ตอนที่ 563
บทที่ 991 : เจ้าทองอ้วน!
October 22, 2026
ซือกงวู่จี๋อยู่ในอาการตกใจและแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตาตัวเองเห็น แต่เหลิ่งหยางชูซึ่งอยู่ข้างๆเขานั้น กลับมีท่าทีแตกต่างกัน หลังจากตกใจเพียงแค่ช่วงสั้นๆจากนั้นหัวใจของเหลิ่งหยางชูก็ถึงกับเต้นแรง และเย็นวาบไปทั่วทั้งร่างกาย และหัวใจ.. นั่นเพราะเหล่ายอดฝีมือชุดแรกที่บุกเข้าไปในบ้านเลขที่-1นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นกำลังสำคัญของสำนักแดนใต้ เหลิ่งหยางชูใช้เวลาหลายปี และผ่านความยากลำบากมามาก กว่าที่จะสร้างสำนักเล็กๆขึ้นมาจนกลายเป็นสำนักแดนใต้อย่างทุกวันนี้ แต่เวลานี้ศิษย์สำนักแดนใต้กลับถูกสังหารตายจนหมด มีหรือที่เหลิ่งหยางชูจะไม่รู้สึกเศร้าโศกเสียใจ.. แต่นอกเหนือจากยอดฝีมือทั้งสามสิบหกคนนี้ก็ยังมีกงซุ่นหลี่ที่ได้นำยอดฝีมือทั้งแปดคนของสำนักแดนใต้ขึ้นไปบนยอดเขาหลงเหมิน และเวลานี้เหลิ่งหยางชูก็กำลังภาวนาให้กงซุ่นหลี่นำยอดฝีมือทั้งแปดคนกลับมาในสภาพที่สมบูรณ์ แต่น่าเสียดายที่เหลิ่งหยางชูผู้น่าสงสารนั้นกลับไม่รู้ว่าเวลานี้ทั้งเก้าคนรวมทั้งกงซุ่นหลี่ ได้ถูกคมกระบี่ของหลิงหยุนทำให้วิญญาณออกจากร่างไปหมดแล้ว พวกเขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งข่าวมาบอกเหลิ่งหยางชูด้วยซ้ำไป.. และเวลานี้..เจ้าสำนักแดนใต้จึงเหลือเพียงตัวคนเดียวโดดเดี่ยว! “ที่แท้ลูกเหล็กใหญ่เหล่านั้นก็คือค่ายกลที่ทรงพลังยิ่งนัก..” ซือกงวู่จี๋หายจากอาการตกใจภายในเวลาอันรวดเร็วและกลับสู่ความเป็นปกติในที่สุด เลือดภายในกายของเขาเย็นเฉียบ แต่ถึงกระนั้นยอดฝีมือที่ตายไปเวลานี้ ก็ไม่ใช่คนของตัวเอง เขาจึงไม่ได้ใส่ใจนัก.. ซือกงวู่จี๋พึมพำกับตัวเองในขณะที่หันไปมองรอบๆ“ดูเหมือนสาวน้อยหน้าตางดงามผู้นี้จะมีฝีมือไม่ธรรมดาเลยทีเดียว.. เยี่ยมมาก! แบบนี้ข้าชอบนัก!” “ในเมื่อเป็นเช่นนี้..พวกท่านทั้งสองยังจะนิ่งเฉยอยู่อีกรึ ยังไม่รีบหาวิธีทำลายค่ายกลนั่นอีก ไม่เช่นนั้นคนของสำนักโลหิตมารก็คงต้องสูญเสียอย่างมากเช่นกัน..” เฉี่วยหยิงกงซึ่งเป็นถึงยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-8แห่งสำนักโลหิตมารนั้น ภารกิจของเขาในวันนี้ก็คือการช่วยเฉินเจี้ยนกุ่ย และแม้ว่าจะไม่สามารถช่วยเฉินเจี้ยนกุ่ยได้สำเร็จ แต่อย่างน้อยเขาก็ต้องนำประคำโลหิตจากเฉินเจี้ยนกุ่ยกลับคืนมาให้ได้ เพราะมันคือวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของสำนักโลหิตมาร.. แต่เมื่อเฉี่วยหยิงกงได้เห็นค่ายกลสังหารที่ทรงพลังและไป๋เซียนเอ๋อที่เก่งกาจ เขาก็เริ่มเป็นกังวลขึ้นมาทันทีเมื่อคิดว่าศิษย์สำนักโลหิตมารจะต้องเข้าไปในบ้านเป็นกลุ่มต่อไป.. สำนักโลหิตมารนั้นเป็นหนึ่งในสำนักเล็กๆของพรรคมาร พวกเขาจึงต้องฟังคำสั่งของโอรสพรรคมาร – ซือกงวู่จี๋ และไม่กล้าที่จะขัดคำสั่งของเขา! “น้อมรับคำสั่ง..” หลังจากที่เฉี่วยหยิงกงรับคำสั่งแล้วจึงรีบลงจากเนินเขาไปทันที ในขณะที่เหลิ่งหยางชูยังคงมีท่าทีลังเล.. แม้สำนักแดนใต้จะเป็นลัทธิมารแต่ก็ไม่ได้ขึ้นตรงกับพรรคมาร และคืนนี้เหลิ่งหยางชูก็เลือกที่จะเดิมพันทั้งสองฝั่ง โดยให้รองเจ้าสำนักเป็นผู้พายอดฝีมือส่วนหนึ่งไปยังเขาหลงเหมิน ในขณะที่ตัวเขาเองก็พายอดฝีมือส่วนหนึ่งมาที่บ้านของหลิงหยุนพร้อมกับซือกงวู่จี๋.. แต่เวลานี้เหลิ่งหยางชูกลับไม่ได้รับข่าวคราวจากเขามังกรบ้างเลยทำให้เขาซึ่งอยู่ตัวคนเดียวทางนี้ ยากที่จะประเมินความได้เปรียบเสียเปรียบของทั้งสองฝั่งได้.. แต่มีหรือที่ซือกงวู่จี๋จะไม่รู้ว่าเหลิ่งหยางซูกำลังดีดลูกคิดประเมินอยู่ในหัวเขาจึงยิ้มออกมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ท่านเหลิ่ง..ท่านรู้หรือไม่ว่างานของข้าในคืนนี้มีมูลค่าเท่าไหร่ อย่างน้อยๆ ก็ห้าพันล้านหยวนเชียวนะ!”“ข้าไม่รู้หรอกว่าตระกูลซันเสนอเงื่อนไขอะไรให้กับท่านบ้างแต่หากคืนนี้ข้าสามารถยึดบ้านหลังนี้ได้ ข้าจะให้ส่วนแบ่งกับท่านเป็นจำนวนเงินหนึ่งพันล้านหยวน..”“เงินหนึ่งพันล้านหยวนเชียวนะ!ข้ารู้ว่าท่านต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมาก กว่าจะสามารถทำให้สำนักแดนใต้เข้าไปเป็นแขกของตระกูลซันได้ และต่อให้ท่านทำเช่นนี้ไปอีกแปดหรือสิบปี ท่านคิดว่าจะสามารถหาเงินจำนวนหนึ่งพันล้านได้งั้นรึ”“อีกทั้งเงินจำนวนหนึ่งพันล้านนี้..จะทำให้ท่านสามารถซื้อตัวยอดฝีมือที่เก่งกาจ มาแทนยอดฝีมือกระจอกๆ สามสิบกว่าคนนั่นได้ไม่ใช่รึ”เหลิ่งหยางชูเม้มริมฝีปากแน่นและคำว่าหนึ่งพันล้านหยวนก็ได้กัดลึกลงไปในจิตใจของเขาจนยากที่จะถอนออกแล้ว เขาจึงหันไปมองซือกงวู่จี๋พร้อมกับถามย้ำเพื่อความมั่นใจ“โอรสพรรคมาร..