ตอนที่ 23
ตอนที่ 326
October 22, 2026
บทที่ 326 : ขั้นรู้แจ้ง กล่องหยกนี้หลิงหยุนแกะสลักเป็นหลุมพลังไว้ถึงสี่สิบเก้าชั้น ในระหว่างที่ฝึกวิชาพลังลับหยินหยางนั้น เขาได้ใช้พลังอมตะในกล่องหยกนี้ไปจนหมดแล้ว ตอนนี้เขาจึงนำออกมาเพื่อให้มันดูดซับพลังชีวิตจากน้ำลายมังกรเข้าไปแทน หลิงหยุนวางกล่องหยกไว้ที่ขอบบ่อน้ำลายมังกร ปล่อยให้มันทำการดูดซับพลังชีวิตไปเรื่อยๆ และเมื่อเห็นว่ากล่องหยกดูดซับพลังชีวิตเข้าไปได้อย่างรวดเร็ว หลิงหยุนก็รู้สึกพอใจอย่างมาก หลังจากเสร็จสิ้นแล้ว หลิงหยุนก็โบกมือเรียกเจ้าขาวปุยให้เข้าไปหาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มบ่งบอกว่ากำลังอารมณ์ดี “น้ำลายมังกรนี่มีประโยชน์ต่อการฝึกของเจ้ามาก ดื่มเข้าไปเร็วเข้า..” เจ้าขาวปุยมองน้ำลายมังกรที่อยู่ในบ่อหิน แต่ก็ไม่ยอมเดินเข้าไป ดวงตาคู่สวยมีเสน่ห์ของมันจ้องมองหลิงหยุนราวกับจะถาม.. “นี่เป็นของดีจริงๆ เร็วเข้า..” หลิงหยุนใช้ขวดน้ำแร่ในมือของเขาตักน้ำลายมังกรขึ้นมา และนำไปป้อนให้กับเจ้าขาวปุย เจ้าขาวปุยเริ่มดื่ม ดวงตาของมันเปี่ยมไปด้วยความสุขและพอใจ มันตั้งใจจะดื่มให้ถึงครึ่งขวด แต่หลิงหยุนดึงกลับไปคืน.. “ระดับขั้นของเจ้ายังไม่สูงพอ ดื่มมากเกินไปก็จะไม่เป็นผลดีต่อการฝึกของเจ้า เรื่องแบบนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป..” หลิงหยุนยิ้มให้กับเจ้าขาวปุย หลิงหยุนสังเกตุเห็นว่ากำลังภายในของเจ้าขาวปุยได้พัฒนาขึ้นในระหว่างที่ฝึกฝนอยู่ที่ดวงตามังกรหยิน ตอนนี้มันดื่มน้ำลายมังกรเข้าไปแล้ว หลังจากกลับไปฝึกฝนต่อที่บ้านอีกสักระยะหนึ่ง หางที่สามของมันก็จะงอกและโตเต็มที่ ถึงตอนนั้น เขาจะพาเจ้าขาวปุยไปหาที่สำหรับซ่อนตัว หลังจากที่มันสามารถผ่านบททดสอบที่เหี้ยมโหดได้แล้ว เจ้าขาวปุยก็จะสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ เมื่อเห็นหลิงหยุนดึงขวดน้ำลายมังกรกลับไป เจ้าขาวปุยก็มองหลิงหยุนอย่างไม่พอใจนัก แต่นัยน์ตามีเสน่ห์ของมันกลับมีรอยยิ้ม จากนั้นจึงเดินไปนั่งฝึกอยู่ข้างๆสองคนนั้น ก่อนหน้าที่เจ้าขาวปุยจะมาพบหลิงหยุนนั้น มันเองก็ไม่เคยสัมผัสกับมนุษย์มาก่อน แต่เมื่อมาอยู่กับเฉิงเม่ยเฟิงและเสี่ยวเม่ยเม่ย นิสัยและลักษณะท่าทางของมันก็เริ่มเหมือนคนมากเข้าไปทุกที ความจริงแล้วตัวหลิงหยุนเองไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำลายมังกรก็ได้ เพราะจุดประสงค์ของการดื่มน้ำลายมังกรนั้น ก็เพื่อต้องการพลังชีวิตของมัน แต่ร่างกายของหลิงหยุนสามารถดูดซับพลังชีวิตจากน้ำลายมังกรได้เอง จึงไม่มีความแตกต่างอะไรระหว่างดูดซับเข้าไปกับการดื่มเข้าไป เจ้างูเหลือมยักษ์ได้รับบาดเจ็บอย่างแสนสาหัส ตอนนี้มันยังคงนอนสลบไสลไม่รู้สึกตัว หลิงหยุนมองมันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดครู่หนึ่ง ก่อนจะนำขวดไปบรรจุน้ำลายมังกร แล้วเอาไปรินใส่ปากของมัน หลังจากที่รินน้ำลายมังกรให้เจ้างูยักษ์ดื่มแล้ว หลิงหยุนก็โยนขวดน้ำแร่ทิ้งไปพร้อมพูดกับมันว่า “นี่อาจเป็นชะตากรรมของเจ้าก็ได้ หากเจ้าสามารถรอดชีวิตได้ ก็นับว่าเป็นโชคของเจ้า! ข้าเองก็ได้พยายามสุดความสามารถของข้าแล้ว!” หลังจากพูดกับเจ้างูยักษ์จบแล้ว หลิงหยุนก็เริ่มมองสำรวจไปตามกำแพงหินอีกครั้ง เขาไม่เชื่อว่าจะไม่มีกลไกสำหรับเปิดประตูศิลานั่นได้ “มันต้องมีกลไกอยู่ที่ใหนสักแห่ง!” หลิงหยุนหันไปมองรอบๆกำแพงหิน กระโดดขึ้นไปสำรวจเพดานถ้ำ แต่ก็พบเพียงแค่แผ่นหินที่ว่างเปล่า ไม่มีปุ่มหรือกลไกใดๆให้เห็นเลย “เข้าไปด้านในไม่ได้จริงๆหรือนี่? ไม่น่าเป็นไปได้ ผู้ที่สร้างค่ายกลแห่งนี้ช่างล้ำลึกนัก..” หลิงหยุนเดินวนแล้ววนอีกอย่างไม่ย่อท้อ หลิงหยุนมาที่นี่เพื่อตั้งใจจะมาฝึกวิชาลับหยินเท่านั้น แต่เขากลับมีผลพลอยได้อย่างอื่นกลับไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นจุดตันเถียนและเส้นลมปราณที่ขยายและแกร่งขึ้นจากเดิมหลายเท่า และยังสามารถเข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-4 ได้อีกด้วย นอกจากนั้นยังได้สมบัติล้ำค่าอย่างกระบี่โลหิตแดนใต้ กระบี่มังกรขาว อีกทั้งของวิเศษจากหลวงจีนชรากลับไปด้วยหลวงจีนชรารูปนั้นมรณภาพในท่านั่งเช่นนั้นมานานเท่าไหร่แล้วไม่อาจรู้ได้ แต่สิ่งของต่างๆของเขาที่อยู่ภายใต้อุณหภูมิที่ติดลบเป็นสิบองศา กลับไม่บุบสลายลงไปแม้แต่น้อย หากไม่เรียกว่าของวิเศษ จะให้เรียกว่าอะไร?นอกเหนือจากนั้นแล้ว หลิงหยุนยังได้ไข่มุกราตรีในตำนานกลับไปถึงเก้าสิบเก้าเม็ด เพียงแค่นี้เขาก็ควรจะดีใจและพอใจอย่างมากแล้ว..แต่เมื่อได้ยินเรื่องสมุดจักรพรรดิ! หลิงหยุนกลับรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นสมบัติล้ำค่า และมีความอัศจรรย์กว่าสมบัติชิ้นใหนๆ เขาจึงอดไม่ได้ที่อยากจะได้มันกลับไปด้วย!‘พู่กันจักรพรรดิและสมุดจักรพรรดิ น่าจะต้องเป็นของวิเศษที่มีคุณสมบัติในระดับเดียวกัน และน่าจะเป็นของคู่กัน!’หลิงหยุนครุ่นคิดอยู่เงียบๆ แต่แล้วก็กลับเปลี่ยนใจ เพราะเมื่อครู่ที่อยู่ในดวงตามังกรหยินหยางนั้น พู่กันจักรพรรดิก็ได้ถ่ายเทพลังอมตะกับปราณมังกรลงไปในร่างกายของเขาแล้ว หากเขาได้เป็นเจ้าของสมบัติล้ำค่าทั้งสองชิ้น คงจะสะเทือนไปทั้งโลกและสวรรค์!การที่หลิงหยุนได้ครอบครองพู่กันจักรพรรดิ ก็ไม่ต่างจากการได้ครอบครองดวงตามังกรทั้งสองข้างและหัวใจมังกรของค่ายกลมังกรหยินหยางแห่งนี้‘ว่าแต่.. มังกรหายไปใหน? หรือมันหนีออกไปจากที่นี่ตั้งนานแล้ว? แล้วก็เอาสมุดจักรพรรดิไปด้วย?’