ตอนที่ 467
บทที่ 845-846
October 22, 2026
บทที่ 845 : ปล่อยผู้หญิงคนนั้น! “ยินดีต้อนระ..” “ห๊ะ!” หญิงสาวทั้งหกคนที่ทำหน้าที่ต้อนรับแขกในวันนี้นับว่าถูกอบรมมาเป็นอย่างดี ทุกครั้งที่ประตูลิฟท์เปิดออก พวกเธอจะรีบเอ่ยทักทายทุกคนที่เดินออกมาทันที และเมื่อหลิงหยุนเดินออกมาจากลิฟท์ หญิงสาวทั้งหกคนก็รีบโค้งตัวลง และเอ่ยต้อนรับเป็นอัตโนมัติ.. แต่ยังไม่ทันที่จะพูดจบประโยคดีหญิงสาวทั้งหกคนก็ถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงพร้อมกันเป็นเสียงเดียว! เวลานี้หลิงหยุนอยู่ในระดับสูงสุดขั้นปรับร่างกาย-9และสามารถที่จะเข้าสู่ขั้นพลังชี่ได้ทุกเมื่อ รูปร่างและผิวพรรณของเขาจึงสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ อีกทั้งยังมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างเห็นได้ชัด และเพียงแค่กลิ่นหอมจางๆที่กระจายออกมาจากร่างกายของหลิงหยุนก็เพียงพอที่จะทำให้หญิงสาวทั้งหกคนงุนงงเคลิบเคลิ้มได้อย่างรวดเร็ว หลิงหยุนเดินยิ้มอย่างมีเสน่ห์ออกมาจากลิฟท์ลักยิ้มแก้มซ้ายบุ๋มลงไปอย่างน่ามอง รอยยิ้มของหลิงหยุนดูลึกลับ ท่วงท่าการเดินมั่นอกมั่นใจ และดูสงบเยือกเย็น ด้วยรูปลักษณ์และเสน่ห์ของหลิงหยุนนั้นไม่แปลกที่บรรดาหญิงสาวจะมีลักษณะอาการเช่นนั้น! “คนอะไรหล่อขนาดนี้..!” หลังจากที่ร้องอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงหนึ่งในหญิงสาวก็ร้องบอกสิ่งที่ตนเองคิดออกมา.. สิ่งที่น่าขันก็คือว่าหญิงสาวคนอื่นๆที่ยังคงอยู่ในอาการตาค้างนั้น ก็เอาแต่พยักหน้าหงึกๆอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของหญิงสาวผู้นั้น “ขอบคุณครับ..คุณเองก็สวยมากเช่นกัน!” หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับกวาดสายตามองไปยังหญิงสาวที่เอ่ยชมตนทั้งสายตาและคำพูดของหลิงหยุนทำให้หญิงสาวผู้นั้นถึงกับสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง ใบหน้าแดงก่ำ และไม่กล้าที่จะพูดอะไรอีก.. ภาพของหลิงหยุนที่เดินเข้ามาในงานนั้นสร้างความตกตะลึงให้กับหญิงสาวทั้งหกคนได้มากยิ่งกว่าการปรากฏตัวของสาวงามทั้งหกก่อนหน้านี้เสียอีก เสี่ยวเม่ยหนิงและหนิงหลิงยู่ที่อยู่ในชุดราตรีงดงามกำลังก้าวเดินตามหลิงหยุนออกมาจากลิฟท์เช่นกัน เสี่ยวเม่ยหนิงเดินตามหลิงหยุนออกมาก่อนและรีบตรงเข้าไปกอดแขนข้างซ้ายของหลิงหยุนไว้แน่น ดวงตากลมโตคู่สวยของเธอกวาดมองไปรอบๆบริเวณ พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล.. “เขาเป็นแฟนของฉันเอง!” “พี่หลิงหยุน..เข้าไปข้างในกันดีกว่า!” หลังจากที่เด็กสาวตัวแสบแสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของหลิงหยุนเรียบร้อยแล้วเธอก็เอ่ยปากชวนหลิงหยุนให้เดินเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงทันที “เอ่อ..ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีมาร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้เหรอคะ” หญิงสาวที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้านั้นในที่สุดก็ได้สติใบหน้าของเธอแดงก่ำ และไม่กล้ามองหน้าหลิงหยุนตรงๆ จึงได้แต่เอ่ยถามออกมาอย่างเขินอาย “ครับ..” หลิงหยุนยิ้มพร้อมตอบกลับไปเพียงแค่สั้นๆ และในเวลานั้นเอง..หนิงหลิงยู่ก็เดินออกมาจากลิฟท์พอดี เธอก้าวเท้าเดินออกมาอย่างนุ่มนวล และตรงเข้าไปกอดแขนข้างขวาของหลิงหยุนไว้ พร้อมกับส่งยิ้มที่งดงามชวนฝันราวกับเทพธิดาให้กับทุกคน “เอ่อ..กรุณาตามดิฉันมาทางนี้ค่ะ..” หญิงสาวที่เป็นหัวหน้าตอบพร้อมกับเดินนำหลิงหยุนและคนอื่นเข้าไปยังห้องจัดเลี้ยงทันที แต่หลิงหยุนกลับยิ้มพร้อมกับปฏิเสธ“ขอบคุณครับ.. พวกเราเดินเข้าไปเองได้!” สำหรับโรงแรมระดับห้าดาวนั้นจะไม่สร้างลิฟท์ไว้ที่หน้าห้องจัดเลี้ยง ดังนั้นจากลิฟท์ไปถึงห้องจัดเลี้ยงก็ต้องเดินเลี้ยวไปอีกสองครั้ง แต่ถึงแม้หลิงหยุนจะมาที่โรงแรมแห่งนี้เป็นครั้งแรกแต่เขาก็ได้ใช้จิตหยั่งรู้สำรวจดูทั่วทั้งชั้นก่อนหน้านี้แล้ว จึงได้รู้ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน “คนอะไรหล่อมากจริงๆฉันไม่เคยเห็นใครหล่อเหมือนเขามาก่อนเลย..” “เฮ้อ..ถ้าได้อยู่ใกล้ๆสักครู่หนึ่ง ก็คงจะดีไม่น้อย..” “นี่..พวกเธอสองคนอย่าเผลอมองเขานานนักล่ะ ไม่เห็นสาวสวยสองคนที่มากับเขาเหรอ โดยเฉพาะคนที่อยู่ทางขวามือน่ะ สวยอย่างกับนางฟ้าแน่ะ!” “อืมม..” หญิงสาวที่ทำหน้าที่ต้อนรับแขกทั้งหกคนได้แต่มองตามแผ่นหลังของหลิงหยุน และสาวงามข้างกายไปด้วยแววตาราวกับคนอกหัก.. ทางด้านหน้าห้องจัดเลี้ยงเวลานี้..หลี่เทียนกำลังนั่งเอามือซ้ายกุมแก้มของตนเอง ส่วนมือขวาก็กำลังพยายามลูบไล้แขนนวลเนียนของฉีเสี่ยวชิง หลังจากที่ชีเต๋อเปียวเข้าไปรายงานเลขาหวังแล้วก็กลับมาดูเหตุการณ์ที่ด้านหน้าห้องจัดเลี้ยงต่อ และหลี่เทียนก็ต้องการที่จะพาฉีเสี่ยวชิงขึ้นไปบนห้องเพรสซิเดนท์สูทเดี๋ยวนี้ให้ได้! หลี่เทียนปล่อยมือซ้ายที่กุมแก้มออกและพยายามยื่นออกไปลวนลามฉีเสี่ยวชิงหลายต่อหลายครั้ง แต่เธอก็พยายามหลีกเลี่ยง หลี่เทียนจึงร้องออกมาอย่างไม่พอใจ “สาวงามเมื่อครู่ทำให้เลือดในกายของฉันพลุ่งพล่านขึ้นมาทันทีตอนนี้ฉันรู้สึกอึดอัดจนทนไม่ไหวแล้ว เธอต้องขึ้นไปบนห้องกับฉันเดี๋ยวนี้!” หลี่เทียนร้องตะโกนออกมาพร้อมกับดันร่างของฉีเสี่ยวชิงเข้าไปติดกำแพงและพยายามที่จะลวนลามเธอ น้ำใสๆที่เกิดจากความอัปยศอดสูไหลออกมาอาบแก้มของฉีเสี่ยวชิงจนเปียกไปหมด “กรุณาปล่อยฉันไปเถอะนะ..