ตอนที่ 7
ตอนที่ 310
October 22, 2026
บทที่ 310 : เผางูเหลือมช่วยเจ้าขาวปุย ยังไม่ทันที่งูเหลือมจะได้โจมตีหลิงหยุน มันก็ถูกหลิงหยุนโจมตีด้วยตะปูเสียก่อน เนื่องจากร่างของเจ้างูเหลือมค่อนข้างใหญ่โต และหลิงหยุนเองก็แข็งแกร่งไม่น้อย ตะปูสิบกว่าเล่มที่ซัดออกไปส่วนใหญ่จึงพุ่งเข้าใส่ร่างของเจ้างูเหลือมเกือบทั้งหมด มีเพียงไม่กี่เล่มที่พลาดเป้า แม้จะมีเลือดไหลออกมาจากร่างของเจ้างูเหลือม แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอะไรนัก มันชูลำตัวขึ้นตั้งตรงจนกระทั่งหัวของมันสูงกว่าหลิงหยุนเล็กน้อย ดวงตาของเจ้างูเหลือมเปล่งประกายสีเขียวใสอยู่ในความมืดมิด ปากของมันอ้าออกและแลบลิ้นที่ยาวออกมา ศรีษะรูปสามเหลี่ยมของมันจ้องมองไปทางหลิงหยุน และลำตัวของมันก็ส่ายไปมาคล้ายกับกำลังปรับทิศทางการโจมตีอยู่ และเมื่อใดที่เกิดการปะทะ หลิงหยุนจะต้องถูกมันรัดจนตายอย่างแน่นอน หินที่ยื่นออกมาจากผนังของหลุมยักษ์นั้นมีความยาวกว่าสามเมตร และน้ำที่หยดลงมาก็ทำให้หินเปียกและค่อนข้างลื่น หลิงหยุนไม่ต้องการสู้กับเจ้างูเหลือมยักษ์ที่ระดับความสูงห้าสิบเมตรนี้ เขาจึงต้องตัดสินใจทำบางอย่าง.. และเพียงแค่พริบตาเดียว ร่างของหลิงหยุนก็เคลื่อนไปอยู่ด้านหน้าของเจ้างูเหลือมห่างไปไม่ถึงสองเมตร งูเหลือมยักษ์คิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะกล้าจู่โจมมันกระชั้นชิดเช่นนี้ มันจึงมีท่าทางหวาดกลัวเล็กน้อย ร่างของงูเหลือมยักษ์ที่อยู่บนหน้าผาหินส่ายไปมาอีกครั้ง และครั้งนี้ร่างยักษ์ของมันก็ชูขึ้นจนสูงกว่าหลิงหยุนถึงหนึ่งเมตร ขณะที่เจ้างูเหลือมพุ่งเข้าใส่หลิงหยุนนั้น เขาก็กระโดดหลบพร้อมกับมือขวากำพู่กันจักรพรรดิไว้แน่น หัวของเจ้างูเหลือมยักษ์พุ่งตามร่างของหลิงหยุนไปพร้อมกับจู่โจมเข้าที่ท้ายทอยของเขา “เข้ามาเลย!” หลิงหยุนยังคงยืนนิ่งและไม่หันกลับไปมองด้านหลัง เขากำลังฟังเสียงลมและรอคอยให้ศรีษะของเจ้างูเหลือมยักษ์พุ่งเข้ามาใกล้ตัว จากนั้นก็ใช้พู่กันจักรพรรดิที่อยู่ในมือข้างขวาฟันเข้าไปที่ร่างของเจ้างูเหลือมที่อยู่ด้านหลังทันที… พู่กันจักรพรรดิในมือของหลิงหยุนปักลงไปที่ลำตัวของเจ้างูเหลือมลึกถึงเจ็ดนิ้ว จากนั้นหลิงหยุนก็ออกแรงสะบัดข้อมือตัดร่างของมันจนเกือบขาดเป็นสองท่อน เลือดสีแดงพุ่งออกจากร่างของมันจำนวนมาก จนหินบริเวณนั้นกลายเป็นสีแดงไปหมด! เจ้างูเหลือมยักษ์ได้รับบาดเจ็บสาหัสและน่าสยดสยองยิ่งนัก แม้หัวของมันจะไม่ถึงกับขาดออกจากลำตัวในตอนนั้น แต่ก็ห้อยต่องแต่งและดูท่าว่าคงใกล้จะตายแล้ว แต่จู่ๆลำตัวของมันกลับม้วนเข้าหากัน