ตอนที่ 982
บทที่ 1412 : หลิงหยุนช่วยฉินจิวยื่อ (5)
October 22, 2026
บทที่ 1412 : หลิงหยุนช่วยฉินจิวยื่อ (5) จ้าวหมิงถังไม่รีบร้อนที่จะจู่โจมหลิงหยุนนักเขาหยุดเพื่อสำรวจหลิงหยุนอย่างละเอียดอีกครั้ง และเริ่มหารือกับศิษย์น้องทั้งสามอย่างจริงจัง เพื่อที่จะหาวิธีจู่โจมหลิงหยุนที่อยู่เบื้องล่างอีกครั้ง ทั้งสี่มาจากคุนหลุนและเป็นศิษย์คุนหลุน จุดประสงค์เดียวที่พวกเขามาที่สำนักกระบี่เทียนซานนี้ก็คือ หาโอกาสสังหารหลิงหยุนให้จงได้! ในเมื่อเวลานี้หลิงหยุนปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะหนีไป เพราะนั่นย่อมหมายถึงภารกิจที่ได้รับมอบหมายมานั้นล้มเหลว! ดังที่เย่ชิงซินเคยกล่าวไว้คุนหลุนต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในยุทธภพ! คุนหลุนอาจสั่งการอยู่เบื้องหลังสำนักต่างๆ หรือตระกูลต่างๆ แต่ไม่สามารถออกหน้าลงมือจัดการเรื่องราวในยุทธภพด้วยตนเองได้ เพราะนั่นย่อมหมายถึงว่า คุนหลุนได้ฝ่าฝืนกฏยุทธภพซึ่งตนเองเป็นผู้เขียนขึ้น.. และหากให้เรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงภายนอกฉู่ซานจะเป็นฝ่ายแรกที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ากับคุนหลุน และนั่นจะนำมาซึ่งความโกลาหลวุ่นวายในยุทธภพแน่! ฉะนั้นคุนหลุนจึงได้แอบส่งยอดฝีมือทั้งสี่มายังสำนักกระบี่เทียนซานอย่างลับๆ และจ้าวหมิงถังก็มิได้ทำตัวกระโตกกระตาก หน้าที่ของพวกเขาทั้งสี่คนก็คือจัดการจับตัวหลิงหยุนกลับไป หรือไม่ก็สังหารเขาให้ได้ในระหว่างที่อยู่สำนักกระบี่เทียนซานนี้ และเมื่อภารกิจครั้งนี้สำเร็จลุล่วงแล้ว ทั้งสี่จักต้องกลับคุนหลุนในทันที ไม่สามารถอยู่ต่อได้อีกแม้เพียงแค่วันเดียว นั่นเพราะหากปล่อยให้หลิงหยุนรอดออกไปจากสำนักกระบี่เทียนซานและสามารถกลับสู่ยุทธภพได้อีกครั้ง ถึงเวลานั้นพวกเขาทั้งสี่คงได้แต่จ้องมองหลิงหยุนผงาดขึ้น โดยไม่สามารถทำอะไรได้อีก และเหตุผลที่จ้าวหมิงถังและคนอื่นๆขอเป็นผู้ปฏิบัติภารกิจนี้นั้นหาใช่ต้องการความรุ่งเรืองทางโลกไม่ แต่เป็นเพราะรางวัลที่พวกเขาจะได้รับ เมื่อกลับไปถึงคุนหลุนหลังจากทำภารกิจสำเร็จลุล่วงต่างหากเล่า หากมิใช่เพราะสิ่งนี้พวกเขาคงไม่ต้องการที่จะลงจากคุนหลุนเป็นแน่ นั่นเพราะพลังชีวิตด้านนอกหาได้สมบูรณ์ดังเช่นที่คุนหลุนไม่ อีกทั้งการลงเขามาเช่นนี้ ย่อมมีผลต่อการฝึกฝนและความก้าวหน้าของพวกเขาอย่างมาก ค่ายกลวราหกยังไม่ถูกทำลายเมื่อลมพายุหยุดลง หมอกขาวก็ได้กลับมารวมตัวขึ้นหนาแน่นอีกครั้ง และครั้งนี้ปกคุมหนาแน่นกว่าก่อนด้วย ทำให้ศัตรูภายนอกไม่สามารถมองเห็นภายในได้ หมอกขาวที่เกิดจากค่ายกลวราหกนั้นหาใช่เมฆตามธรรมชาติ แต่เป็นเพียงกลุ่มหมอกที่เกิดจากค่ายกล ตราบใดที่ค่ายกลยังไม่ถูกทำลายลง มันจึงยังคงทำหน้าที่ของมันไปเช่นนั้น ด้วยเหตุนี้ ไม่เพียงหมอกสีขาวไม่จางหายไป แต่กลับเพิ่มปริมาณหนาแน่นมากขึ้น และนั่นขึ้นอยู่กับพลานุภาพของค่ายกลนั้นๆ ก่อนหน้านี้หลิงหยุนเคยใช้ค่ายกลวราหกเพื่อสะกัดกั้นการสอดแนมของศัตรู หรือใช้เป็นที่กับดักคุมขังศัตรู และในครั้งนั้นหลิงหยุนไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อยว่า ค่ายกลวราหกของตนจะถูกศัตรูทำลายลงได้เมื่อใด เพราะเขาเป็นฝ่ายที่อยู่ด้านนอกคอยใช้กระบี่ทิ่มแทงศัตรูที่อยู่ด้านใน แต่เวลานี้ค่ายกลวราหกของเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ปกป้องตนเองและมารดา ด้วยเหตุนี้หลิงหยุนจึงต้องรักษาค่ายกลนี้อย่างสุดกำลัง มิให้อีกฝ่ายทำลายลงได้ง่ายๆ หลิงหยุนสามารถหยุดการจู่โจมของศัตรูได้สำเร็จเวลานี้เขายืนถือกระบี่โลหิตเทวะไว้ในมืออย่างผ่าเผย ดวงตาสองข้างหรี่เล็กลงเมื่อความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว.. ศิษย์คุนหลุน! ศิษย์คุนหลุนทั้งสี่ในขั้นก่อสร้างรากฐานปรากฏตัวขึ้นในยุทธภพเช่นนี้นี่นับเป็นเรื่องดีสำหรับหลิงหยุนยิ่งนัก!