ตอนที่ 466
บทที่ 843-844
October 22, 2026
บทที่ 843 : เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! “คุณเสียมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับหลิงหยุนที่อยากจะเล่าก็เชิญเล่ามาได้เลย..” หลี่จิ่วเจียงละสายตามจากเก้าอี้ที่ว่างเปล่าของหลู่กวนหวังแล้วหันไปมองเสียเจิ้นติงพร้อมกับพูดยิ้มๆ เสียเจิ้นติงเห็นแววตาเย้ยหยันในดวงตาของหลี่จิ่วเจียงแต่ก็แสร้งทำเป็นไม่เห็น และพูดในสิ่งที่อยากพูดต่อทันที “ผู้อำนวยการหลี่..คุณคงจะมีงานยุ่งมาก จึงไม่มีเวลาได้ลงมาตรวจสอบโรงเรียนมัธยมต่างๆด้วยตัวเอง ก็เลยไม่เคยได้ยินได้ฟังเรื่องเกี่ยวกับหลิงหยุน..” “ลูกชายของผู้อำนวยการหลู่กับลูกชายของคุณกู่แล้วก็ลูกชายของผมพวกเขาเรียนอยู่โรงเรียนมัธยมจิงฉูที่เดียวกับหลิงหยุน และทั้งหมดก็มีเรื่องกันมาหลายต่อหลายครั้ง คิดว่าเรื่องนี้คุณคงจะได้ข่าวมาบ้างแล้ว..” หลี่จิ่วเจียงได้ฟังจึงพยักหน้าเล็กน้อยและพูดขึ้นอย่างหมดความอดทน “เรื่องพวกนี้ผู้อำนวยการหลู่เคยเล่าให้ผมฟังบ้างแล้ว ผมว่าคุณตรงเข้าประเด็นเลยจะดีกว่า..” หลี่จิ่วเจียงพูดกับเสียเจิ้นติงพร้อมกับถอนหายใจและทำท่าทางราวกับว่ากำลังพูดอยู่กับผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเอง เสียเจิ้นติงถึงกับอึ้งในอากัปกิริยาของหลี่จิ่วเจียงจึงกระแอมเบาๆเป็นการกลบเกลื่อนอาการเสียหน้าของตนเอง พร้อมกับกวาดสายตามองแขกที่นั่งรอบโต๊ะ.. หลี่จิ่วเจียงเห็นเช่นนั้นจึงรู้ว่าเสียเจิ้นติงนั้นไม่ไว้วางใจแขกที่อยู่ในห้องด้วยเขาจึงพูดขึ้นมาเป็นการตบหน้าเสียเจิ้นติง “คุณเสีย..ผมว่าคุณกังวลเรื่องเด็กที่ชื่อหลิงหยุนมากจนเกินไป! เด็กนักเรียนมัธยมปลายเพียงแค่คนเดียว คุณจะกลัวอะไรนักหนา! คุณเองก็เป็นถึงข้าราชการระดับสูง!” “การที่ข้าราชการระดับสูงอย่างเราพูดถึงเขาก็นับว่าเป็นการให้หน้าเขามากแล้ว ยังมีอะไรเป็นความลับต้องปิดบังอีก” “คุณสามารถพูดทุกอย่างต่อหน้าทุกคนในห้องนี้ได้เลยไม่ต้องกังวลใจไป..” เมื่อได้ยินชื่อหลิงหยุนหลี่จิ่วเจียงก็เริ่มหมดความอดทน ตลอดครึ่งเดือนมานี้ เพื่อหลี่เทียนแล้วเขาต้องอดทนฟังชื่อนี้มาโดยตลอด เสียเจิ้นติงเองก็รู้ว่าหากคนพวกนี้ไม่ใช่พวกของหลี่จิ่วเจียง ก็คงไม่สามารถเข้ามานั่งในห้องนี้ได้แน่ เขาจึงมั่นใจและกล้าที่จะพูดอย่างเปิดอก.. “ผู้อำนวยการหลี่..ไม่ใช่ว่าผมจะคร่ำเครียดกับเรื่องของหลิงหยุนมากจนเกินไป แต่เขาเป็นคนที่ลึกลับ เอาแต่ใจ แล้วก็น่าหวาดกลัวจนเข้าขั้นสยดสยอง!” ลึกลับ..