ตอนที่ 559
บทที่ 987 : พุทธ เต๋า มาร!
October 22, 2026
ก่อนที่หลิงหยุนจะจากไปนั้นเขาได้สอบถามหลวงจีนเจี๋วยหยวนกับนักพรตชงซวีว่า เหตุใดจึงพายอดฝีมือมามากมาย แต่กลับไม่ยอมลงมือ และนักพรตชงซวีก็ตอบกลับมาเพียงว่า.. พวกเขาทั้งสองคนมาเพื่อสังเกตการณ์เท่านั้น.. สังเกตการณ์อะไรอย่างนั้นหรือ ความจริงแล้วทั้งคู่มาเพื่อดูว่าหลิงหยุนจะใช่‘คนผู้นั้น’ ตามที่ตำนานจีนปรัมปราเล่าขานหรือไม่นั่นเอง! ยอดฝีมือจากสำนักอื่นๆนั้นอาจมาที่นี่เพราะความแค้นส่วนตัว หรือเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง หรืออาจจะมาเพียงเพราะต้องการสังหารมาร มีเพียงเส้าหลินกับบู๊ตึ๊งเท่านั้นที่มาเพื่อจุดประสงค์นี้เพียงอย่างเดียวจริงๆ! ในยุทธภพนั้น..เส้าหลินกับบู๊ตึ๊งนับว่ามีสถานะที่สูงส่ง จึงสามารถล่วงรู้ความลับมากมายในยุทธภพ สายตาของพวกเขาทั้งคู่จึงมองหลายสิ่งแตกต่างจากชาวยุทธคนทั่วไป.. ในสายตาของหลวงจีนเจี๋วยหยวนและนักพรตชงซวีนั้นเรื่องราวของมารไม่มีค่าให้สนใจเท่ากับตำนานเล่าขานปรัมปรานั่น.. เวลานี้หลิงหยุนจากไปแล้ว..นักพรตชงซวีจึงรีบถามคำถามที่อยู่ในใจออกมาทันที และกำลังต้องการฟังความคิดเห็นจากหลวงจีนเจี๋วยหยวน หลังจากนิ่งไปครู่ใหญ่หลวงจีนเจี๋วยหยวนจึงพูดขึ้นมาว่า “อามิตตาพุทธ.. เรื่องเดียวที่ข้ารู้มีเพียงหลิงหยุนเป็นผู้ที่มีชะตาต้องกับพุทธองค์อย่างลึกซึ้ง!” คืนนี้..สิ่งที่หลิงหยุนแสดงต่อหน้าเหล่าชาวยุทธนั้น ทำให้หลวงจีนเจี๋วยหยวนรู้สึกตกใจอย่างมาก แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจอย่างที่สุดนั้นกลับไม่ใช่กระบี่วิเศษ ไม่ใช่ยันต์ และไม่ใช่มือข้างซ้ายที่สามารถบันดาลสิ่งต่างๆออกมาได้มากมาย.. แต่มันคือธรรมชาติแห่งพุทธะในตัวหลิงหยุนต่างหากบุคคลผู้ไม่เคยฝึกตนตามหลักของพุทธศาสนา ไม่เคยมีพุทธองค์อยู่ในใจ แต่กายของเขากลับมีธรรมชาติแห่งพุทธะเช่นนี้ แม้แต่หลวงจีนเจี๋วยหยวนเองก็ยังไม่สามารถอธิบายได้.. ศาสนาพุทธนั้นเป็นศาสนาที่สอนให้ปล่อยวางตัวตนและยิ่งไร้ตัวตน กลับยิ่งทำให้น่าสนใจ และยิ่งอยากจะศึกษาธรรมะที่ลึกซึ้งให้ยิ่งๆขึ้นไป หลวงจีนเจี๋วยหยวนนั้นเป็นผู้ที่มีศรัทธาหนักแน่นต่อพุทธองค์ยิ่งนักต่อหน้าพลังพุทธะที่รุนแรงเช่นนั้น เขาจะกล้าลงมือกับหลิงหยุนได้อย่างไรกันเล่า เมื่อครั้งที่หลิงหยุนยกน้ำเต้าวิเศษขึ้นจรดริมฝีปากนั้นหลวงจีนเจี๋วยหยวนสัมผัสได้ถึงพลังพุทธะที่แผ่ซ่านออกมาจากน้ำเต้าเก่าแก่ใบนั้นได้อย่างชัดเจน แม้แต่ตัวเขาเองที่ศึกษาธรรมะของพุทธองค์มานานหลายปี ยังไม่สามารถมีพลังพุทธะที่รุนแรงเช่นนั้นได้.. และจากพลังพุทธะที่พลุ่งพล่านนั้นทำให้หลวงจีนเจี๋วยหยวนเกือบจะสามารถเข้าสู่ระดับที่สองของขั้นเซียงเทียน-9 ได้เลยทีเดียว! ด้วยเหตุนี้..หลวงจีนเจี๋วยหยวนจึงสามารถสรุปได้ในทันทีว่า น้ำเต้าเก่าแก่นั้นจะต้องเป็นสมบัติพุทธองค์อย่างแน่นอน และเจ้าของน้ำเต้านี้ก็คือหลิงหยุน! ดังนั้น..เขาจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่าหลิงหยุนจะต้องมีความเกี่ยวพันกับพุทธองค์อย่างลึกซึ้ง! เมื่อได้ยินหลวงจีนเจี๋วยหยวนตอบกลับมาเช่นนั้นนักพรตชงซวีจึงได้แต่หัวเราะ.. หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งนักพรตชงซวีจึงพูดขึ้นว่า “ก่อนที่ข้าจะได้พบกับหลิงหยุน ข้าเองยังคิดว่าเขาคือคนจากคุนหลุน! แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะเป็น..”