หลิงหยุนนั่งครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ไปๆมาๆ เขาเดินครุ่นคิดจนมาหยุดอยู่หน้าประตูศิลาทั้งสามบาน‘พายุกระบี่.. เกิดจากพลังงานในค่ายกลแห่งนี้.. ’ หลิงหยุนคิดว่าประตูศิลาทั้งสามบานนี้ไม่น่าจะเหมือนประตูธรรมดาทั่วไป เขาคิดว่าการทำงานของมันน่าจะไม่เหมือนค่ายกลปกติ ต้องมีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับพลังงานลึกลับในที่แห่งนี้ดูเหมือนว่าพลังงานในค่ายกลแห่งนี้ น่าจะเหนือกว่าพลังแห่งพุทธะที่อยู่ในอารามตรงตำแหน่งดวงตามังกรหยิน ไม่เช่นนั้นแล้วหลวงจีนรูปนั้นก็คงจะเข้าไปด้านในประตูได้แล้วค่ายกลมังกรหยินหยางแห่งนี้น่าจะเกิดขึ้นก่อน จากนั้นไม่รู้เวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ หลวงจีนนั่นจึงได้เข้ามาอยู่ที่ดวงตามังกรหยิน และหลังจากมรณภาพไปนาน เจ้าของโลงศพทองแดงสัมฤทธิ์นั่นจึงตามเข้ามา..แล้วมังกรล่ะ? มังกรนั่นหนีออกไปจากค่ายกลแห่งนี้ก่อนหรือหลังที่หลวงจีนจะเข้ามาที่นี่กัน?‘ค่ายกลแห่งนี้สร้างขึ้นมานานเท่าไหร่แล้ว? สามพันปี หรือว่าห้าพันปี..?” หลิงหยุนอดที่จะประหลาดใจกับยอดฝีมือที่แข็งแกร่งขนาดนี้ไม่ได้‘หรือมันจะเป็นเพียงแค่เทพนิยาย..’หลิงหยุนครุ่นคิดอยู่นาน แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีทางคิดหาคำตอบในเรื่องลี้ลับเหล่านี้ได้ เพราะตอนนี้ตัวเขาเองยังอยู่ในขั้นที่ต่ำเกินไป ต้องรอจนกว่าจะเข้าสู่ขั้นที่แข็งแกร่งกว่านี้ จึงค่อยหาทางหาคำตอบจะดีกว่าในที่สุด.. หลิงหยุนก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาดูดซับพลังชีวิตจากน้ำลายมังกรเข้าไปจนเต็มแล้ว‘นี่ข้าใช้เวลาดูดซับไปนานเท่าไหร่กัน? น่าจะเจ็ดหรือแปดชั่วโมงเป็นอย่างน้อย? ขนาดพลังชีวิตที่เข้มข้นอย่างน้ำลายมังกรยังใช้เวลาดูดซับนานถึงเพียงนี้ อยากรู้นักว่าจุดตันเถียนของข้าจะมีพลังชีวิตอยู่มากมายแค่ใหน?’การที่ร่างกายของเขาเข้าสู่ขั้นที่สูงขึ้นในครั้งนี้นั้น ค่อนข้างอยู่เหนือความรู้ที่เขามีในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นกำลังภายในที่แข็งแกร่งกว่าเดิมมาก หลิงหยุนรู้สึกแปลกใจ แต่ก็มีความสุขแต่ถึงแม้จะไม่รู้ หลิงหยุนก็สัมผัสได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลดีสำหรับเขาอย่างแน่นอน เขาจะเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้งเองเมื่อเข้าสู่ขั้นพลังชี่ และได้จิตหยั่งรู้เจ้าขาวปุยเดินลมปราณเสร็จเป็นรายแรก มันตื่นขึ้นมาและวิ่งมาหาหลิงหยุนทันที หางใหญ่ๆของมันโบกสะบัดไปมาหลิงหยุนก้มมองเจ้าขาวปุย และรู้ว่ามันก้าวหน้าขึ้นแล้ว เขาจึงได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้..