เอาแต่ใจ.. น่าหวาดกลัวเข้าขั้นสยดสยอง! นี่คือคำนิยามที่เสียเจิ้นติงใช้เล่าถึงตัวตนของหลิงหยุนหลังจากที่สอบถาม และฟังเรื่องราวของเขามาจากแหล่งต่างๆมากมาย “อีกอย่าง..หลิงหยุนเป็นคนที่ทำอะไรตามใจตัวเอง เขาไม่เคยสนใจกฏเกณฑ์ใดๆบนโลกใบนี้ แล้วเรื่องในคืนนี้ก็อย่าได้คิดว่าจะพ้นหูพ้นตาของเขาไปได้..” และด้วยตำแหน่งหน้าที่การงานของเสียเจิ้นติงการจะค้นหาประวัติของใครสักคนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถึงกระนั้นก็มีความลับบางอย่างที่หลิงหยุนไม่ต้องการให้ใครรู้ นอกเหนือจากตัวเขาเองแล้ว ก็จะไม่มีคนที่สองที่จะล่วงรู้เรื่องนี้ได้ แม้แต่ฉินตงเฉี่วย หนิงหลิงยู่ ถังเมิ่ง แล้วก็ตี้เสี่ยวอู๋ ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รู้! ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนแต่หลิงหยุนกลับเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วทั้งจิงฉู ผ่านวิธีการจัดการกับศัตรูต่อหน้าผู้คนมากมาย และยังสร้างเหตุการณ์ที่ชวนตกตะลึงอีกหลายครั้งหลายครา ไม่ว่าจะเป็นการจับตี้เสี่ยวอู๋โยนใส่แป้นบาสเก็ตบอลที่สนามกีฬาในโรงเรียนมัธยมจิงฉู หรือเหตุการณ์ที่หลิงหยุนคนเดียวแต่กลับสามารถเอาชนะคนของแก๊งมังกรเขียวทั้งสามสิบคนได้ ยังมีเรื่องของการทุบบ้านสองหลังของเถียนป๋อเตา รวมทั้งเรื่องที่สร้างความอับอายให้กับหลัวจ้ง.. และในวันที่เปิดคลินิกสามัญชนนั้นหลิงหยุนก็สามารถรักษาคนไข้ที่อยู่ในอาการสาหัสปางตายทั้งยี่สิบสองคนได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ อีกทั้งยังสร้างความตกตะลึงให้กับวงการพนันหินที่ตลาดค้าของเก่าอีกด้วย เพียงเท่านี้ก็นับว่ายากเกินกว่าที่คนธรรมดาสามัญจะเข้าใจได้แล้วหากไม่ใช่เพราะหลี่ยี่เฟิงกับถังเทียนห่าวสั่งห้ามไม่ให้มีการเผยแพร่วีดีโอเหล่านี้ และได้สั่งให้ลบออกจากอินเทิร์เน็ต และสื่อต่างๆแล้วล่ะก็ รับรองว่าเวลานี้หลิงหยุนคงกลายเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศอย่างแน่นอน! และหากมีใครสักคนสามารถนำคลิปและภาพเหล่านั้นไปเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตได้แล้วอีกครั้ง รับรองว่าจะต้องสร้างกระแสในประเทศนี้ได้อย่างมากมายเลยทีเดียว! และหลิงหยุนอาจจะถูกขนานนามว่าเป็นอสูรกายก็เป็นได้!ทุกคนจึงต้องอาศัยอำนาจในมือช่วยกันปกปิดเรื่องเหล่านี้! ดังนั้นเหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อและสร้างความแปลกประหลาดใจให้กับผู้คนในหลายๆเรื่องนั้น นอกเหนือจากผู้ที่โชคดีได้เห็นภาพเหล่านั้นแล้ว ก็ไม่สามารถหลุดออกไปสู่สายตาของคนภายนอกได้เลย แต่ถึงกระนั้น..