ตอนที่ 983
บทที่1413 : หลิงหยุนช่วยฉินจิวยื่อ (6)
October 22, 2026
��บทที่1413 : หลิงหยุนช่วยฉินจิวยื่อ (6) เย่ซิงเฉินจู่โจมสำนักกระบี่เทียนซานที่อยู่บนยอดเขาปฐพีอย่างไม่หยุดหย่อน.. ชัวะ..เคร้ง.. ฉับ.. เหล่าศิษย์ของสำนักกระบี่เทียนซานยังคงบุกตะลุยเข้าใส่เย่ซิงเฉินอย่างต่อเนื่องเสียงกระบี่กระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งขุนเขา ศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานต่างก็พยายามที่จะจ้วงกระบี่ในมือของตนใส่ร่างของเย่ซิงเฉินให้ได้ แต่เพราะช่องว่างระหว่างขั้นพลังของพวกเขาห่างจากนางมากจนเกินไป กระบี่ของพวกเขาจึงไม่สามารถสัมผัสร่างของเย่ซิงเฉินได้เลยแม้แต่น้อย เย่ซิงเฉินบุกตะลุยไปทั่วทั้งขุนเขาจุดประสงค์ของนางคือต้องการที่จะสร้างความโกลาหลให้เกิดแก่สำนักกระบี่เทียนซานให้มากที่สุด และเวลานี้เสียงกรีดร้องของศิษย์ในสำนักก็ยังคงดังระงมอยู่ไม่หยุด “นับเป็นความโชคดีของพวกเจ้าที่ได้เผชิญหน้ากับข้าที่ผ่านมาข้าบุกไปถล่มสำนักของศัตรูไม่ว่าสำนักใด ข้าก็ได้สังหารศิษย์ของพวกมันตายมาไม่รู้กี่คนต่อกี่คน!” เย่ซิงเฉินหยุดนิ่งและหันกลับไปร้องตะโกนบอกศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ภูเขาทั้งสามของสำนักกระบี่เทียนซานนั้นสูงมากกว่าหนึ่งกิโลเมตร แต่เย่ซิงเฉินกลับสามารถขึ้นมาถึงยอดเขาได้ในเวลาอันรวดเร็ว อีกทั้งทุกหนทุกแห่งที่นางก้าวผ่านไป ก็จะมีศรีษะของศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานร่วงหล่นอยู่ทั่ว และมีโลหิตสีแดงไหลเจิ่งนองราวกับธารน้ำ ชัวะ..ชัวะ.. ชัวะ.. ร่างของยอดฝีมือทั้งห้าคนเหาะตรงมาที่ยอดเขาปฐพีทั้งหมดตรงเข้าสะกัดเย่ซิงเฉินไว้ และทันทีที่เผชิญหน้ากัน ยอดฝีมือทั้งห้าก็ใช้พลังจิตที่แข็งแกร่งของตนพุ่งกระบี่เหินเข้าใส่ร่างของนางทันที! “พวกเจ้ามาลงนรกแท้ๆ!” เย่ซิงเฉินร้องตะโกนออกไปจากนั้นจึงใช้พลังจิตของตนบังคับดาบคู่มารสะบั้นเทวะที่เปล่งประกายสว่างวาบตรงหน้า ให้พุ่งออกไปจู่โจมใส่ร่างของยอดฝีมือสองคนทันที! ชัวะ..ชัวะ.. ดาบคู่มารสะบั้นเทวะเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วอย่างยิ่งเพียงแค่พริบตาเดียวก็พุ่งไปได้ไกลกว่าพันเมตร แม้ยอดฝีมือทั้งสองจะได้ต้านทานไว้แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถหยุดดาบคู่อันทรงพลังของเย่ซิงเฉินไว้ได้ และได้พุ่งตรงเข้าตัดศรีษะของยอดฝีมือทั้งสองขาดออกจากกันทันที! ชัวะ! ศรีษะทั้งสองร่วงหล่นลงสู่พื้นดินร่างของยอดฝีมือทั้งสองกลายเป็นร่างไร้ศรีษะในทันที