คุนหลุนอยู่ที่ใดกันแน่สำหรับชาวยุทธทั่วไป เรื่องนี้นับเป็นสิ่งลี้ลับเกินกว่าที่จะครุ่นคิด และทำความเข้าใจได้ แต่สำหรับผู้บ่มเพาะตนเช่นหลิงหยุนแล้ว เขาย่อมรู้และเข้าใจได้ดี..คุนหลุนนั้นไม่เพียงเป็นสถานที่ลึกลับแต่หากจะพูดให้ถูก คุนหลุนน่าจะต้องเป็นเสมือนโลกเล็กๆใบหนึ่ง..จากคำบอกเล่าของเย่ชิงซินนั้นคำสั่งของคุนหลุนหลายครั้ง บ่งบอกว่าคุนหลุนคือศัตรูของหลิงหยุน และสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเขาเวลานี้ ก็เป็นเครื่องยืนยันความคิดนี้ได้เป็นอย่างดีและในเมื่อเป็นศัตรูหลิงหยุนจึงไม่จำเป็นต้องพูดให้มากความ เขามีหน้าที่เพียงแค่กวาดล้าง และบดขยี้พวกมันเท่านั้น ที่สำคัญบีบให้พวกมันยอมพูดความจริงออกมาแต่ศัตรูของหลิงหยุนหาใช่เพียงแค่ศิษย์ทั้งสี่ของคุนหลุนที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่แต่หมายถึงคุนหลุนทั้งหมดต่างหาก!คุนหลุนอยู่ที่ใดและคุนหลุนแข็งแกร่งมากเพียงไหนหากหลิงหยุนต้องการรู้คำตอบวิธีที่ง่ายที่สุดคือ จับเป็นคนของคุนหลุนสักหนึ่งคน จากนั้นจึงค่อยเค้นถามเอาคำตอบ..ดวงตาของหลิงหยุนเป็นประกายขึ้นมาทันทีสายตาจับจ้องแน่วแน่อยู่ที่ร่างของศิษย์คุนหลุนทั้งสี่ และความคิดหนึ่งก็เริ่มผุดขึ้นมาในหัวของเขา..อย่างน้อยต้องจับเป็นให้ได้หนึ่งคน!ในเมื่อจำเป็นต้องจับคนหลิงหยุนจึงต้องเป็นฝ่ายบุก แต่เวลานี้เขาต้องปกป้องคุ้มครองฉินจิวยื่อด้วย และไม่สามารถปล่อยนางไว้เช่นนี้คนเดียวได้ การจะเป็นฝ่ายบุกจึงเกินกำลังของเขาในเวลานี้..‘สำนักกระบี่เทียนซานมียอดฝีมือขั้นก่อสร้างรากฐานเพียงแค่ผู้เดียวเท่านั้นซึ่งก็คือตี๋เฮ่อหมิง ส่วนยอดฝีมือาวุโสอีกสองคนก็อยู่ในระดับสูงสุดขั้นจิ่วเฉิงชี่ (ขั้นพลังชี่-9) และถูกเขาสังหารตายไปหนึ่งคนแล้ว’“แล้วผู้อารักขาตี๋เสี่ยวเจินเล่าเวลานี้อยู่ที่ใด หรือจะเป็นหนึ่งในสองยอดฝีมืออาวุโสขั้นจิ่วเฉิงชี่นี้?”ข้อมูลทั้งหมดนี้แน่นอนว่าหลิงหยุนได้มาจากตี๋ยั่วถัง ซึ่งข้อมูลที่เขาได้มานั้นก็ไม่ได้แตกต่างไปจากที่เขาคาดเดาเอาเองมากนัก เพียงแค่สำนักกระบี่เทียนซานนั้น ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับหลิงหยุน เขาสามารถจัดการได้ไม่ยากนัก..แต่ปัญหาอยู่ที่คุนหลุนยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวนั่นเองและทั้งหมดก็ล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งยิ่งนัก!หลิงหยุนคาดเดาว่าน่าจะต้องเป็นจางคุนหลุนและหลี่คุนหลุน ที่สามารถหนีรอดจากการถูกเขาสังหารในงานชุมนุมชาวยุทธได้ และเมื่อกลับไปคุนหลุน ก็ได้บอกเล่าความแข็งแกร่งของเขาให้คุนหลุนทราบ ด้วยเหตุนี้ คุนหลุนจึงได้ส่งยอดฝีมือสูงส่งเช่นนี้มา อีกทั้งยังร่วมมือกับสำนักกระบี่เทียนซาน และอาศัยโอกาสที่หลิงหยุนบุกมาช่วยแม่ของตนที่นี่ เพื่อจับตัว หรือไม่ก็สังหารเขาหลังจากผ่านงานชุมนุมชาวยุทธมาเพียงแค่หกวันเท่านั้นนับว่าคุนหลุนคำนวนเวลาได้แม่นยำยิ่งนัก!