ผู้คนที่ได้พบเห็นเหตุการณ์เหล่านั้น ต่างก็พากันพูดกันปากต่อปาก แต่คนที่ได้ฟังก็ยากที่จะเชื่อว่ามันคือเรื่องจริง และคิดว่าน่าจะเป็นนิทานปรัมปราเสียมากกว่า.. แต่เสียเจิ้นติงนั้นต่างกันในเมื่อหลัวจ้งถูกหลิงหยุนจัดการจนหมดท่าเช่นนั้น และหลังจากที่หลัวจ้งถูกส่งเข้าคุก หลิงหยุนจึงกลายมาเป็นศัตรูที่น่ากลัวของเสียเจิ้นติงทันที ชื่อ ‘หลิงหยุน’ จึงเปรียบเสมือนหนามที่คอยทิ่มตำจิตใจของเสียเจิ้นติงอยู่ตลอดเวลา! และแน่นอนว่า..เสียเจิ้นติงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อตรวจสอบประวัติของหลิงหยุน และด้วยอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ในมือ มีหรือที่เสียเจิ้นติงจะไม่สืบหาความจริง.. แต่ถึงกระนั้นหลิงหยุนก็ไม่จำเป็นต้องหลบเลี่ยงใคร และไม่จำเป็นต้องหลบเลี่ยงด้วย.. เสียเจิ้นติงพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะสืบหารายละเอียดเกี่ยวกับหลิงหยุนให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะสามารถทำความเข้าใจ และสรุปเรื่องราวของหลิงหยุนได้อย่างแม่นยำและเที่ยงตรง และจากข้อมูลทั้งหมดที่เสียเจิ้นติงได้มานั้นเขาก็สรุปได้ว่า.. หลิงหยุนนั้นเป็นคนที่ลึกลับ เอาแต่ใจ น่าหวาดกลัว และมันทำอะไรโดยไม่สนใจกฏเกณฑ์ใดๆ อีกทั้งยังไม่เห็นแก่หน้าใครด้วย และนั่นคืออุปนิสัยของหลิงหยุน! “ฮ่า.. ฮ่า.. ฮ่า..” เสียเจิ้นติงกำลังเล่าเรื่องหลิงหยุนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจังแต่กลับคิดไม่ถึงว่าจู่ๆ หลี่จิ่วเจียงจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเช่นนี้.. “คุณเสีย..นี่คุณพูดอะไรออกมารู้ตัวบ้างมั๊ย ลึกลับ น่าหวาดกลัว เอาแต่ใจ ไม่ในใจกฏเกณฑ์ นี่คุณพูดเกินจริงไปหน่อยหรือเปล่า?”“ก็แค่เด็กอายุสิบแปดเขามีสามหัวหกกรหรือยังไงกัน เอาเป็นว่าคุณลองเล่าให้พวกเราฟังอีกสักสองสามเรื่องสิ! ฮ่า.. ฮ่า..”เสียเจิ้นติงเห็นหลี่จิ่วเจียงพูดถึงหลิงหยุนราวกับเป็นเรื่องตลกเช่นนี้ก็ได้แต่แอบถอนหายใจอย่างหมดหนทาง แต่เมื่อมองไปยังชายที่แต่งตัวธรรมดาทั้งสามคนแต่ดูลึกลับนั้น เขาจึงค่อยสบายใจขึ้นมาบ้าง..เสียเจิ้นติงนั้นรู้ว่าชายทั้งสามคนนี้น่าจะเป็นยอดฝีมือที่มีวรยุทธซึ่งตระกูลซันเป็นผู้ส่งมาคุ้มครองหลี่จิ่วเจียงนั่นเอง‘เฮ้อ..อย่างน้อยตระกูลซันก็หนุนหลังหลี่จิ่วเจียงอยู่ ในเมื่อตระกูลซันส่งคนมาคุ้มครองหลี่จิ่วเจียงแบบนี้ ก็คงมั่นใจว่าพวกเขาทั้งสามคนจะสามารถจัดการกับหลิงหยุนได้..’เสียเจิ้นติงนั้นนับว่าเป็นผู้ที่ควบคุมความรู้สึกได้อย่างยอดเยี่ยมเพราะเขายังคงทำสีหน้าได้เป็นปกติอย่างที่สุดเสียเจิ้นติงเชื่อว่าในเมื่อเขาเลือกอยู่ข้างหลี่จิ่วเจียง ก็เท่ากับได้รับการหนุนหลังจากตระกูลซันด้วยเช่นกัน เมื่อเป็นเช่นนี้หลี่ยี่เฟิงก็คงไม่กล้ายุ่งกับตนเองเช่นกัน และหากหลิงหยุนถูกตระกูลซันจัดการ เขาก็จะมีโอกาสก้าวหน้าในที่การงาน เรียกได้ว่าจะได้รับประโยชน์มากมายหลายอย่าง!เมื่อคิดได้เช่นนี้เสียเจิ้นติงก็ยิ้มพร้อมกับพูดกับทุกคนว่า “ในเมื่อผู้อำนวยการหลิ่วสนใจ ผมก็จะเล่าเรื่องของหลิงหยุนให้ฟังอีกสักสองสามเรื่องก็แล้วกัน ผมเชื่อว่ามันจะทำให้พวกคุณรู้จักหลิงหยุนมากยิ่งขึ้น!”จากนั้น..เสียเจิ้นติงก็ยกถ้วยชาตรงหน้าขึ้นดื่ม และเริ่มเล่าเรื่องของหลิงหยุนต่อ..แต่ระหว่างนั้นเอง..เสียงสัญญาณข้อความเข้าในโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เลขานุการชายของหลี่จิ่วเจียงรีบหยิบโทรศัพท์มือถืออกมา เมื่อได้เห็นข้อความ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที เขารีบลุกขึ้นยืน และเดินเข้าไปกระซิบข้างหูของหลี่จิ่วเจียงทันที“ผู้อำนวยการหลี่ครับ..ชีเต๋อเปียวรออยู่หน้าห้องรับรอง เขาบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะรายงานท่านครับ!”ชีเต๋อเปียวเป็นครูใหญ่โรงเรียนมัธยมเขาจึงไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเข้ามาร่วมดื่มกินในห้องรับรองนี้ สถานะของเขายังห่างไกลนัก อย่าว่าแต่ได้ร่วมกินดื่มโต๊ะเดียวกับหลี่จิ่วเจียงเลย แม้แต่จะส่งข้อความให้หลี่จิ่วเจียงก็ยังไม่มีสิทธิ์ ได้แต่ส่งให้กับเลขาของหลี่จิ่วเจียงแทนหลี่จิ่วเจียงได้ฟังก็ถึงกับขมวดคิ้วพร้อมกับคิดอย่างไม่พอใจว่า‘เจ้าชีเต๋อเปียวนี่จริงๆเลย กล้าขัดความสุขของฉันจริงๆ!’แม้จะคิดเช่นนั้นแต่หลี่จิ่วเจียงก็ไม่ได้พูดออกมาเขาเพียงแค่พยักหน้าเบาๆเท่านั้น และเลขานุการชายก็รีบขออนุญาตทุกคนเดินออกไปจากห้องรับรองทันทีทันทีที่เดินออกไปนอกห้องเขาก็เห็นชีเต๋อเปียวยืนรออยู่หน้าห้องแล้ว จึงรีบตรงเข้าไปหาพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก“ครูใหญ่ชี..คุณมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยด้านนอกไม่ใช่เหรอ แล้วมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ผู้อำนวยการกำลังคุยกับแขกเหรื่ออยู่ รบกวนท่านกลางคันแบบนี้เสียมารยาทมากจริงๆ..”ชีเต๋อเปียวได้ยินก็รีบขอโทษขอโพยและพูดขึ้นว่า “เลขาหวัง.. ผมรู้ว่าไม่ควรเข้ามารบกวนผู้อำนวยการหลี่ แต่ผมมีเรื่องใหญ่จะมารายงาน ไม่อย่างนั้นผมคงไม่กล้ามาหรอก!”