ได้โปรด.. ฉันไม่สามารถทำอะไรแบบนั้นได้จริงๆ!” ฉีเสี่ยวชิงพยายามร้องขอความเมตตาจากหลี่เทียน.. หลี่เทียนหัวเราะออกมาอย่างสะใจและตอบกลับไปอย่างไร้ปราณี “ปล่อยเธอไปตอนนี้น่ะเหรอ มันสายไปแล้วล่ะ!” แม้แต่ชีเต๋อเปียวที่เห็นเหตุการณ์ก็ยังหันไปพูดกับฉีเสี่ยวชิงว่า “ฉีเสี่ยวชิง.. ครูว่าเธอตามหลี่เทียนขึ้นไปบนห้องจะดีกว่า หาก”ชีเต๋อเปียวที่เห็นเหตุการณ์แม้แต่เขายังถึงกับหน้าแดง และได้แต่พูดออกมาว่า “ฉีเสี่ยวชิง.. ครูว่าเธอตามหลี่เทียนขึ้นไปข้างบนจะดีกว่า การที่หลี่เทียนสนใจเธอแบบนี้ หากเธอทำให้หลี่เทียนพอใจก็จะดีกับอนาคตในวันข้างหน้าของตัวเอง..”หลี่เทียนก้าวเท้าเข้าไปอีกพร้อมกับแสยะยิ้มและพูดขึ้นมาว่า “เดินไปเดี๋ยวนี้! หรือจะรอให้บอดี้การ์ดของฉันมาถึงก่อน แล้วค่อยให้พวกมันอุ้มเธอขึ้นไปบนห้อง!”“ฉีเสี่ยวชิง..ฉันจะบอกอะไรให้นะ เรื่องอย่างว่าเป็นงานอดิเรกของฉันเลยล่ะ! ถ้าเธอยังไม่ยอมเดินขึ้นไปดีๆ รอจนบอดี้การ์ดของฉันมาถึงแล้วล่ะก็ ฉันจะให้พวกมันนั่งล้อมเตียงดูเราสองคนมีอะไรกัน! แบบนั้นก็ตื่นเต้นเร้าใจดีเหมือนกันนะ!”หลี่เทียนพูดไปก็หัวเราะไปราวกับคนคลุ้มคลั่งมันช่างไร้ยางอายสิ้นดี!“ไม่นะ..ได้โปรดอย่าทำอะไรแบบนั้น!”ฉีเสี่ยวชิงพูดออกมาด้วยความรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง เธอหลับตาลงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรากออกมา เพราะรู้ตัวดีว่าคืนนี้ตนเองคงไม่สามารถหนีพ้นชะตากรรมในครั้งนี้ได้..แต่แล้วจู่ๆก็มีเสียงเย็นชาดังขึ้นมาเสียงนั้นดังราวกับมังกรคำราม ทำให้ผู้คนที่ได้ยินต่างก็ถึงกับตกใจ..“ปล่อยผู้หญิงเดี๋ยวนี้!”ยังไม่ทันที่ร่างของหลิงหยุนจะปรากฏแต่เสียงของเขาก็ดังขึ้นก่อนแล้ว และน้ำเสียงของหลิงหยุนก็บ่งบอกว่ากำลังโกรธมากอีกด้วยหลี่เทียนที่กำลังเตรียมตัวจะลากฉีเสี่ยวชิงขึ้นไปบนห้องก็ถึงกับอึ้งไปทันทีเมื่อเสียงดังขึ้น เขารีบหันหลังกลับไปดูพร้อมกับตะโกนออกไปว่า“ใครใครกล้าทำลายอารมณ์สุนทรีย์ของฉัน?”หลี่เทียนหันกลับมาแต่ก็ไม่พบเจอใครสีหน้าของมันบ่งบอกว่ากำลังงุนงงอย่างมาก และได้แต่แอบคิดอยู่ในใจว่าเมื่อครู่เขาก็เพิ่งถูกทำร้ายร่างกาย หรือนี่จะเป็นภาพลวงตาแต่แน่นอนว่ามันไม่ใช่ภาพลวงตา!เพราะภายในเวลาเพียงแค่สิบวินาทีคนสามคนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าหลี่เทียน เมื่อมันได้เห็นก็ถึงกับตกใจจนแทบช็อค!“กะ..แกเองเหรอ!”ใบหน้าของหลี่เทียนเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำขึ้นมาทันทีและเมื่อเห็นหลิงหยุนปรากฏตัว มันก็ตกใจจนลืมความเจ็บปวดที่แก้มซ้าย และปากก็สั่นจนฟันกระทบกัน จากนั้นก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้อีกแม้แต่คำเดียว!“ใช่..ฉันเอง! พบกันอีกครั้งแล้วสินะ..”หลิงหยุนสะบัดแขนเบาๆด้วยความนุ่มนวลเพื่อให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของหนิงหลิงยู่และเสี่ยวเม่ยหนิงแล้วจึงเดินตรงเข้าไปที่หน้าห้องจัดเลี้ยงพร้อมกับแสยะยิ้ม และจ้องมองหลี่เทียนด้วยสายตาคมกริบ!“กะ..