โลหิตสีแดงพุ่งกระจายเต็มแผ่นฟ้า ก่อนจะร่วงลงสู่พื้นดินตามไป ดาบคู่มารสะบั้นเทวะลอยกลับไปกลับมาอยู่กลางเวหาและสังหารยอดฝีมืออีกสองคนสิ้นใจในพริบตา เหลือเพียงแค่ยอดฝีมือคนสุดท้ายที่ถูกดวงดาวมหึมาของเย่ซิงเฉินบดขยี้จนกลายเป็นเพียงแค่เศษเนื้อ หากยังไม่เข้าสู่ด่านสุดท้ายขั้นพลังชี่แล้วล่ะก็ย่อมหาใช่คู่ต่อสู้ของเย่ซิงเฉินไม่ และหากเผชิญหน้ากับนางเช่นนี้ ก็มีเพียงความตายที่รออยู่“ศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานพวกเจ้าล่าถอยออกมาก่อน!”“นางมารน้อยนี่เจ้ากล้าสังหารศิษย์สำนักกระบี่เทียนซานเชียวรึ”ยอดฝีมืออีกสองคนที่เพิ่งมาถึงพร้อมกันร้องตะโกนออกมาด้วยความเคียดแค้น ทั้งคู่ต่างก็เป็นผู้อารักขาของสำนักกระบี่เทียนซานแห่งนี้ และพลังของทั้งคู่อยู่ในขั้นลิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-6)“หึ..สำนักกระบี่เทียนซานบังอาจจับผู้บริสุทธิ์ซึ่งเป็นมารดาของสามีข้ามากักขังไว้กว่าครึ่งปี ครั้งนี้พวกข้าต้องล้างแค้นคืนแน่ พวกเจ้าอย่าเสียเวลากล่าววาจาไร้สาระจะดีกว่า ไม่ว่าอย่างไรคืนนี้พวกเจ้าทั้งหมดก็ต้องตาย!”เย่ซิงเฉินตะโกนตอบโต้กลับไปด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและนางไม่มีทางเมตตาคนของสำนักกระบี่เทียนซานเป็นแน่“พวกเจ้าเตรียมตัวตายได้แล้ว!”สิ้นเสียงพูดของเย่ซิงเฉินดาบคู่มารสะบั้นเทวะก็พุ่งออกไปอีกครั้ง หมายสะบั้นศรีษะของผู้อารักขาทั้งสองตรงหน้าให้ขาดออกจากกันในทันที!ฟิ้ว..ผู้อารักขาทั้งสองเห็นเช่นนั้นจึงรู้ว่ามิอาจใช้เหตุผลกับเย่ซิงเฉินได้ ทั้งคู่จึงใช้กระบี่ในมือฟาดฟันใส่ดาบคู่ของเย่ซิงเฉินที่พุ่งเข้ามาในทันทีเคร้ง..และในเวลานั้นเองเย่ซิงเฉินก็ได้ใช้วิชาเงาลวงตาที่มีความเร็วมากกว่าเสียงถึงสี่เท่า ไปปรากฏตัวต่อหน้ายอดฝีมือทั้งสอง พร้อมกับชกกำปั้นของตนออกไปทันที! ปัง!หมัดของเย่ซิงเฉินชกเข้าใส่ร่างของยอดฝีมือทั้งสองอย่างแรงทำให้พวกเขาถึงกับกระอักเลือดออกมา และสิ้นใจตายในทันที“วิชาดาราคุ้มกายทำให้ร่างกายทุกส่วนเปลี่ยนเป็นอาวุธอันทรงพลังได้จริงๆ!”เย่ซิงเฉินนึกถึงคำพูดของหลิงหยุนขึ้นมาทันทีเมื่อพบว่าร่างกายของตนนั้นแข็งแกร่ง และสามารถใช้เป็นอาวุธได้เหนือกว่าดาบคู่มารสะบั้นเทวะของตนเสียอีก แต่ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับขั้นพลังของตนด้วยหลังจากจัดการสังหารผู้อารักขาทั้งสองของสำนักกระบี่เทียนซานไปแล้วเย่ซิงเฉินยังคงมุ่งหน้าไปต่อ…..