ตอนที่ 552
บทที่ 980 : พละกำลังที่เหนือกว่า!
October 22, 2026
หลิงหยุนเอ่ยชื่นชมหลี่เคิ่นวู๋จากใจจริง.. แม้ว่าหลี่เคิ่นวู๋จะเพียงแค่บิดข้อมือและเบี่ยงร่างกายไปมา ซึ่งดูคล้ายกับเป็นการเคลื่อนไหวธรรมดาๆ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนั้น แต่ในสายตาของหลิงหยุน นี่ต่างหากที่เรียกว่าการต่อสู้อย่างแท้จริง.. ในการต่อสู้แต่ละครั้ง..อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดอย่างนั้นหรือ คำตอบก็คือการทำให้ตนเองเป็นผู้ชนะและฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้แพ้ในทุกเสี้ยววินาทีของการประมือ! และสำหรับหลิงหยุนนั้น..ไม่ว่าเขาจะเผชิญหน้ากับศัตรูที่อ่อนแอกว่า หรือศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า เขาก็ยังคงตระหนักถึงหลักการข้อนี้อยู่เสมอ.. เพราะในการต่อสู้นั้น..ไม่มีอะไรที่นอกเหนือไปกว่าการจู่โจม และรับมือฝ่ายตรงข้าม ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ได้รับชัยชนะที่เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด! และทั้งพละกำลังของร่างกายร่างกายที่แข็งแกร่ง และการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ประกอบรวมกันเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ที่พูดมาก่อนหน้านี้ทั้งสิ้น! ยกตัวอย่างหลิงหยุนในวันนี้..ไม่ว่าเขาจะถูกกระบี่ของศัตรูฟาดฟันใส่ร่างมากมายเพียงใด เขาก็สามารถใช้การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วนั้น หลบหลีกคมกระบี่ที่พุ่งเข้ามาได้อย่างง่ายดาย.. และในที่สุดแม้แต่ผู้ที่ฝึกเพลงดาบมาทั้งชีวิตอย่างชางซงก็ยังไม่สามารถทำร้ายหลิงหยุนได้เลยแม้แต่น้อย! นั่นเพราะชางซงยังคงใช้แต่กลยุทธในการต่อสู้แบบเดิมๆจึงยากที่จะทำอันตรายหลิงหยุนที่มีลูกเล่นแพรวพราวได้.. และนี่คือเหตุผลว่าเพราะเหตุใดเหล่ายอดฝีมือจึงต้องมีกลอุบายในการต่อสู้ที่หลากหลายในระหว่างประมือกับศัตรู.. การต่อสู้ระหว่างหลิงหยุนกับหลี่เคิ่นวู๋เองก็เช่นกัน..