หลิงหยุนไม่ต้องการให้เลือดคาวของงูเหลือมพุ่งเข้าใส่ตัว เขาจึงกระโดดหลบหนีอย่างคล่องแคล่ว แต่ก่อนที่ร่างของหลิงหยุนจะหลบไปได้ ลำตัวที่ขดของมันก็สะบัดรัดเข้ากับร่างของหลิงหยุนไว้เรียบร้อยแล้ว “ช่างแข็งแกร่งนักนะ!” หลิงหยุนพึมพำพร้อมกับพุ่งมือขวาที่กำพู่กันจักพรรดิฟันเข้าใส่ร่างของงูเหลือมอย่างไม่ปราณี และครั้งนี้ศรีษะของเจ้างูเหลือมก็ขาดออกจากลำตัวขนาดใหญ่เป็นสองท่อน แต่มันกลับยังไม่ตาย และลำตัวยังคงรัดร่างของหลิงหยุนแน่นขึ้นไปอีก หลิงหยุนหมุนร่างลงไปที่หินด้านล่างได้อย่างมั่นคง และมือซ้ายของเขาก็เอื้อมออกไปดึงลำตัวไร้ศรีษะของเจ้างูเหลือมยักษ์ที่กำลังรัดร่างของเขาออกไปได้อย่างง่ายดาย ไม่ต่างจากการดึงเชือกที่พันอยู่รอบตัวเลยแม้แต่น้อย “หู้ว!” หลิงหยุนโยนร่างของเจ้างูเหลือมออกไปอย่างใจเย็นพร้อมกับพูดยิ้มๆ “ข้าฆ่าคางคกยักษ์ที่ตัวใหญ่กว่าเจ้าถึงร้อยเท่ามาแล้ว อย่างเจ้านี่นะคิดจะกินข้า!?”หุบเขาแห่งนี้อยู่เหนือทะเลสาปจิงฉูราวสองร้อยเมตร ตอนนี้หลิงหยุนอยู่ที่ความลึกของหลุมยักษ์ในระดับสามร้อยห้าสิบเมตร ดังนั้นในเวลานี้เขาจึงอยู่ต่ำกว่าระดับลงไปมากกว่าหนึ่งร้อยเมตร อุณหภูมิในบริเวณนี้จึงสูงกว่าอุณหภูมิบนพื้นดิน การพบเจอสัตว์ประหลาดจึงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย และเขาก็ได้เตรียมพร้อมไว้แล้วเมื่อมาอยู่ในสถานที่แบบนี้ กลับทำให้หลิงหยุนรู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนเมื่อครั้งที่อยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ และมันก็เป็นความรู้สึกที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีเหนือศรีษะหลิงหยุนขึ้นไปห้าสิบเมตร ล้วนเป็นหน้าผาที่ลื่นมาก และหน้าผาเหล่านั้นก็ปิดบังแสงที่ส่องจากด้านบนปากหลุมไว้อย่างมิดชิด ด้านล่างหลุมจึงมืดสนิทบวกกับหมอกที่ค่อนข้างหนา ทำให้หลิงหยุนสามารถมองเห็นได้ในระยะเพียงแค่สิบเมตรหลิงหยุนเพิ่งลงมาใกล้จะถึงก้นหลุม เขาจึงได้สังเกตุเห็นว่ามีถ้ำลึกที่ปากถ้ำกว้างราวครึ่งเมตรอยู่บนหน้าผา และเห็นได้ชัดว่ามันเป็นถ้ำที่งูเหลือมยักษ์เหล่านี้ขุดเอาไว้งูกับคางคกมีลักษณะนิสัยที่เป็นศัตรูกัน ดังนั้นในเมื่อที่ก้นหลุมมีคางคกยักษ์อยู่มากมาย หลิงหยุนจึงไม่รู้สึกแปลกใจที่พบงูเหลือมยักษ์ที่นี่หลิงหยุนเดินผ่านหน้าถ้าลึกแห่งหนึ่ง เขาสอดส่ายสายตาสำรวจดูด้านใน และพบว่ามันเป็นถ้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เพราะมันเป็นถ้ำขนาดเล็ก เขาจึงไม่สนใจที่จะเข้าไปสำรวจดูหลิงหยุนแหงนหน้าขึ้นมองหลุมดำขนาดใหญ่แล้วพึมพำว่า “ก่อนที่จะเกิดหลุมยุบขนาดใหญ่แห่งนี้ ห่างจากที่นี่ไปอย่างน้อยห้าสิบเมตร จะต้องมีหลุมยุบอยู่อีกอย่างแน่นอน!”