ตอนที่ 22
ตอนที่ 325
October 22, 2026
บทที่ 325 : หมอที่เปี่ยมด้วยเมตตา หลิงหยุนรีบวางเจ้าขาวปุยลงที่พื้น จากนั้นก็เรียกยันต์อัคนีออกมาจากแหวนพื้นที่ แล้วโน้มตัวไปพูดกับตงฟางถิงว่า “พี่ตงฟาง.. ท่านบาดเจ็บตรงใหน ข้าจะรักษาให้!” “น้องหลิงหยุน.. ข้าขอบใจเจ้ามาก แต่ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก! หลังกับขาของข้าถูกกระบี่ศิลาแทงเข้าหลายจุด ตอนนี้ข้าไม่สามารถขยับเขยื้อนได้!” หลิงหยุนไม่สนใจฟังคำพูดไร้สาระของตงฟางถิง เขาใช้ยันต์บำบัดแปะเข้าไปที่บาดแผลของตงฟางถิง จากนั้นก็ร้องสั่งยันต์อยู่ในใจ ตงฟางถิงไม่รู้ว่าหลิงหยุนทำอะไรกับเขา แต่เขารับรู้ได้ถึงความความเย็นที่แปลกประหลาดบนบาดแผล จากนั้นบาดแผลตามร่างกายก็หายไปเองได้อย่างน่าอัศจรรย์ ตงฟางถิงทั้งตกใจและดีใจ! “น้องหลิงหยุน.. นี่เจ้า..” ตงฟางถิงร้องออกมาด้วความดีใจและประหลาดใจ หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆ “อย่าเพิ่งพูดอะไรกันตอนนี้เลย พวกเราทั้งหมดต้องรีบยืนเอาหลังแนบกำแพงไว้ก่อน หากข้าเดาไม่ผิด.. ครั้งนี้กระบี่ศิลาจะพุ่งขึ้นมาจากด้านล่าง!” หลังจากนั้น หลิงหยุนก็อุ้มเจ้าขาวปุยขึ้นมา และพาตู้กู่โม่กับตงฟางถิงกระโดดไปยืนอยู่ข้างผนังหิน แล้วจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง “พายุกระบี่ในครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของค่ายกลกระบี่สังหารแล้ว หากพวกเราสามารถเอาชีวิตรอดไปได้ ค่ายกลก็จะหยุดทำงานเอง!” ตู้กู่โม่สวนขึ้นมาทันที “แต่ครั้งนี้กระบี่ศิลาจะพุ่งขึ้นจากพื้นดิน แล้วพวกเราจะหลบได้ยังไง?” หลิงหยุนกัดฟันตอบกลับไปว่า “ไม่มีวิธีอื่นแล้ว.. นอกจากต้องพยายามรักษาส่วนสำคัญของร่างกายไม่ให้ได้รับบอันตราย..” ตู้กู่โม่รู้สึกหวาดกลัวมากอย่างมาก.. และรีบใช้มือขวากุมน้องชายของเขาไว้ ส่วนมือซ้ายก็ปิดก้นของตนเองไว้ทันที หลิงหยุนเห็นท่าทางของตู้กู่โม่แล้วถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “นี่นายทำบ้าอะไร!? เอามือปิดไว้แบบนั้นจะช่วยอะไรได้ ต้องใช้อาวุธปัดป้อง!” ตู้กู่โม่ถามขึ้นมาทันทีเช่นกัน “เจ้าใช้กระบี่มารในมือเจาะเข้าไปในผนังให้เป็นรู แล้วพวกเราก็เข้าไปหลบในนั้นไม่ได้รึยังไง?” หลิงหยุนยิ้มพร้อมตอบกลับไปว่า “นี่นายพูดอะไรไม่คิดเลย! ขืนใช้กระบี่นี่ทำลายกำแพง ไม่ยิ่งเป็นการกระตุ้นกลไกให้ทำงานรุนแรงกว่าเดิมหรือยังไง!” หลิงหยุนรู้แล้วว่าค่ายกลมรณะแห่งนี้มีทั้งค่ายกลกระบี่สังหาร และค่ายกลลวงตา สำหรับค่ายกลมังกรหยินหยางแห่งนี้แล้ว