ตอนที่ 550
บทที่ 978 : ค่ายกลปราบมังกร!
October 22, 2026
นิ้วทั้งห้าของชางซงแตกละเอียดไหปลาร้า และแขนหัก! ยอดฝีมือจากเขาหลงหู่ล้วนแล้วแต่เป็นนักบวชที่ฝึกตนตามแนวทางเต๋านอกจากฝึกเพลงดาบแล้ว ก็จะปลุกเสกยันต์ ร่างกายจึงไม่แข็งแกร่งเท่าใดนัก.. ในขณะที่ร่างกายของหลิงหยุนนั้นแข็งแกร่งอย่างที่สุด! ชางซงถึงกับกระอักออกมาเป็นเลือดและรีบกระเสือกกระสนถอยกลับออกไปราวเจ็ดแปดก้าว.. แต่ถึงแม้หลิงหยุนจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะเขาก็ยังคงยืนถือกระบี่โลหิตแดนใต้ไว้ในมือนิ่ง ส่วนมืออีกข้างก็จับแส้ของชางซงหมุนเล่นพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้ายังต้องการกำจัดมารเพื่อผดุงความถูกต้องอีกหรือไม่” หากจะเทียบประสบการณ์การต่อสู้ระหว่างหลิงหยุนกับชางซงแล้วล่ะก็..หลิงหยุนนับว่าเหนือกว่ามากมายหลายพันเท่า พรึบ..พรึบ.. จุ้ยจู่กับชิงเฟิงเห็นชางซงได้รับบาดเจ็บและพ่ายแพ้ให้กับหลิงหยุน จึงรีบกระโดดออกมายืนขวางไว้ทันที! ส่วนซีเสียก็รีบตรงเข้าไปหาชางซงที่นอนบาดเจ็บอยู่และไม่รีรอที่จะหยิบโอสถออกมาเทใส่ลงไปปากของชางซง จากนั้นก็รีบค้นถุงผ้าหายามารักษาให้กับเขาทันที “สวรรค์เมตตา!” “หลิงหยุน..เจ้ามันคงชั่วช้าไร้ยางอาย จู่โจมคู่ต่อสู้ทีเผลอเยี่ยงนี้ได้อย่างไรกัน” จุ้ยจู่ร้องตะโกนด่าหลิงหยุนพร้อมกับรีบดึงกระบี่ยาวที่อยู่ด้านหลังของตนเองออกมาทันทีจากนั้นจึงถือกระบี่ยาวยืดอกรอรับการโจมตีจากหลิงหยุนอย่างไม่เกรงกลัว หลิงหยุนอารมณ์ดีอย่างมากเขาจัดการโยนแส้ของชางซงทิ้งเข้าไปในป่า แล้วจึงพูดขึ้นว่า “เจ้าโง่..ก่อนจะเริ่มการต่อสู้ ข้าก็ได้เตือนพวกเจ้าแล้วว่าให้ระมัดระวังตัวให้ดี แล้วมีกฏข้อใหนห้ามไม่ให้ข้าลงมือก่อนงั้นรึ”“เจ้าลองใคร่ครวญดูให้ดี..นี่ไม่ใช่การประลองระหว่างพี่ชายน้องสาว แต่นี่มันคือการต่อสู้กับความเป็นความตายไม่ใช่รึ”หลังจากที่หลิงหยุนได้ทดสอบความแข็งแกร่งของหนึ่งในสี่ไปแล้วเขาก็ไม่นึกกังวลกับนักบวชที่เหลืออีกสามคนเลย..ชางซงดูเหมือนจะเป็นผู้นำของนักบวชสามคนที่เหลือและขั้นของเขาก็ไม่น่าจะเกินกว่าระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-8จากที่ได้ประมือกับชางซงเมื่อครู่นี้ทำให้หลิงหยุนพอจะรู้ว่าจุดอ่อนของเหล่านักบวชจากเขาหลงหู่นั้นก็คือร่างกาย.. ในเมื่อสามารถค้นพบจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ได้เช่นนี้ หลิงหยุนยังต้องหวาดกลัว และกังวลอะไรอีกเล่าเมื่อจุ้ยจู่ถูกหลิงหยุนเรียกว่า‘เจ้าโง่’ เช่นนี้ ก็ถึงกับสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธ และด้วยสัญชาติญาณ เขาจึงต้องการที่จะตอบโต้กลับไป แต่หลังจากที่ใคร่ครวญดีแล้ว เขาจึงได้คิดว่าไม่มีเหตุผลที่ตนเองจะต้องทำเช่นนั้นในเมื่อชางซงอวดดีกล้าพูดว่า..หลิงหยุนจะไม่ได้ลงจากเขาในสภาพที่มีลมหายใจ แล้วเหตุใดเขายังต้องปราณีกับผู้ที่กล้ากล่าววาจาสามหาวเช่นนี้กับตนเองด้วยเล่าทั้งไต้ซือเจี๋วยหยวนและนักพรตชงซวีได้แต่หันไปมองหน้ากัน หลังจากที่เห็นภาพการต่อสู้เมื่อครู่ตรงหน้า และต่างก็พบคำตอบในดวงตาของอีกฝ่าย..ในบรรดายอดฝีมือที่ขึ้นมาบนยอดเขาหลงเหมินในคืนนี้ผู้ที่นับว่าแข็งแกร่งที่สุดก็คงจะไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลวงจีนเจี๋วยหยวน และนักพรตชงซวี เพราะทั้งคู่ดูเหมือนจะเข้าสู่ระดับเริ่มต้นขั้นเซียงเทียน-9 แล้วก่อนหน้านี้ทั้งคู่ต่างก็คิดว่า..ด้วยความแข็งแกร่งของตนเองเวลานี้ ต่อให้หลิงหยุนเก่งกาจมากเพียงใด พวกเขาก็จะสามารถควบคุมสถานการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นไว้ได้….ไอลีนโนเวลแต่เวลานี้..ทั้งคู่ต่างก็รู้แล้วว่าตนเองนั้นคิดผิดไปถนัด และก้าวพลาดไปอย่างใหญ่หลวง!นั่นเพราะพวกเขาทั้งสองคนประเมินความแข็งแกร่งของหลิงหยุนต่ำจนเกินไปหลิงหยุนนั้นแข็งแกร่ง และเก่งกาจเกินกว่าที่พวกเขาทั้งคู่คาดคิดไว้มากจึงไม่แปลกที่คืนนี้หลิงหยุนจะสามารถเผชิญหน้ากับยอดฝีมือมากมายในยุทธภพด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย หลิงหยุนสามารถยะโสโอหังเช่นนี้ได้ ก็เพราะเขามีคุณสมบัติที่จะทำเช่นนั้นนั่นเอง!สำหรับผู้ฝึกวรยุทธในยุทธภพนั้นผู้ฝึกมักมุ่งเน้นในการฝึกวิชาแขนงใดแขนงหนึ่ง อย่างเช่นบางคนฝึกจนเป็นเลิศด้านเพลงกระบี่ หรือบางคนอาจมีวิชาตัวเบาล้ำเลิศ บางคนเก่งในทางเพลงหมัด หรือบางคนก็เก่งในการใช้อาวุธลับ..แต่ต่อให้มีใครบางคนเป็นเลิศในหลายๆด้านก็ย่อมต้องมีสิ่งที่ตนเองไม่เก่งอยู่บ้าง..แต่หลิงหยุนกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น..