นี่ท่านพูดจริงรึ”ซือกงวู่จี๋ยิ้มหยันเล็กน้อยก่อนจะตอบไปว่า “พรรคมารของเราแข็งแกร่งเพียงใด ท่านเองย่อมรู้อยู่แก่ใจดี.. มีเหตุผลอะไรที่ข้าจะไม่รักษาสัญญาเรื่องเงินหนึ่งพันล้านนี้ด้วยเล่า”เหลิ่งหยางชูครุ่นคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้งและในที่สุดเขาก็ไม่อาจทนต่อแรงยั่วยวนของจำนวนเงินหนึ่งพันล้านหยวนได้ จึงได้แต่กัดฟันพร้อมกับตอบไปว่า“ได้..ข้าจะทำตามที่ท่านสั่ง แต่หวังว่าโอรสพรรคมารจะรักษาคำพูดด้วย!”จากนั้น..เจ้าสำนักเหลิ่งหยางชูก็กระโดดตามเฉี่วยหยิงกงที่อยู่ด้านหน้าลงเขาไปทันทีซือกงวู่จี๋จ้องมองตามร่างของเหลิ่งหยางชูไปและได้แต่พูดเย้ยหยันไล่หลัง “ช่างโง่เขลายิ่งนัก.. เพียงเพราะเงินหนึ่งพันล้าน เจ้าถึงกับยอมเอาชีวิตไปทิ้งได้!”หลังจากที่เฉี่วยหยิงกงและเหลิ่งหยางชูลงเขาไปแล้วก็รีบตรงเข้าไปยังบ้านเลขที่-1 ทันทีในเวลานั้น..ยอดฝีมือทั้งสามสิบสามคนของสำนักโลหิตมาร ก็ได้ไปยืนรออยู่นอกกำแพงบ้านแล้ว ทั้งหมดกำลังยืนมองลูกเหล็กขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้..การตายของเหล่ายอดฝีมือสำนักแดนใต้นั้นล้วนแล้วแต่น่าสยดสยองยิ่งนัก ทำให้เหล่ายอดฝีมือของสำนักโลหิตมารได้แต่หวาดกลัว และไม่กล้าที่จะกระโดดเข้าไป!เฉี่วยหยิงกงจ้องมองลูกเหล็กขนาดใหญ่อยู่เนิ่นนานแต่ก็ไม่เข้าใจกลไกการทำงานของค่ายกลสังหารนี้ และยังไม่สามารถมองออกว่าต้องเข้าออกทางใหน จึงได้แต่หันไปทางเหลิ่งหยางซูพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ท่านเหลิ่ง..พวกเราคงต้องร่วมมือกันแล้วล่ะ.. ไม่ทราบท่านคิดเห็นเช่นใด”เหลิ่งหยางชูเองก็เป็นถึงยอดฝีมือระดับเริ่มต้นขั้นเซียงเทียน-8เขาพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมกับตอบไปว่า“ถึงแม้เราจะไม่เข้าใจกลไกของค่ายกลสังหารนี้แต่ข้าเชื่อว่าด้วยความแข็งแกร่งของเราสองคน น่าจะรับมือกับลูกเหล็กขนาดใหญ่ตรงหน้าได้ หากเราสามารถทำลายลูกเหล็กลูกใดลูกหนึ่งได้ กลไกนี้ก็น่าจะถูกทำลายไปด้วย..”เฉี่วยหยิงกงพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเหลิ่งหยางซูแล้วทั้งสองคนก็หันไปมองหน้ากัน จากนั้นจึงกระโดดเข้าไปในค่ายกลนวสังหารพร้อมกัน!แต่ดูเหมือนสิ่งที่ทั้งคู่คิดนั้นจะไม่ถูกต้อง..ในเมื่อนี่คือค่ายกลนวสังหาร การที่จะทำลายลูกเหล็กเพียงลูกใดลูกหนึ่ง แล้วค่ายกลจะหยุดทำงานนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้! และการการะทำเช่นนั้นก็เท่ากับเป็นการเสียสละชีวิต เพื่อล่อให้ลูกเหล็กขนาดใหญ่เหล่านั้นพุ่งออกจากตำแหน่งของมันนั่นเอง..