จิ่วเจียงมาก!และถึงแม้ว่าเลขาหวังจะไม่เคยพบเจอหลิงหยุนมาก่อนแต่เขาก็ได้เคยเห็นหลิงหยุนในรูป จึงจำได้ตั้งแต่แวบแรกที่เห็น..เลขาหวังถึงกับร้องตะโกนออกไป..“เป็นแกจริงๆด้วย!”หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบไปว่า“ใช่.. ผมเอง!”เลขาหวังยกมือขึ้นชี้ไปทางหลิงหยุนพร้อมกับร้องตะโกนสั่งทันที“แก.. แกลงมาจากเวทีเดี๋ยวนี้ กล้าดียังไงถึงได้มาป่วนงานเลี้ยงแบบนี้ แล้วตอนนี้หลี่เทียนเป็นยังไงบ้าง!”หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับยักไหล่และยกมือขึ้นผายออกทั้งสองข้างอย่างไม่ยี่หระพร้อมกับพูดจายอกย้อนกลับไป“ผมไม่ลงและจะยืนอยู่บนนี้ ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไร! ส่วนหลี่เทียน.. ผมว่าคุณไปดูด้วยตาตัวเองจะดีกว่า เพราะตอนนี้สภาพของมันบอกได้คำเดียวว่า.. ยับเยิน!”“ห๊ะ!”สีหน้าของเลขาหวังเปลี่ยนเป็นกระวนกระวายขึ้นมาทันทีและรีบสั่งหนึ่งในบอดี้การ์ดให้ออกไปดูทันที..“แกออกไปดูว่าคุณหนูหลี่เทียนเป็นยังไงบ้าง”“ส่วนแกก็รีบกลับไปรายงานผู้อำนวยาการว่าหลิงหยุนมาที่นี่แล้ว!”“พวกแกทั้งสี่คนไปจัดการลากตัวหลิงหยุนลงมาจากเวทีเดี๋ยวนี้!”ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวาย..เลขาหวังยังสามารถสั่งการได้อย่างรวดเร็ว!หากเป็นคนธรรมดาก็คงทำอะไรไม่ถูก..แต่สำหรับหลิงหยุนแล้ว เรื่องแค่นี้รับรองว่าเด็กๆ! และนับว่าเป็นการจัดการที่ผิดพลาดอย่างมากของเลขาหวัง..บอดี้การ์ดทั้งสี่คนนี่นะจะเป็นคนไปลากตัวหลิงหยุนลงมาจากเวที..ช่างน่าขันสิ้นดี!ทันทีที่รับคำสั่งจากเลขาหวังแล้ว..บอดี้การ์ดหนึ่งคนก็เดินตรงไปยังหน้าห้องจัดเลี้ยงเพื่อดูหลี่เทียน ส่วนอีกคนก็เดินไปรายงานสถานการณ์ให้หลี่จิ่วเจียงรู้ ส่วนที่เหลืออีกสี่คนก็กำลังย่างสามขุมไปยังเวทีเพื่อลากตัวหลิงหยุนลงมา!หลิงหยุนไม่สนใจบอดี้การ์ดสองคนที่เดินออกไปเขายิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ความจริงเลขาหวังนับว่าเป็นคนเก่งคนหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่ทำงานให้กับคนผิด เอาล่ะ.. ผมไม่เกรงใจแล้วนะ!”พูดจบ..หลิงหยุนก็ยกมือขึ้นซัดฝ่ามือออกไป ลมปราณที่รุนแรงราวกับพายุเฮอริเคนนั้นกระแทกเข้ากับร่างของบอดี้การ์ทั้งสี่คน จนล้มลงไปกองกับพื้นในทันที และทั้งหมดก็กรีดร้องออกมาเสียงดัง!บทที่ 848 : เจ้าของโรงแรม!ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลานี้นอกเหนือจากคนของหลิงหยุนแล้ว แขกเหรื่อที่อยู่ในห้องจัดเลี้ยงต่างก็พากันตกอกตกใจจนแทบช็อค!“นี่จะมีเรื่องกันจริงๆน่ะเหรอ!”“ผมงงไปหมดแล้ว..นี่มันเกิดบ้าอะไรกันแน่ จู่ๆทำไมทั้งสองฝ่ายถึงได้มีเรื่องกัน”