นี่นับว่าเป็นเพียงค่ายกลเล็กๆน้อยๆเท่านั้น “ตอนนี้ต่างคนต่างก็สนใจป้องกันแต่ตัวเองก็พอ! เอาล่ะ.. พายุกระบี่ลูกที่สามกำลังจะมาแล้ว!” หลิงหยุนร้องเตือนทั้งสองคน และทันใดนั้นเองเสียงครืน.. ก็ดังขึ้น และก็เป็นอย่างที่หลิงหยุนบอกไว้จริงๆ ครั้งนี้กระบี่ศิลาพุ่งทะลุจากพื้นขึ้นมา ทำให้การปัดป้องยิ่งยากขึ้นไปอีก หลิงหยุนโคจรดารกะดายันไปทั่วร่าง ส่วนเจ้าขาวปุยก็ขดตัวแน่นอยู่บนหน้าอกของเขา จากนั้นกระบี่ศิลาก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นทั้งด้านหน้าและด้านหลังของหลิงหยุนทันที หลิงหยุนสามารถปัดป้องได้ถึงเพียงแค่ช่วงเข่าของเขาเท่านั้น และตอนนี้น่องและเท้าของเขากลับถูกกระบี่ศิลาแทงทะลุจนเลือดไหลออกมาเป็นทาง!หลิงหยุน ตู้กู่โม่ และตงฟางถิง.. ต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสกันทุกคน!หลิงหยุนไม่สามารถทนได้อีกต่อไป หลังจากที่ยืนหยัดต่อสู้อยู่นาน กัดฟันทนต่อความเจ็บปวดฟาดฟันกระบี่หินมากมายที่พุ่งขึ้นมา และในที่สุดก็ล้มลงกับพื้นเสียงดังปัง!ปัง.. ปัง.. เสียงปังดังขึ้นอีกสองครั้งติดๆกัน ตู้กู่โม่และตงฟางถิงต่างก็ล้มลงพื้นเกือบจะพร้อมกัน เว้นแต่เจ้าขาวปุยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเพราะหลิงหยุนป้องกันมันไว้ และในเวลานี้ทั้งสามคนต่างก็นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นส่วนเจ้างูเหลือมยักษ์นั้น ตอนนี้นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นไม่ขยับเขยื้อน และไม่มีแม้แต่เสียงร้องหลังจากที่พายุกระบี่ลูกที่สามผ่านไป กำแพงหินก็หายไปด้วย และหมอกสีขาวหนาก็จางหายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน ผนังถ้ำหินก็กลับไปอยู่ในสภาพเดิม และบรรยากาศภายในก็เต็มไปด้วยความมืดมิดเช่นเดิม หากไม่มีคนนอนตายอยู่กับพื้น และไม่มีบาดแผลตามร่างกาย สภาพภายในถ้ำก็แทบจะดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยซ้ำหลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ และหลิงหยุนมั่นใจว่าค่ายกลได้หยุดทำงานแล้ว เขาจึงค่อยๆลืมตาขึ้น และวางเจ้าขาวปุยลงไปบนพื้นข้างๆอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆหลิงหยุนทำการรักษาบาดแผลตามร่างกายของตนเองด้วยยันต์บำบัด แล้วจึงค่อยลุกขึ้นเดินไปหาตู้กู่โม่กับตงฟางถิง และตอนนี้ทั้งคู่ก็สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่า หลิงหยุนได้ใช้ยันต์บำบัดทำการรักษาบาดแผลตามร่างกายให้กับพวกเขาทั้งคู่ และบาดแผลต่างๆก็ค่อยๆเลือนหายไปตู้กู่โม่และตงฟางถิงต่างก็ยิ้มให้กันอย่างตื่นเต้นดีใจ และลุกขึ้นเกือบจะพร้อมกัน ตู้กู่โม่ถามขึ้นทันที“นี่เจ้าใช้ยันต์ของสำนักเหมาซานด้วยเหรอ? แล้วนี่ก็เป็นวิธีการรักษาคนไข้ของสำนักหมอสวรรค์ด้วยรึเปล่า?”