ตอนที่ 551
บทที่ 979 : ยิงธนูทำลายค่ายกล!
October 22, 2026
เวลานี้..หลิงหยุนกระโดดเข้าไปหาร่างของชางซง และกำลังตวัดกระบี่ในมือใส่ร่างของเขาอย่างดุเดือด สีหน้าของชางซงเต็มไปด้วยความตกใจกลัวและรีบกระโดดถอยหลังหลบในทันที ร่างกายของชางซงยังคงอยู่ในอาการเหนื่อยล้า จึงเคลื่อนไหวได้ค่อนข้างเชื่องช้า เขารีบยกกระบี่ยาวในมือขึ้นต้านพลังปราณสีดำที่พวยพุ่งออกจากกระบี่ของหลิงหยุนไว้ทันที.. ตูม! ลมปราณจากกระบี่ทั้งสองเล่มปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งขุนเขา ชางซงถึงกับอึ้งไปด้วยความตกใจและได้แต่ล่าถอยออกไปทันที ใบหน้าของเขาซีดเผือด และบาดแผลในมือข้างซ้ายที่เพิ่งจะได้รับการรักษาก็ถึงกับสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด.. ระหว่างที่ร่างของหลิงหยุนเคลื่อนที่ช้าลงนั้นเพียงเสี้ยววินาทีก็มีกระบี่สามเล่มพุ่งเข้าใส่แผ่นหลังของเขาพร้อมๆ กัน และมันก็คือกระบี่ของผู้ทรงศีลทั้งสามจากเขาหลงหู่นั่นเอง! “รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวรึ!” ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่ทั้งสามพุ่งเข้าใส่แผ่นหลังของตนเองอย่างรวดเร็วนั้นต่อให้หลิงหยุนคิดที่จะหลบหลีก ก็คงยากที่จะทันแล้ว แต่หลิงหยุนกลับเลือกที่จะทำในสิ่งที่ยากกว่า.. และจู่ๆหลิงหยุนก็หันหน้ากลับไปเผชิญกับกระบี่ทั้งสามเล่ม พร้อมกับตวัดกระบี่โลหิตแดนใต้ในมือขึ้นจากด้านล่าง เข้าใส่กระบี่ทั้งสามเล่มในระยะกระชั้นชิด.. เคร้ง..เคร้ง.. เคร้ง.. เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นถึงสามครั้งทั้งซีเสีย จุ้ยจู่ และชิงเฟิงต่างก็ตกใจอย่างที่สุด! การที่หลิงหยุนหันกลับไปเผชิญหน้าในระยะกระชั้นชิดเพื่อรับกระบี่ของยอดฝีมือทั้งสามเช่นนั้นทำให้พลังปราณในร่างกายของเขาถึงกับกระเพื่อมอย่างรุนแรงจนเขาเองก็ยังสัมผัสได้.. หลังจากที่ปลายกระบี่ทั้งสามถูกกระบี่โลหิตแดนใต้ตวัดขึ้นจนปลายกระบี่ชี้ขึ้นฟ้าแล้วนักบวชทั้งสามก็ไม่รีรอที่จะฟันกระบี่ลงที่ศรีษะของหลิงหยุนพร้อมกันอีกครั้งทันที.. “ไม่เลวเลยนี่..” แต่ครั้งนี้หลิงหยุนเลือกที่จะไม่ปะทะเหมือนครั้งก่อนเขาจึงรีบกระโดดถอยหลังหลบกระที่ทั้งสามที่ฟันลงมาทันที! ทางด้านชางซงที่ล่าถอยไปก่อนหน้านี้ก็ได้พุ่งเข้ามาทางด้านหลังของหลิงหยุนที่เพิ่งจะกระโดดหลบกระบี่ของสามนักบวช เวลานี้..ด้านหน้าของหลิงหยุนนั้นมีทั้งกระบี่สามเล่ม และแส้ปัดอีกสามด้าม ส่วนด้านหลังก็มีชางซงที่พุ่งเข้ามาพร้อมอาวุธในมือ ในระหว่างที่หลิงหยุนกระโดดถอยหลังหลบนั้น จึงดูเหมือนว่าหลิงหยุนจะต้องถูกกระบี่ของชางซงแทงเข้าที่แผ่นหลังอย่างแน่นอน.. “หลิงหยุนระวัง!” ฉินตงเฉี่วยเห็นภาพที่น่าหวาดเสียวนั้นก็ถึงกับร้องตะโกนบอกหลิงหยุนอย่างลืมตัว.. แต่ในช่วงวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นหลิงหยุนก็ได้รวบรวมกำลังพุ่งหลบด้วยการกระโดดขึ้นไปบนอากาศ ทำให้กระบี่ทั้งสามเล่มพุ่งเข้าใส่ร่างของชางซงแทน..ระหว่างที่กระบี่ทั้งสามเล่มกำลังจะแทงเข้าใส่ร่างของชางซงนั้นเขาก็ค่อยๆ เอนร่างลงไปด้านหลังจนขนานกับพื้นเพื่อหลบกระบี่ของศิษย์น้องทั้งสามคน..