หลังจากนั้น..ทั้งสองคนต่างก็พูดคุยกันผ่านกระแสจิต และมีเพียงอีกฝ่ายเท่านั้นที่จะได้ยิน ศิษย์เส้าหลินและบู๊ตึ๊งคนอื่นๆ ไม่มีทางได้ยินอย่างแน่นอน..เพราะเรื่องที่ทั้งคู่จะคุยกันต่อไปนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่หากผู้ใดได้รู้ก็คงตระหนกตกใจไม่น้อย..หลวงจีนเจี๋วยหยวนเองก็ได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับพูดขึ้นว่า–คนจากคุนหลุนงั้นรึ ขอบอกตามตรง.. ข้าเองก็เคยคิดเช่นนั้น! เพราะประสกน้อยหลิงหยุนผู้นี้ดูช่างคล้ายคลึงยิ่งนัก..––ประสกน้อยหลิงหยุนไม่เพียงมีกระบี่มารอยู่ในมือยังมีความรู้เรื่องยันต์อีกด้วย แต่ที่น่าแปลกใจที่สุดก็คือเขาสามารถสร้างพื้นที่ในร่างกายได้ อีกทั้งพละกำลังก็แข็งแกร่งอย่างแปลกประหลาด เรียกได้ว่าเกินกว่าอายุของเขาอย่างมาก โดยเฉพาะพลังบ่มเพาะในตัวของเขา ในสายตาของข้านั้นเขาไม่มีจุดอ่อนเลยแม้แต่น้อย! ลักษณะเฉพาะเช่นนี้.. หากไม่ใช่มาจากคุนหลุน แล้วจะมาจากใหนได้เล่า-–แต่หากเป็นคนจากคุนหลุนจริง..พวกเขาย่อมไม่สังหารศิษย์สำนักกระบี่คุนหลุนแน่ และคนของสำนักกระบี่คุนหลุนย่อมต้องไม่กล้าสังหารหลิงหยุนเช่นกัน! เพราะฉะนั้น.. ประสกน้อยหลิงหยุนย่อมไม่ใช่คนจากคุนหลุนอย่างแน่นอน!”เมื่อนักพรตชงซวีได้ฟังคำวิเคราะห์ของหลวงจีนเจี๋วยหยวนเขาก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะคาดเดาต่อว่า–ถ้าเช่นนั้น..หรือว่าเขาจะมาจากเขาฉู่ซาน!-หลวงจีนเจี๋วยหยวนส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เห็นด้วย–เป็นไปไม่ได้! หากไม่มีปีศาจร้ายปรากฏตัวในยุทธภพ หรือประเทศจีนไม่ได้ตกอยู่ในภัยพิบัติใหญ่หลวงแล้วล่ะก็ คนจากฉู่ซานจะไม่มีทางมาข้องเกี่ยวกับเรื่องทางโลกแน่!”นักพรตชงซวีเองยังนึกขันความคิดของตนเอง–นั่นสินะ! อีกทั้งคนจากเขาฉู่ซานก็มีกระบี่เป็นสัญลักษณ์ เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะยอมใช้กระบี่โลหิตแดนใต้แน่..–.Aileen-novel.แต่นักพรตชงซวีก็ยังคงคาดเดาต่อ–หรือจะเป็นศิษย์ของผู้ฝึกตนที่ซ่อนตัวอยู่บนเขาจงหนาน-หลวงจีนเจี๋วยหยวนส่ายหน้าไปมาเช่นเคย..ในที่สุดนักพรตชงซวีก็สะบัดหน้าพร้อมกับร้องขึ้นอย่างตกอกตกใจ–อย่าบอกนะว่ามาจากเผิงไล๋ แต่นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้..–เมื่อได้ยินคำว่าเผิงไล๋หลุดออกจากปากนักพรตชงซวีสีหน้าของหลวงจีนเจี๋วยหยวนถึงกับเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที และคิ้วหน้าของเขาก็ขมวดเข้าหากัน จากนั้นจึงเอ่ยเตือนนักพรตชงซวีว่า–อามิตตาพุทธ..ท่านนักพรต แม้ว่าท่านกับข้าจะฝึกตนคนละแนวทาง ท่านฝึกตนตามแนวทางแห่งเต๋าซึ่งสามารถมีอิสระได้มากกว่า แต่ในเมื่อพวกเราฝึกตนมาถึงขั้นนี้แล้ว ควรจะต้องระมัดระวังกับเรื่องนี้ให้มากกว่านี้..–นักพรตชงซวียกมือขึ้นโบกไปมาพร้อมกับหัวเราะหึหึ“จริงดังที่ท่านกล่าว.. ข้าผิดเอง ข้าไม่ควรกล่าวออกมา..”และเพื่อป้องกันไม่ให้หลวงจีนเจี๋วยหยวนอบรมต่อนักพรตเต๋าจึงรีบพูดต่อทันที–แต่หากไม่ใช่คุนหลุน..ไม่ใช่ฉู่ซาน.. และไม่ใช่เผิงไล๋ แล้วหลิงหยุนมาจากที่ใหนกันนะ”