ตงฟางถิงกำหมัดทั้งสองมือแน่นพร้อมกับสำรวจไปทั่วร่างกาย แล้วรีบเอ่ยขอบคุณหลิงหยุน “น้องชาย.. ข้าขอบใจเจ้ามากที่ช่วยชีวิตของข้าไว้ จากนี้ไปเจ้าจะสั่งให้ข้าบุกน้ำลุยไฟ ข้าก็จะทำเพื่อตอบแทนบุญคุณของเจ้า!”หลิงหยุนหัวเราะพร้อมกับตอบไปว่า “เรื่องเล็กน้อยเองพี่ตงฟาง! ท่านอย่าได้เกรงใจไป อีกอย่างข้าก็ต้องขอบคุณที่ท่านเชื่อว่าข้าไม่ใช่คนของนิกายมาร ฮ่า.. ฮ่า..”ตู้กู่โม่ไม่ใช่คนสุภาพแบบตงฟางถิง เขาหันกลับไปหาหลิงหยุนอย่างตื่นเต้นพร้อมกับถามขึ้นว่า “นี่นายมาจากสำนักหมอสวรรค์จริงๆเหรอ? อีกอย่างยันต์ของเจ้าก็เยี่ยมมากเลย แบ่งให้ข้าบ้างสิ?!”หลิงหยุนไม่สนใจตู้กู่โม่ เขามองไปยังประตูศิลาอีกครั้ง และเห็นร่างไร้ลมหายใจของชางกวนเจี๋วยกับคนอื่นๆอีกสี่คนนอนเรียงรายอยู่บนพื้น แต่ละคนล้วนมีเลือดไหลออกตามร่างกายจำนวนมาก สภาพของพวกเขาตายอย่างน่าสมเพช“เจ้าพวกโง่นี่เกือบจะทำให้พวกเราทั้งหมดต้องตายอยู่ในนี้ด้วย!” หลิงหยุนสบถออกมาอย่างขุ่นเคือง และตงฟางถิงก็ขมวดคิ้วพร้อมกับส่ายหน้าร่างของตู้กู่โม่ลอยขึ้นไปแตะที่กำแพง และแตะที่พื้น แล้วถามขึ้นว่า “กระบี่ศิลานี่ก็ไม่ใช่กระบี่จริงๆใช่ไม๊?”หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับตอบไปว่า “ใช่แล้ว.. กระบี่พวกนี้ล้วนไม่ใช่กระบี่จริงๆ แต่มันคือค่ายกล ไม่ว่าจะเป็นกำแพงเคลื่อนที่ หมอกสีขาว และแม้แต่กระบี่ศิลา ทุกอย่างล้วนไม่มีอยู่จริง..”ตู้กู่โม่ถามขึ้นอีกว่า “แต่กำแพงเคลื่อนที่ แล้วก็กระบี่ศิลาก็ทำให้พวกเราเจ็บปวดได้จริงๆ! เรื่องนี้จะอธิบายว่ายังไง?”หลิงหยุนขมวดคิ้วเล็กน้อยและตอบกลับไปว่า “กำแพงเคลื่อนที่นั้นเป็นการทำงานของค่ายกลลวงตาที่มีผลต่อจิตใจของเรา เพราะนายจะคิดว่ากำแพงหินพวกนั้นกำลังบีบรัดร่างกายของนายอยู่ นายจึงพยายามที่จะใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีต่อต้านมัน และแน่นอนว่าการทำแบบนั้น ย่อมทำให้เกิดการบาดเจ็บภายใน..”“แล้วกระบี่ศิลาล่ะ?” ตู้กู่โม่ยังคงคาใจหลิงหยุนอธิบายต่ออย่างใจเย็น “นายไม่ได้ถูกกระบี่ศิลาทำให้บาดเจ็บหรอก.. หลังจากที่ค่ายกลเริ่มทำงาน พลังงานในค่ายกลแห่งนี้ก็ได้รวมตัวกันและมีรูปร่างคล้ายกระบี่ เพราะฉะนั้น พลังงานในค่ายกลแห่งนี้ต่างหากที่ทำร้ายทุกคนจนบาดเจ็บ ไม่ใช่กระบี่! กระบี่ศิลาเป็นของปลอม แต่พลังงานในค่ายกลต่างหากคือของจริง!”