จากข่าวที่ออกทางทีวี ว่ากันว่าหลุมยุบขนาดใหญ่แห่งนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากฝนที่ตกกระหน่ำลงมาอย่างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในเมืองจิงฉู แต่หลิงหยุนกลับไม่เชื่อเช่นนั้น เขาไม่เชื่อว่าฝนที่ตกหนักในคืนนั้นจะเป็นสาเหตุหลักของการเกิดหลุมยุบขนาดใหญ่แห่งนี้พื้นที่ในบริเวณสามร้อยเมตรรอบๆนี้ ล้วนเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหินขนาดใหญ่ แล้วฝนเพียงแค่นั้นจะสามารถทำให้พื้นที่บริเวณนี้เกิดหลุมยุบได้อย่างไร?ยิ่งคิด.. หลิงหยุนก็ยิ่งเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น..หลิงหยุนกำลังคิดว่า หากหลุมยุบขนาดใหญ่แห่งนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นหลุมยุบเก่าแก่ที่เกิดขึ้นมานานแล้ว เขาก็ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น เพราะในพื้นที่ปิด เปียกชื้น และอบอ้าวมานานเช่นนี้ มักจะเกิดระบบนิเวศน์ในแบบที่เหมาะสมตามธรรมชาติของมันเองยังไม่ทันที่หลิงหยุนจะลงไปถึงก้นหลุม ก็ต้องเผชิญหน้ากับงูเหลือมขนาดใหญ่ และใครจะไปรู้ว่าตามถ้ำและหลืบหินต่างๆจะมีสัตว์ประหลาดอะไรซ่อนอยู่อีกแต่การจะอยู่แบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่อง เขาคงต้องลงไปที่พื้นด้านล่างให้ได้ก่อน หลิงหยุนมองร่างที่ขาดเป็นสองท่อนของเจ้างูเหลือมยักษ์ พร้อมกับกระโดดลงไปบนโขดหินที่อยู่ลึกลงไปอีกสิบเมตรทุกครั้งที่หลิงหยุนก้าวลงไปแต่ละขั้น เขาจะต้องคอยสังเกตุการณ์รอบๆตัวอย่างระมัดระวังที่สุด และตอนนี้หลิงหยุนก็ได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่ที่ก้นหลุมดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ หากมีสัตว์ประหลาดชนิดอื่นโจมตีอย่างกระทันหัน ก็อาจทำให้เขาไม่ได้ยินและไม่สามารถหลบทันได้เสียงน้ำไหลดังก้องจนกลบเสียงอื่นจนหมดสิ้น และสายตาของหลิงหยุนในตอนนี้ก็สามารถมองเห็นในระยะเพียงแค่สิบเมตรเท่านั้น เขาจึงไม่กล้ารีบร้อนมาก มือขวาของเขากำพู่กันจักรพรรดิที่ปักอยู่บนผนังไว้แน่น ส่วนมือซ้ายก็จิกลงไปบนผนัง และค่อยๆไต่ลงไปที่ก้นหลุมอย่างช้าๆหลิงหยุนใช้วิธีนี้ไต่ลงไปได้ลึกอีกอย่างน้อยสิบเมตร และหลิงหยุนก็พบงูเหลือมอีกสองตัวที่กำลังนอนขดอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ และหากเทียบกับตัวที่หลิงหยุนเพิ่งฆ่าตาย สองตัวนี้นับว่าใหญ่กว่ามากนัก