แกมาที่นี่ทำไม”เมื่อหลี่เทียนเห็นหลิงหยุนเขาก็ลืมฉีเสี่ยวชิงที่ยืนอยู่ด้านหลังไปทันที แล้วรีบหันไปมองชีเต๋อเปียวด้วยสีหน้าหวาดกลัว และตื่นตระหนกก่อนหน้านี้หลี่เทียนถูกหลิงหยุนกับพวกทำร้ายร่างกายจนน่วมจนถึงตอนนี้ยังรู้สึกหวาดกลัวไม่หาย เมื่อได้พบหลิงหยุนอีกครั้ง จึงมีสภาพไม่ต่างจากหนูที่อยู่ต่อหน้าแมว..หลิงหยุนมองหลี่เทียนที่อยู่ในอาการหวาดผวาด้วยแววตาเย้ยหยันภาพที่เห็นจึงไม่ต่างจากแมวที่กำลังจ้องมองลูกหนูตัวเล็ก เขาแสยะยิ้มพร้อมกับพูดออกมาอย่างเหยียดหยัน“ฉันมาที่นี่ทำไมน่ะเหรอ!ฉันคิดว่าแกน่าจะรู้ดีกว่าใคร?”หลังจากที่หลิงหยุนพูดจบรอยยิ้มก็มลายหายไปจากใบหน้าของเขาทันที..ชีเต๋อเปียวเห็นหลิงหยุนก็กลัวว่าหลี่เทียนจะได้รับอันตราย จึงรีบออกมาขวางไว้ทันที! แล้วร้องถามหลิงหยุนว่า“คุณเป็นใคร..”แต่หลิงหยุนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์“เจ้าไม่มีคุณสมบัติพอที่จะรู้!”เหตุการณ์ทั้งหมดบนชั้นห้าของโรงแรมไคเฉวียนแห่งนี้หลิงหยุนล่วงรู้ทุกอย่าง และเขาก็รู้ว่าชีเต๋อเปียวไม่เพียงไม่ใช่คนดี แต่ยังเป็นยิ่งกว่าขยะติดเชื้อที่น่ารังเกียจเสียอีก..เพียงเพื่อต้องการได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งและมีอนาคตในวงราชการที่ดี เขาถึงกับยอมช่วยบีบบังคับให้นักเรียนหญิงไปปรนเปรอหลี่เทียน การกระทำเช่นนี้จะดีไปกว่าขยะติดชื้อได้อย่างไรกันแต่หลิงหยุนคงจะยังไม่รู้ว่าบนโลกใบนี้มีครูที่ทำตัวน่ารังเกียจยิ่งกว่าขยะติดเชื้ออีกมากมาย บางรายถึงกับบังคับเด็กนักเรียนให้นอนกับตนเองด้วยซ้ำไป!“นี่..อย่ามาตะโกนโหวกเหวกแถวนี้! ที่นี่ไม่ใช่สถานที่สาธารณะ ใครอนุญาตให้แกขึ้นมา”ชีเต๋อเปียวถูกหลิงหยุนหักหน้าเช่นนั้นก็โมโหจึงร้องตะโกนถามหลิงหยุนกลับไปทันทีหลิงหยุนไม่ตอบโต้และยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ จากนั้นจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วฝ่ามือขึ้นโบกเพียะ!ลมปราณพุ่งออกจากฝ่ามือของหลิงหยุนกระทบเข้ากับใบหน้าของชีเต๋อเปียวอย่างแรงและตบนี้ก็รุนแรงเสียยิ่งกว่าตบของไป๋เซียนเอ๋อเหตุใดหลิงหยุนจึงใช้ลมปราณตบหน้าชีเต๋อเปียวน่ะหรือก็เพราะเขาเกรงว่าฝ่ามือของตนเองจะสกปรกน่ะสิ!“นี่แก..!”ชีเต๋อเปียวกรีดร้องออกมาเสียงดังด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับยกมือขึ้นกุมใบหน้าของตนเองไว้จากนั้นหลิงหยุนจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังนัก“ข้าไม่เพียงจะตะโกนใส่หน้าเจ้า แต่ยังจะตบเจ้าด้วย! หลบไปให้พ้น.. ตอนนี้ข้ายังไม่มีเวลาที่จะสนใจคนอย่างเจ้า!”และลมปราณจากฝ่ามือของหลิงหยุนก็ทำให้ฟันเกือบครึ่งปากของชีเต๋อเปียวหลุดร่วงลงมาทันที และไม่กล้ายืนขวางหน้าอีก!“หลี่เทียน..ดูแกช่างมีความสุขกับการรังแกผู้อื่นมากจริงๆ! ถึงเวลาที่แกต้องได้รับผลกรรมนั้นแล้ว..”หลังจากที่จัดการกับชีเต๋อเปียวแล้วหลิงหยุนก็จัดการใช้ลมปราณตบหน้าหลี่เทียนอีกหลายครั้ง“โอ๊ย…”