ตอนที่ 560
บทที่ 988 : นักพรตหนุ่ม!
October 22, 2026
สำหรับการต่อสู้บนเขาหลงเหมินระหว่างหลิงหยุนกับยอดฝีมือจากเก้าสำนักในคืนนี้หลายคนกลับต้องพุบจุดจบที่เลวร้าย.. ยอดฝีมือทั้งสี่สิบกว่าคนที่ล้อมหลิงหยุนในคืนนี้ถูกสังหารตายไปสิบเจ็ดคน ได้รับบาดเจ็บสาหัสสามคน ส่วนศิษย์สำนักดาบสวรรค์บางคนก็อยู่ในสภาพครึ่งเป็นครึ่งตาย! ส่วนเส้าหลินกับบู๊ตึ๊งนั้นไม่ได้ลงมือกับหลิงหยุนและยังมีสำนักหมัดเทวะกับทวนเหล็กตระกูลเหลย ที่ตกใจกับความแข็งแกร่งของหลิงหยุน และได้ลงจากเขาไปตั้งแต่แรก.. แต่ยังมีนักพรตอีกหนึ่งคนที่จนป่านนี้ก็ยังไม่ปรากฏตัว..เขาก็คือโม่วู๋เตา! นับว่าการต่อสู้ระหว่างหลิงหยุนกับเหล่าชาวยุทธในครั้งแรกนั้นหลิงหยุนเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะไปอย่างงดงาม! ‘ดูเหมือนเส้นทางการฝึกตนบนโลกใบนี้จะไม่โดดเดี่ยวอย่างที่คิดเลย อย่างน้อยก็เวลานี้..’ หลิงหยุนใช้วิชาตัวเบาขั้นสูงสุดพุ่งลงจากเขาไปและระหว่างทางก็ครุ่นคิดถึงผลได้ผลเสียจากการต่อสู้ในคืนนี้ไปด้วย เขาหลงเหมินแห่งนี้ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเขามังกรและเส้นทางระหว่างสองเขานี้ก็ห่างกันราวสิบห้ากิโลเมตร ระยะทางเท่านี้ และด้วยความเร็วของหลิงหยุนในขณะนี้ ใช้เวลาเพียงแค่สิบนาทีก็น่าจะถึงบ้านเลขที่-1 แล้ว แต่เนื่องจากระหว่างเขาสองลูกนี้ก็ยังมีเนินเขาเตี้ยๆ อยู่ตลอด ระยะทางจึงเพิ่มขึ้นจากที่ควรจะเป็นถึงสองเท่า และดูเหมือนหลิงหยุนเองก็ไม่ค่อยจะพอใจนักที่จะไปตามเส้นทางนี้.. หลิงหยุนไม่ได้มีปีกอย่างเจสเตอร์ที่จะสามารถบินตัดไปได้และถึงแม้เขาจะมีวิชาตัวเบา แต่มันก็คือการพึ่งพาสองขาของตัวเอง อีกทั้งเวลานี้..พละกำลังของหลิงหยุนก็ลดทอนลงไปมากหลังจากผ่านการต่อสู้กับเหล่ายอดฝีมือมาหลายครั้ง และยังได้รับบาดเจ็บภายในค่อนข้างสาหัสอีกด้วย การเดินไปตามเส้นทางนี้จึงทำให้สูญเสียกำลังไม่ต่างจากการต่อสู้เลย.. การกระทำที่เป็นการทำร้ายตัวเองอย่างโง่เขลาเช่นนั้นหลิงหยุนไม่มีวันทำอย่างแน่นอน เขาจึงเลือกที่จะเดินไปตามถนนขึ้นเขาแทน และคอยหาเส้นทางลัดไปด้วย.. หลิงหยุนรู้สึกสังหรณ์ใจว่า..ศัตรูที่บ้านนั้นจะแข็งแกร่ง และโหดเหี้ยมกว่าศัตรูบนยอดเขาหลงเหมิน หลิงหยุนคิดว่าสนามต่อสู้ที่แท้จริงของเขาในคืนนี้น่าจะเป็นที่บ้านต่างหาก! หลิงหยุนเลือกเดินลงจากยอดเขาหลงเหมินทางด้านทิศใต้อีกทั้งเขาเองก็สังหารศัตรูไปตั้งมากมายแล้ว จึงสามารถเดินลงเขาได้อย่างสบายใจไร้กังวล.. “อะไรกัน!ดึกดื่นป่านนี้ยังมีคนขึ้นเขามาอีกหรือนี่?” หลิงหยุนลงเขาไปได้เพียงแค่ครึ่งทางก็เห็นเงาสีดำเคลื่อนไหวอยู่ไกลๆ และค่อยๆ ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ “อ่อ..ที่แท้ก็เป็นนักพรตงั้นรึ ดึกดื่นป่านนี้เจ้าขึ้นเขามาทำไมกัน? อย่าบอกนะว่าจะขึ้นมาชื่นชมธรรมชาติในป่าลึก?” “แต่ไม่น่าจะใช่!”หลิงหยุนเห็นชัดว่า..เงาตะคุ่มๆ ที่เขาเห็นอยู่นั้นก็คือนักพรตหนุ่มที่สวมเสื้อผ้าสกปรกมอมแมมค่อยๆ ปีนเขาขึ้นมาทีละก้าวๆ“ดูเหมือนชุดของเขาควรจะเป็นสีฟ้าแล้วนั่นเดินแบกกล่องอะไรไว้บนบ่า ในมือมีกระบี่ไม้ด้วย..”