เมื่อหลี่เคิ่นวู่พุ่งปลายกระบี่เข้าใส่ร่างของหลิงหยุน และหลิงหยุนเองก็ไม่หลบแต่กลับพุ่งร่างเข้าหาปลายกระบี่แทน และในเสี้ยววินาทีที่อันตรายอย่างยิ่งนั้น หลิงหยุนก็สามารถเบี่ยงตัวหลบออกไปทางด้านข้างได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อเบี่ยงหลบได้สำเร็จแล้ว จึงพุ่งเป้าโจมตีไปที่กระบี่ของหลี่เคิ่นวู๋ทันที.. ในวินาทีที่ร่างของหลิงหยุนเข้าประชิดกับร่างของหลี่เคิ่นวู๋นั้นหมัดของเขาก็จู่โจมเข้าใส่กระบี่ยาวของหลี่เคิ่นวู๋ และในจังหวะที่หมัดของเขากระแทกเข้ากับกระบี่ยาวของหลี่เคิ่นวู๋นั้น หลิงหยุนก็เปลี่ยนจากฝ่ายรับ มาเป็นฝ่ายจู่โจมทันที! และเมื่อหลี่เคิ่นวู๋กลับกลายมาเป็นฝ่ายตั้งรับเช่นนี้เขาจึงเหลือทางเลือกเพียงสองทางเท่านั้นคือ.. จะสู้ต่อ หรือว่าจะกระโดดถอยหนี! ในเมื่อสามารถเลือกได้เพียงหนึ่งเท่านั้นหลี่เคิ่นวู๋จึงได้เบี่ยงร่างของตนเองพร้อมกับก้าวถอยหลังกลับออกมาหนึ่งก้าว เพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างตนเองกับหลิงหยุน จากนั้นจึงบิดข้อมือของตนเองเพื่อให้กระบี่หลุดพ้นจากหมัดของหลิงหยุนที่จู่โจมเข้ามา และทันทีที่หลบพ้นแล้ว เขาก็พุ่งกระบี่ในมือจู่โจมหลิงหยุนกลับอีกครั้งในทันทีเช่นกัน.. ในการหลบหลีกคู่ต่อสู้นั้น..ไม่จำเป็นต้องกระโดดถอยออกไปไกลมากมายอะไรนัก เพียงแค่หลบให้พ้นรัศมีการจู่โจมของฝ่ายตรงข้ามก็เพียงพอแล้ว! และนี่คือกลยุทธและยุทธวิธีที่หลิงหยุนมักใช้ในสนามต่อสู้ เวลานี้ได้เห็นหลี่เคิ่นวู๋ใช้วิธีเดียวกับเขาเช่นนี้ หลิงหยุนจึงอดที่จะเอ่ยชื่นชมไมได้.. และที่หลิงหยุนเอ่ยชมนั้นก็ไม่ได้เกี่ยวกับวิชาตัวเบาที่คล่องแคล่ว หรือเพลงกระบี่ของหลี่เคิ่นวู๋แต่อย่างใด แต่เป็นการเอ่ยชมถึงความเข้าใจในคำว่า ‘ต่อสู้’ ของหลี่เคิ่นวู๋นั่นเอง หลังจากที่จู่โจมหลิงหยุนไปสองดาบแล้วหลี่เคิ่นวู๋ก็เป็นฝ่ายกระโดดออกไปยืนห่างจากหลิงหยุนราวสามเมตร เขาเชิดหน้าขึ้นมองหลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “วิชาตัวเบาของเจ้าก็ล้ำเลิศไม่เบาทีเดียว!” “แม้แต่ข้าเองยังนึกประหลาดใจที่ได้พบยอดฝีมือเช่นเจ้า..”หลี่เคิ่นวู๋เอ่ยชมหลิงหยุนพร้อมกับขมวดคิ้วและพูดต่อว่า “แต่น่าเสียดายที่ข้าเกลียดเจ้ายิ่งนัก! ข้ารังเกียจการกระทำของเจ้า เจ้าไม่เพียงคลุ้มคลั่งไร้สติ แต่ยังไร้ยางอายสิ้นดีด้วย!”หลิงหยุนไม่พูดตอบโต้แม้แต่คำเดียวเขายกมือขึ้นช้าๆ และใช้วิชาดูดลมปราณดูดเอากระบี่ยาวของจุ้ยจู่ที่อยู่บนพื้นขึ้นมาไว้ในฝ่ามือของตนเอง และนิ่งฟังหลี่เคิ่นวู๋ที่กำลังพูดจาถากถาง“ใช้วิธีชั่วช้าเช่นนี้..