ในวินาทีที่นักบวชทั้งสามเห็นว่าชางซงสามารถหลบกระบี่ของตนได้อย่างปลอดภัยแล้วพวกเขาจึงพร้อมใจกันตวัดกระบี่ขึ้นฟ้า พุ่งเข้าใส่ร่างของหลิงหยุนที่ยังคงลอยอยู่กลางอากาศพร้อมๆกัน!ในขณะนั้น..ร่างของหลิงหยุนยังคงอยู่เหนือพื้นดินไปราวสี่เมตร แม้กระบี่ของนักบวชทั้งสามจะยาวไม่พอที่จะแทงโดนร่างของหลิงหยุนในทันที แต่ดูเหมือนว่า.. ครั้งนี้หลิงหยุนคงยากที่จะหลบได้อีก และคงต้องถูกกระบี่ทั้งสามเล่มแทงเข้าร่างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้..“มันไม่ง่ายอย่างที่พวกเจ้าคิดหรอก!”สิ้นเสียงพูดของหลิงหยุน..กระบี่โลหิตแดนใต้ในมือของเขานั้น ก็ตวัดเข้ากับปลายกระบี่ทั้งสามเล่มของนับบวชทั้งสามคนทันที จนเกิดเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งบริเวณ!นักพรตชงซวีที่ยืนมองอยู่นั้นถึงกับพยักหน้าพร้อมกับพึมพำออกมา “ค่ายกลปราบมังกรยอดเยี่ยมไม่เบาเลยทีเดียว!”แม้ปากของนักพรตชงซวีจะเอ่ยชื่นชมค่ายกลปราบมังกรออกมาแต่ดวงตาของเขานั้นกลับจับจ้องอยู่ที่ร่างกลางอากาศของหลิงหยุน ซึ่งถูกเหล่านักบวชจู่โจมจนต้องกระโดดหนีขึ้นไป และเวลานี้กำลังจะตกลงมาแม้แววตาของนักพรตชงซวีจะเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นแต่ก็แฝงไว้ด้วยความกังวลใจอยู่บ้าง..แต่จอมยุทธย่อมมีกลวิธีในการต่อสู้หากเป็นไปได้.. คงไม่มียอดฝีมือคนใหนเลือกที่จะหลบคู่ต่อสู้ไปอยู่กลางอากาศเช่นนั้น เพราะนั่นจะยิ่งทำให้ศัตรูโจมตีได้ง่ายขึ้น..และแน่นอนว่าเมื่อไปอยู่กลางอากาศเช่นนั้นย่อมไม่สามารถจะยืมพลังจากความว่างเปล่าเพื่อกระโดดขึ้นสูงอีกได้ อีกทั้งเมื่อครู่หลิงหยุนก็ได้กระโดดหมุนตัวขึ้นไปถึงสองรอบแล้ว ยังจะสามารถทำครั้งที่สามได้อีกอย่างนั้นหรือผู้ที่จะทำเช่นนั้นได้..อย่างน้อยก็ต้องมีกำลังภายในอยู่ในระดับขั้นเซียงเทียน-9 ที่จะสามารถควบคุมพลังปราณไปในทิศทางที่ต้องการได้!แม้หลิงหยุนจะแข็งแกร่งถึงปานนี้แต่ทั้งหลวงจีนเจี๋วยหยวน และนักพรตชงซวีต่างก็มองออกว่าเขายังห่างไกลขั้นเซียงเทียน-9 มากนัก..แน่นอนว่าหลิงหยุนยังไม่เข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-9เขาจึงไม่สามารถควบคุมลมปราณเพื่อพาร่างของตนเองให้สูงขึ้นไปกว่านั้นได้อีก..หลิงหยุนซึ่งอยู่ในที่สูงนั้นกำลังมองกระบี่สีเงินทั้งสี่เล่มที่ทอประกายระยิบระยับเมื่อสะท้อนกับแสงจันทร์ ก่อนจะร้องตะโกนออกมาว่า“ในเมื่อค่ายกลมังกรของเจ้ายอดเยี่ยมเช่นนี้ข้าก็คงหมดหนทางแล้ว!”คำว่า‘หมดหนทาง’ ที่หลุดจากปากของหลิงหยุนนั้น ทำให้นักบวชจากเขาหลงหู่ทั้งสี่คนถึงกับตื่นเต้นดีใจ เพราะหากพวกเขาใช้ค่ายกลปราบมังกรแล้วยังไม่สามารถสังหารหลิงหยุนได้ ก็คงต้องรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก..แต่ในระหว่างที่ทั้งสี่พี่น้องกำลังตื่นเต้นดีใจอยู่นั้นทั้งหมดก็ถึงกับต้องตกตะลึง และงุนงงยอดฝีมือทุกคนในที่นั้นต่างก็ดวงตาเบิกกว้างเมื่อพบว่าจู่ๆ กระบี่โลหิตแดนใต้ในมือของหลิงหยุนนั้นได้หายวับไปกับตา และกลายมาเป็นคันธนูสีทองแทน..นั่นเพราะหลิงหยุนรู้ดีว่า..ครั้งนี้กระบี่โลหิตแดนใต้คงไม่สามารถทลายค่ายกลปราบมังกรได้ เขาจึงได้เรียกคันธนูทองออกมาแทน..เวลานี้หลิงหยุนอยู่ในท่าเล็งคันธนูไปด้านล่างในขณะที่มือซ้ายของเขาก็น้าวสายธนูออกมา จนคันธนูในมือกลายเป็นรูปพระจันทร์เต็มดวง..