“งั้นเหรอเรื่องอะไรกันล่ะ?”ชีเต๋อเปียวดึงเลขาหวังออกมาให้ห่างจากประตูและระหว่างเล่าเรื่องทั้งหมดให้เลขาหวังฟังเลขาหวังได้ฟังถึงกับตกใจจนแทบช็อค“คุณว่าอะไรนะ มีคนนำเช็คจำนวนยี่สิบล้านมามอบให้เป็นของขวัญงั้นเหรอ? แล้วหลี่เทียนก็ถูกทำร้าย? และไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำด้วย?”“นี่คุณพูดกำลังพูดบ้าอะไรกัน!”คิ้วของเลขาหวังขมวดเข้าหากันและร้องถามชีเต๋อเปียวเสียงดัง..ชีเต๋อเปียวยิ้มขื่นพร้อมกับตอบไปว่า“เลขาหวัง.. ผมไม่กล้าล้อเล่นเรื่องแบบนี้แน่! ตอนนี้เช็คยี่สิบล้านก็อยู่ในมือแล้ว และตรวจสอบแล้วว่าเป็นเช็คจริง ส่วนหลี่เทียนก็หน้าบวมเปล่งอยู่ตอนนี้..”สีหน้าของเลขาหวังเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวขึ้นมาทันทีเขายืนนิ่งนานกว่าสิบวินาทีแล้วจึงพูดขึ้นว่า“เอาล่ะ..คุณรีบไปที่หน้าห้องจัดเลี้ยงก่อน ผมจะไปรายงานผู้อำนวยการหลี่เดี๋ยวนี้!”“อย่าลืมส่งคนไปจับตามองผู้หญิงหกคนนั้นไว้ให้ดีผมจะไปรายงานผู้อำนวยการ และจะรีบกลับออกมาโดยเร็ว”เลขาหวังรู้สึกเป็นกังวลและกระวนกระวายใจอย่างมากจึงรีบเดินกลับเข้าไปในห้องรับรองทันที และตรงเข้าไปหาหลี่จิ่วเจียงด้วยสีหน้ากังวลเขากระซิบข้างหูหลี่จิ่วเจียง“ผู้อำนวยการครับ.. เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!”บทที่ 844 : บรรยากาศเริ่มร้อนระอุ!“ฮ่า..ฮ่า.. หลี่เทียนสอบเอนทรานซ์ได้คะแนนสูงสุดของมณฑลเจียงหนาน เวลานี้ใครๆต่างก็พากันอยากจะมาตีสนิทผมกันหมด..”เมื่อเลขาของเขาเดินออกไปนอกห้องหลี่จิ่วเจียงก็โอ้อวดออกมาอย่างหน้าไม่อาย นับว่าหนังหน้าของเขานั้นหนาไม่เบาเลยทีเดียว..แม้ว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของหลี่จิ่วเจียงจะรู้กันดีว่าคะแนนสูงสุดของหลี่เทียนนั้นได้มาอย่างไร แต่ทุกคนต่างก็พากันพูดชื่นชมเพื่อเป็นการเอาอกเอาใจหลี่จิ่วเจียงแทน..แต่คิดไม่ถึงว่าเพียงแค่เลขาหวังเดินหน้าตาตื่นเข้ามารายงานเท่านั้น เหตุการณ์ภายในห้องก็เปลี่ยนไปทันที!“ห๊ะ!”หลี่จิ่วเจียงได้ฟังคำบอกเล่าของเลขาหวังก็ถึงกับร้องอุทานออกมาเบาๆ!เลขาหวังนั้นเป็นเลขานุการส่วนตัวของหลี่จิ่วเจียงและทำงานกับเขามาร่วมสิบปีแล้ว เรียกได้ว่ารู้ใจกันถึงขั้นมองตาก็สามารถเข้าใจได้หลี่จิ่วเจียงมีเงินอยู่ในธนาคารเท่าไหร่มีภรรยาน้อยกี่คน? ซุกซ่อนอยู่ที่ใหนบ้าง? เรียกได้ว่าเลขาหวังนั้นรู้หมดทุกอย่าง เขาจึงเปรียบเสมือนเงาของหลี่จิ่วเจียงมานานหลายปี