ตอนที่ 562
บทที่ 990 : ค่ายกลนวสังหาร!
October 22, 2026
“โธ่เว้ย..ไฟมาดับอะไรตอนนี้วะ!” ถังเมิ่งร้องตะโกนออกมาอย่างหงุดหงิด หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่หรูหราที่สุดในเมืองจิงฉูการที่ไฟฟ้าจะดับเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น และในยามค่ำคืนแบบนี้ เมื่อไม่มีไฟฟ้า ภายในบ้านจึงมืดมิดไปหมด สองตาแทบมองอะไรไม่เห็น แล้วมีหรือที่ถังเมิ่งจะไม่รู้สึกหงุดหงิดโมโห.. “เจ้างั่งเอ๊ย!ยังจะบ่นบ้าบออะไรอีก.. ไม่รู้หรือยังไงว่าศัตรูมันได้ตัดไฟที่บ้านแล้ว ตอนนี้นายอยู่ในห้องนี้ไม่ได้แล้ว รีบออกมาเร็วเข้า!” ตี้เสี่ยวอู๋วิ่งเข้าไปในห้องร้องตะโกนบอกถังเมิ่งพร้อมกับลากเขาออกมาจากห้องทำงานทันที “เสี่ยวอู๋..ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ ฉันมียันต์เตโชเพียงพอน่า!” ถังเมิ่งบ่นพึมพำออกมา ตี้เสี่ยวอู๋ขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดและยังคงลากตัวถังเมิ่งไปที่สวนหน้าบ้านอย่างรวดเร็ว.. ในขณะเดียวกันหนิงหลิงยู่ก็ทำหน้าที่คุ้มครองดูแลเกาเฉินเฉินและพานางไปรวมตัวที่สนามหน้าบ้าน เวลานี้ทุกคนกำลังเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับศัตรูที่จะบุกเข้ามาในคืนนี้ ท่ามกลางความมืดมิด..หนุ่มสาวทั้งแปดคนต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่สวนหน้าบ้าน และกำลังปรึกษาหารือกัน.. ตี้เสี่ยวอู๋เป็นฝ่ายพูดขึ้นว่า“ดูจากการเตรียมตัวมาอย่างดีของพวกมันแล้ว ผมว่าน่าจะเป็นคนจากองค์กรนักฆ่า! คืนนี้ผมคงต้องร่วมต่อสู้ด้วย!” เหมี่ยวเสี่ยวเหมาหันไปมองรอบๆแล้วจึงพูดขึ้นว่า “ฉันก็จะช่วยสู้กับพวกมันอีกแรง.. แต่ใครจะรับหน้าที่ดูแลคุ้มครองหนิงน้อยได้บ้าง” ในบรรดาหนุ่มสาวทั้งแปดคนนั้นเหมี่ยวเสี่ยวเหมาเป็นผู้ที่สามารถใช้พิษได้ อีกทั้งยังมีดักแด้ทองคำซึ่งมีฤทธิ์เดชมากมายอีกด้วย เธอจึงนับว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม.. เหยาลู่ยื่นมือไปดึงร่างของหนิงน้อยเข้ามาหาอย่างอ่อนโยนพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ฉันจะทำหน้าที่ดูแลหนิงน้อยให้เอง ถ้าฉันยังไม่ตาย.. รับรองว่าจะไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นกับหนิงน้อยเด็ดขาด!” ส่วนหนิงหลิงยู๋ก็เอื้อมมือไปจับมือเกาเฉินเฉินไว้พร้อมบอกกับเกาเฉินเฉินว่า“เฉินเฉิน.. พวกเราอยู่ด้วยกันเถิดนะ!” หนิงหลิงยู่นั้นเป็นผู้ที่มีจิตใจงดงามเช่นเดียวกับรูปร่างหน้าตาแม้กระทั่งในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้ เธอก็ยังไม่พูดออกมาตรงๆ ว่าจะทำหน้าที่ดูแลคุ้มครองเกาเฉินเฉิน นั่นเห็นได้ชัดว่าหนิงหลิงยู่คิดถึงจิตใจ และความรู้สึกของเกาเฉินเฉินด้วย.. เกาเฉินเฉินเองก็ซาบซึ้งในน้ำใจของหนิงหลิงยู่อย่างมากและรีบวิ่งตรงเข้าไปหาหนิงหลิงยู่พร้อมกับพูดขึ้นว่า “หลิงยู่..