ตอนที่ 15
ตอนที่ 318
October 22, 2026
บทที่ 318 : หลวงจีนกายเพชร ยิ่งเข้าใกล้ตำแหน่งดวงตามังกรหยางมากขึ้นเท่าไหร่ หลิงหยุนยิ่งสัมผัสได้ถึงพลังหยางบริสุทธิ์ที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าอุณหภูมิจะสูงมาก แต่เขากลับรู้สึกกำลังอุ่นสบาย และนี่คือประโยชน์ยิ่งใหญ่ของวิชาพลังลับหยินหยางซึ่งเป็นเทคนิคการบ่มเพาะชั้นสูงอย่างหนึ่งของโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ ไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงไม่ลงทุนไปกับการฝึกฝนวิชามากมายถึงเพียงนี้ ดูเหมือนการฝึกบ่มเพาะของเจ้าขาวปุยจะเหมาะสมกับพลังหยางบริสุทธิ์นี้มากกว่า ต่างกับเมื่อตอนที่อยู่ในตำแหน่งดวงตามังกรหยิน มันรู้สึกไม่สบายเหมือนกับอยู่ที่นี่ เดินไปข้างหน้าอีกราวหกสิบเมตร หลิงหยุนก็เข้าไปถึงตำแหน่งดวงตามังกรหยาง ที่นี่ต่างจากถ้ำดวงตามังกรหยินที่ใหญ่โต เพราะทางเข้าดวงตามังกรหยางนั้นเล็กกว่าหลายเท่านัก ภายในถ้ำก็สูงเพียงหกหรือเจ็ดเมตรเท่านั้น และพื้นที่ข้างในก็ค่อนข้างเล็ก “อู้ว.. ด้านในมีอารามด้วยหรือนี่?!” เมื่อเดินเข้าไปหลิงหยุนก็พบกับอารามหลังเล็กๆที่สร้างด้วยหินอยู่ด้านใน เขาจึงอุทานออกมาอย่างแปลกใจ อารามที่อยู่ด้านในนี้สร้างอย่างเรียบง่าย.. ไม่มีแม้กระทั่งป้ายอาราม และไม่มีอาสนะสำหรับให้นักบวชนั่ง แต่หลิงหยุนก็ดูออกว่าสิ่งปลูกสร้างนี้คืออาราม! แต่สิ่งที่เห็นทำให้หลิงหยุนถึงกับตกใจอย่างมาก! “สวรรค์!! นี่มัน..” หลิงหยุนยืนอยู่ห่างจากอารามเล็กๆนั่นเพียงยี่สิบเมตร เขาจึงสามารถมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน เขามองเห็นหลวงจีนรูปหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ จึงได้เข้าไปดูใกล้ๆ และดวงตาของหลิงหยุนก็เป็นประกายขึ้นมาทันที.. “นี่คือกายเพชรตามตำนานที่เล่าขานกันมา เป็นกายที่เกิดจากการปฏิบัติถึงขั้นสูงสุดตามแนวทางพุทธศาสนา!” หลิงหยุนตกใจจนถึงกับอ้าปากหวอและนิ่งไปครู่หนึ่ง! สิ่งที่เขาเห็นคือภาพหลวงจีนกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนอาสนะหิน แสงจากไข่มุกราตรีตกกระทบมือสองข้างที่วางซ้อนกันอยู่บนตก ร่างทั้งร่างของหลวงจีนรูปนี้เป็นสีทองประกายเจิดจ้า หลิงหยุนยิ้มออกมาอย่างดีใจ ‘หลวงจีนรูปนี้นั่งอยู่ที่นี่มานานเท่าไหร่แล้วนะ?’ หลิงหยุนครุ่นคิดอยู่ในใจเงียบๆ หลังจากที่หายจากอาการตกใจอยู่นาน หลิงหยุนก็ยกมือขึ้นไหว้สักการะพระรูปนั้น แม้แต่ในครั้งที่อยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ หลิงหยุนเองก็ไม่เคยพบเห็นหลวงจีนที่มีชื่อเสียงรูปใหนที่มรณะภาพในท่านั่งเช่นนี้มาก่อน และดูเหมือนว่าหลวงจีนรูปนี้คงจะเข้าสู่สภาวะนิพพานที่บริสุทธิ์อันมีผลต่อจิตใจของมนุษย์แล้วอย่างแน่นอน “โอ้.. นั่น.. นั่น..!!!”หลิงหยุนรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังได้ยินเสียงระฆัง เสียงกลอง และเสียงสวดมนต์คล้ายกำลังมีการทำวัตรเช้า และหลิงหยุนเองก็รู้สึกดื่มด่ำราวกับอยู่ในพิธีนั้นด้วยหลิงหยุนยืนอยู่ตรงหน้าหลวงจีนชรารูปนี้ สีหน้าของเขาสงบนิ่ง และดวงตาคู่สวยของเขาก็เปล่งประกายเจิดจ้า จิตใจของหลิงหยุนตื่นขึ้น และสายตาของเขาก็เต็มไปด้วยความหนักแน่น หลิงหยุนรู้สึกราวกับได้ชำระล้างบาปทั้งหลายออกจากจิตใจของตัวเองแต่จู่ๆ ดวงตาของหลิงหยุนก็กลับคืนสู่ความบริสุทธิ์ มุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ท่านอาวุโส.. เวลาผ่านมาเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่อาจนับได้ แต่โชคชะตากลับพาให้เราได้มาพบเจอกันใต้ผืนดินที่ลึกกว่าห้าร้อยเมตรแห่งนี้ หากแม้เราจะเคยเป็นสหายร่วมเดินบนเส้นทางเดียวกันมาก่อน แต่ข้าก็มีทางเดินของตัวเอง จึงไม่อาจยอมรับเส้นทางของท่านได้!”หลิงหยุนต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะหันหลังกลับไป และเมื่อหันกลับไปด้านหลัง เขาก็พบว่าเจ้าขาวปุยได้วิ่งไปที่ดวงตามังกรหยาง และเริ่มฝึกฝน!หลิงหยุนได้ฝึกฝนวิชาลับหยินหยางสำเร็จแล้ว เขาจึงไม่จำเป็นต้องนั่งทำสมาธิเหมือนเช่นเคยอีก ร่างกายของเขาสามาถดูดซับพลังหยางบริสุทธิ์จากที่นี่ได้เองหลิงหยุนหันกลับไปสำรวจรอบๆต่อ เขาเดินเข้าไปในอารามเล็กๆที่แสนจะธรรมดานี้ แต่กลับสัมผัสได้ว่าภายในอารามที่เรียบง่ายแห่งนี้ล้วนเต็มไปด้วยพลังแห่งพุทธะ และบทสวดมนต์ก็ยังคงดังก้องอยู่ในหู จนเขาเองก็แทบจะต้านทานไม่ไหวหลิงหยุนรู้สึกว่าเขาไม่ควรอยู่ที่นี่นานนัก มิเช่นนั้นแล้ว หลังจากออกไปจากสถานที่แห่งนี้ เขาคงต้องออกบวชอย่างแน่นอนหลิงหยุนรีบกวาดสายตาสำรวจไปรอบๆอาราม และเขาก็พบเพียงของใช้สำหรับหลวงจีน ไม่ว่าจะเป็นคฑา สร้อยประคำแขวนพระ บาตร ตะเกียงน้ำมัน และภาชนะรูปน้ำเต้าหลิงหยุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงหยิบเอาตะเกียงน้ำมันและภาชนะรูปน้ำเต้าเก็บเข้าไปในแหวนพื้นที่ และเตรียมตัวที่จะกลับออกไปแต่ในจังหวะที่หลิงหยุนกำลังหันเพื่อเดินกลับออกไปนั้น สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับลูกประคำขนาดเท่าเม็ดถั่วในมือของหลวงจีนหลิงหยุนใจสั่น และค่อยๆเอื้อมมือออกไปหยิบสร้อยปะคำในมือของหลวงจีนขึ้นมาอย่างระมัดระวังลูกประคำนี้ไม่มีประกายแวววาว แต่กลับเป็นสีเทาธรรมชาติ และมีขนาดเท่าเม็ดถั่วขนาดใหญ่“นี่มันอะไรกัน? ก็ไม่มีอะไรแปลกประหลาดนี่นา…” หลิงหยุนพึมพำในขณะที่จับสร้อยประคำหมุนไปหมุนมาหลังจากที่สังเกตุอย่างละเอียดอยู่นาน สีหน้าของหลิงหยุนก็เปลี่ยนไปทันที เขาสังเกตุเห็นบนลูกประคำสีเทาพื้นๆนั้น กลับมีลายเส้นที่ลากเชื่อมต่อกันเป็นรูปพระพุทธองค์ที่เปี่ยมด้วยเมตตาลายเส้นรูปพระพุทธองค์นี้ ผิวเผินอาจดูเหมือนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่หากสังเกตให้ดี จะเห็นว่าเป็นฝีมือการแกะสลักของยอดฝีมืออย่างแน่นอนลายเส้นที่เป็นรูปพระพุทธองค์นั้นช่างแกะสลักได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเผยให้เห็นเสน่ห์แห่งเซ็นที่ไม่อาจอธิบายได้ หลิงหยุนถือไว้ในมือและสัมผัสได้ถึงพลังพุทธะที่อยู่รายล้อม เสียงแห่งพุทธะนั้นก้องกังวานชัดเจนราวกับเสียงระฆัง และตรงเข้าสู่จิตใจของหลิงหยุน..หลิงหยุนนำสร้อยประคำที่ห้อยอยู่บนโต๊ะหินขึ้นมาเทียบ และพบว่ามันมีสีที่คล้ายคลึงกัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกันอย่างแน่นอน