ชนะแล้วได้อะไร”“นี่เป็นการต่อสู้โดยใช้วรยุทธแต่เจ้ากลับใช้ธนูโจมตีพวกเขาทีเผลอเช่นนี้ เจ้าไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือยังไง”การที่จู่ๆหลิงหยุนกลับใช้ลูกธนูยิงใส่คู่ต่อสู้เช่นนี้ เป็นสิ่งที่หลี่เคิ่นวู๋เองก็ไม่อาจยอมรับได้ เขาจึงต้องยื่นมือเข้ามาช่วยซีเสีย และชิงเฟิง!หลังจากที่ฟังหลี่เคิ่นวู๋พูดพล่ามอยู่นานโดยที่ไม่ตอบโต้ในที่สุดหลิงหยุนจึงพูดขึ้นว่า..“เจ้ามาที่นี่เพื่อต่อสู้หรือว่าจะมาสอนศีลธรรมกันแน่ หากเจ้าไม่ได้มาเพื่อสู้กับข้า ก็ถอยหลังกลับไปยืนรวมกับหญิงสาวทางโน้นได้เลย อย่าได้พูดพล่ามให้ข้ารู้สึกรำคาญอีก!”หลี่เคิ่นวู๋ได้ฟังคำสบประมาทของหลิงหยุนก็ถึงกับเดือดดาลยิ่งนักเขายกปลายกระบี่ขึ้นชี้หน้าหลิงหยุนพร้อมกับร้องตะโกนออกไปว่า“นี่เจ้าว่าใคร”หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆอย่างอารมณ์ดี“เจ้ายังจะต้องถามอีกรึ ข้าก็กำลังว่ากล่าวเจ้าอยู่น่ะสิ !”หลี่เคิ่นวู๋ตั้งแต่เด็กมาไม่เคยมีใครพูดจาโอหังกับเขาเช่นนี้มาก่อน เมื่อได้ฟังวาจาสามหาวของหลิงหยุน ก็ถึงกับโมโหอย่างมาก“ได้..ข้าจะสั่งสอนให้เจ้าได้สำนึกในอีกไม่ช้า!”“นำกระบี่ของเจ้าออกมา!”หลิงหยุนหัวเราะพร้อมกับส่ายหน้าและตอบกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “จัดการกับคนอย่างเจ้า.. ข้าไม่จำเป็นต้องใช้กระบี่โลหิตแดนใต้! แค่กระบี่เล่มนี้ก็เพียงพอแล้ว!”หลี่เคิ่นวู๋คับแค้นใจอย่างมากและเวลานี้ธรรมะในตัวเขาก็ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เขากัดฟันกรอดพร้อมกับถือกระบี่พุ่งเข้าใส่หลิงหยุนทันทีหลิงหยุนยังคงยิ้มพร้อมกับกับส่งกระบี่ยาวในมือเข้าทักทายทันทีเช่นกันเสียงโลหะทั้งสองกระทบกันดังเคร้ง.. เคร้ง.. และทั้งคู่ต่างก็พุ่งเข้าต่อสู้กันในทันทีสำนักกระบี่คุนหลุนแห่งเทือกเขาคุนหลุนนั้นมีวิธีชาฝึกกำลังภายในที่เรียกว่าลมปราณคุนหลุน และมีวรยุทธที่เลื่องชื่อถึงสองแขนงคือ.. ฝ่ามือเถียนกัง และเพลงกระบี่คุนหลุน!หลี่เคิ่นวู๋จู่โจมหลิงหยุนด้วยเพลงกระบี่คุนหลุนซึ่งมีท่วงท่าสง่างามไม่ต่างจากเทือกเขาคุนหลุน แต่ละกระบวนท่าล้วนแล้วแต่ทรงพลัง และเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ..ทางด้านหลี่เคิ่นวู๋ที่ถูกหลิงหยุนพูดจาถากถางให้ได้รับความอับอายเช่นนั้นก็บันดาลโทสะจนแทบอยาสังหารหลิงหยุนให้ตายคาคมกระบี่ของตนเอง..และในขณะที่หลี่เคิ่นวู๋ร่ายรำเพลงกระบี่คุนหลุนทั้งเจ็ดสิบสองกระบวนท่าอยู่นั้นหลิงหยุนนก็จับจ้องมองอย่างไม่ละสายตา และค่อยๆจดจำบันทึกลงในใจ