ขอบใจนะ!” แต่ถังเมิ่งกลับร้องห่มร้องไห้พร้อมกับจ้องมองตี้เสี่ยวอู๋ด้วยน้ำตานองหน้า “เสี่ยวอู๋.. ที่ผ่านมาฉันทั้งหาข้าวหาน้ำให้นายทุกวัน เป็นห่วงเป็นใยนายสารพัด แต่เวลานี้มีอันตรายเกิดขึ้น นายกลับไม่เป็นห่วงฉันเลย! ฉันเสียใจจริงๆ!” หลินเมิ่งหานมองถังเมิ่งด้วยแววตาสงสารจึงได้แต่ยิ้มและพูดออกไปว่า “โถ.. ถังเมิ่ง นายอยู่กับฉันก็แล้วกัน!” ถังเมิ่งถึงกับยิ้มแฉ่งและรีบพูดประจบประแจง “ผมคิดอยู่แล้วว่าพี่เมิ่งหานจะต้องดีกับผมที่สุด!”เวลานี้ทุกคนต่างก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวดังขึ้นจากด้านนอกจึงไม่มีใครพูดจาไร้สาระอีก หนิงหลิงยู่เป็นฝ่ายร้องตะโกนบอกทุกคน“ตอนนี้ทั้งน้าหญิงและพี่ใหญ่ต่างก็ไม่อยู่ที่บ้าน พวกเราคงต้องพึ่งเซียนเอ๋อคนเดียวแล้วล่ะ! ทุกคนมีหน้าที่ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด และพยายามอยู่รวมกัน อย่าแยกตัวไปใหน และอดทนรอจนกว่าพี่ใหญ่จะกลับมา!”“เอาล่ะ..พวกเราไปหลบที่สวนด้านหลังกันดีกว่า!”ทุกคนต่างก็พยักหน้ารับรู้..จากนั้นตี้เสี่ยวอู๋กับเหมี่ยวเสี่ยวเหมาก็เป็นฝ่ายเดินนำทุกคนไปที่สวนด้านหลัง..บนเนินเขาเหนือบ้านเลขที่-1นั้น เวลานี้มีร่างสูงใหญ่หลายร่างกำลังยืนเรียงรายอยู่บนนั้น และทุกคนต่างก็ชะโงกหน้าลงมายังบ้านหลังนี้และหนึ่งในนั้นก็คือชายชุดขาวที่มีรูปร่างสง่างามสายตาของเขากำลังจับจ้องอยู่ที่สาวงามทั้งเจ็ดคนซึ่งยืนเรียงรายอยู่ภายในสวนหน้าบ้าน แววตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความเหี้ยนกระหือต้องการที่จะได้ครอบครองพวกนาง…ไอรีนโนเวล.“ช่างงดงามนัก..งดงามมากจริงๆ! คิดไม่ถึงว่าในเมืองจิงฉูจะมีสาวงามมากมายเช่นนี้ แต่น่าเสียดายที่พวกนางล้วนเป็นผู้หญิงของหลิงหยุน..”“แต่เอาเถอะ..เพราะในคืนพรุ่งนี้ พวกนางทั้งหมดก็จะต้องตกเป็นของข้าแล้ว! ข้าจะได้บ่มเพาะเคียงคู่กับพวกนาง..”แน่นอนว่าชายผู้นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากโอรสพรรคมาร– ซือกงวู่จี๋!สิ้นคำพูดของซือกงวู่จี๋..ไฟฟ้าภายในบ้านเลขที่-1 ก็ดับพรึบลงทันที!ซือกงวู่จี๋ค่อยๆหันไปมองชายที่สวมผ้าดำปิดบังใบหน้าซึ่งอยู่ถัดจากเขาไป แล้วจึงพูดขึ้นว่า“ท่านเหลิ่ง..ข้าจัดการตัดไฟภายในบ้านหลังนั้นให้แล้ว สัญญาณโทรศัพท์ภายในบ้านก็ถูกองค์การนักฆ่าทำการคลื่นรบกวน จากนี้ไปบ้านหลังนี้จะต้องกลายเป็นหลุมฝังศพเท่านั้น!”“เอาล่ะ..ในเมื่อสำนักแดนใต้ต้องการเข้าร่วมกับพรรคมารของเรา ในการต่อสู้รอบแรกนี้ก็ควรจะเป็นหน้าที่ของพวกท่าน.. ท่านคิดเห็นเช่นใด”แม้จะเป็นการถามความเห็นแต่น้ำเสียงของเขาก็คือการสั่งการนั่นเอง..ชายสวมผ้าคลุมหน้าสีดำนี้ก็คือเจ้าสำนักแดนใต้นามว่าเหลิ่งหยางซูนั่นเองเขาโค้งศรีษะลงพร้อมกับรับคำสั่งจากซือกงวู่จี๋ด้วยท่าทีนอบน้อม..“ในเมื่อร่วมมือกับโอรสพรรคมารแล้วข้าก็ยินดีรับคำสั่งของท่าน!”ซือกงวู่จี๋เพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยแล้วจึงตอบไปว่า “เอาล่ะ.. ในเมื่อท่านเหลิ่งเต็มใจ ก็สั่งให้คนของท่านบุกเข้าไปในบ้านได้เลย!”จากนั้นซือกงวู่จี๋ก็หันไปทางอีกด้านเขามองชายที่สวมชุดสีแดงราวกับเลือดพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ท่านเฉี่วย..ท่านรอบุกเข้าไปเป็นชุดที่สอง ท่านเห็นว่าอย่างไร”