แต่สิ่งที่ทำให้หลิงหยุนรู้สึกขบขันอย่างมากก็คือนักพรตหนุ่มผู้นี้ค่อยๆ ปีนขึ้นมาบนเขาราวกับเป็นชายแก่อายุเจ็ดสิบ เขาปีนขึ้นมาพร้อมกับคอยเหลือบมองไปรอบๆตัวอยู่ตลอดเวลา ราวกับกลัวว่าจะมีใครกระโดดออกมาจากป่าทึบนั่น..“อย่าบอกนะว่าเป็นยอดฝีมือที่เลื่องชื่อแต่หากเป็นยอดฝีมือที่เก่งกาจจริง เหตุใดจึงค่อยๆปีนเขาขึ้นมาเช่นนี้?”หลิงหยุนทั้งงุนงงและนึกขันไปพร้อมๆกัน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลิงหยุนจึงลดความเร็วลง และกระโดดไปยืนขวางหน้านักพรตหนุ่มทันทีโม่วู๋เตานั้นแม้ได้ตัดสินใจที่จะขึ้นมาบนยอดเขาหลงเหมินแล้วแต่เขาก็ไม่ต้องการเผชิญหน้ากับหลิงหยุนเร็วนัก จึงค่อยๆ ปีนขึ้นมาตามเส้นทางนี้อย่างช้าๆ อีกทั้งยังเป็นทางชัน โม่วู๋เตาจึงเดินไปสามก้าว แล้วก็หยุดอีกหนึ่งก้าว และเมื่อเดินได้อีกห้าก้าวก็หยุดพัก.. เวลาผ่านมาตั้งเนิ่นนาน แต่เขาเพิ่งจะขึ้นเขามาได้เพียงแค่ครึ่งทาง..ระหว่างทางที่ปีนขึ้นเขาหลังจากที่ได้หยุดพักไปแล้วนั้นโม่วู๋เตาก็เห็นร่างสีดำกระโดดมายืนตรงหน้าตนเอง เขาจึงตกใจจนถึงกับกรีดร้องออกมา“ผะ..ผี!”.ไอรีนโนเวล.โม่วู๋เตากรีดร้องออกมาเสียงดังเขาหวาดกลัวจนถึงกับหันหลังวิ่งหนีไปทันที และลืมแม้กระทั่งว่าตนเองนั้นคือนักพรตแห่งสำนักเหมาซานซึ่งมีหน้าที่ปราบภูติผีปีศาจ..หลิงหยุนต้องบังคับตนเองไม่ให้หัวเราะออกมาเสียงดังใบหน้าหล่อเหลาของเขาเวลานี้แดงก่ำไปทั้งหน้าและคำคอ แล้วรีบกระโดดไปขวางหน้าโม่วู๋เตาไว้ทันที“นี่นักพรตน้อย..ดูให้ดีสิ! ข้าเป็นคนนะ.. ไม่ใช่ผี!”โม่วู๋เตาวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนจนเกือบจะชนเข้ากับแขนของหลิงหยุนที่กางออกและทันทีที่ได้ยินคำพูดของหลิงหยุน เขาก็หยุดชะงักและเงยหน้าขึ้นมองทันที ดวงตาของมู่วู๋เตาเบิกกว้างระหว่างที่จ้องมองใบหน้าของหลิงหยุนด้วยแววตาเป็นประกาย“โธ่เอ๊ย!ข้าตกใจหมดเลย เจ้าทำให้ข้าตกใจกลัวมากรู้หรือไม่ นี่.. เจ้า.. เจ้าเป็นใคร? มา.. มาจากสำนักใด? แล้วลงมาจากยอดเขานั่นมาได้อย่างไร?”ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีสายตาดังเช่นหลิงหยุน!มู่วู๋เตาต้องใช้แสงจันทร์ช่วยในการมอง และหลังจากจ้องมองอยู่เนิ่นนาน เขาจึงมั่นใจว่าหลิงหยุนนั้นเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ภูตผีปีศาจอย่างที่คิด แต่ถึงกระนั้นน้ำเสียงที่พูดออกไปก็ยังคงตะกุกตะกักคล้ายคนติดอ่าง..หลิงหยุนฟังจากคำถามของมู่วู๋เตาก็คาดเดาได้ทันทีว่าเขาก็คือ ‘ยอดฝีมือ’ ที่หลบซ่อนอยู่ในป่า และกำลังจะขึ้นเขาไปจัดการกับตนเอง แต่ถึงกระนั้นความกล้า และฝีมือของนักพรตหนุ่มผู้นี้ ก็ทำให้หลิงหยุนนึกขันจนไม่อยากจะรังแกเขา..หลิงหยุนยิ้มให้กับนักพรตหนุ่มพร้อมถามกลับไปว่า“แล้วเจ้าล่ะเป็นใคร มาจากสำนักใด? และขึ้นมาบนยอดเขาแห่งนี้ด้วยเหตุผลใด?”โม่วู๋เตาได้ฟังน้ำเสียงของหลิงหยุนก็พอคาดเดาได้ว่าเขาน่าจะเป็นคนดี แต่ก็นึกเสียหน้าที่เมื่อครู่ตนเองได้แสดงความขลาดเขลาออกไปเช่นนั้น จึงได้แต่กระแอมเล็กน้อยก่อนจะตอบหลิงหยุนไปว่า..“ข้าเป็นศิษย์สำนักเหมาซานนามว่าโม่วู๋เตา..ข้าขึ้นเขามาครั้งนี้ก็เพื่อจะไปเจรจากับหลิงหยุน แต่ก็คงจะสายไปแล้ว..”