ตอนที่ 29
ตอนที่ 332
October 22, 2026
บทที่ 332 : ความลับที่ยิ่งใหญ่! หางที่สามของสุนัขจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางได้งอกออกมาแล้ว พลังชีวิตในตัวของมันก็เพิ่มสูงขึ้นทันทีด้วย อีกทั้งยังเข้มข้นกว่าพลังชีวิตจากสมุนไพรที่นี่เสียอีก! เจ้ามังกรน้อยที่กำลังเล่นน้ำพุอยู่อย่างสนุกสนาน จู่ๆก็เกิดอาการหวาดกลัวขึ้นมา มันรีบเลื้อยไปหลบอยู่ด้านหลังกอหญ้าที่สูงใหญ่ และไม่กล้าปรากกฏตัวออกมาอีกเลย! และนี่คือความแข็งแกร่งของจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางหลังจากหางที่สามได้งอกออกมาแล้ว! ในขณะที่มันยังมีเพียงแค่สองหางนั้น ก็ไม่ได้สร้างความหวาดกลัวให้กับเจ้ามังกรน้อยแม้แต่นิดเดียว แต่เมื่อหางที่สามของมันงอกออกมา เจ้าสีนิลมังกรน้อยก็ถึงกับหวาดกลัวจนต้องหนีไปซ่อนไม่ให้เห็นแม้แต่เงา! หลิงหยุนรู้ดีว่าหางที่สามของเจ้าขาวปุยนั้นเพิ่งจะเริ่มงอกเท่านั้น และยังต้องอาศัยระยะเวลาอีกสักพักกว่าที่หางของมันจะเติบโตเต็มที่ จนพร้อมที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการกลายร่างเป็นมนุษย์ และต้องเผชิญกับด่านทดสอบที่เหี้ยมโหด ดังนั้นตอนนี้จึงไม่มีอะไรต้องกังวลนัก หลังจากที่มันได้ติดตามหลิงหยุนลงไปสำรวจก้นหลุมยักษ์ในครั้งนี้ เจ้าขาวปุยเองก็ได้รับประโยชน์อย่างมากมายจนทำให้ก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังน้อยกว่าตู้กู่โม่ที่ได้ประโยชน์มากกว่านัก ไม่เพียงแค่กำลังภายในของเขาก้าวหน้าขึ้นหลังจากที่ดื่มน้ำลายมังกรเข้าไป แต่ยังได้รับพลังอมตะเข้าไปอีกครั้ง และยังมีโอกาสได้ฟังเสียงมรรคาแห่งเต๋าที่กังวาลใสอีกด้วย.. หากไม่ได้รับพลังชีวิตที่มากพอ เจ้าสุนัขจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางจะเติบโตได้ช้ามาก และต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะโตเต็มที่ แต่ตอนนี้ไม่เพียงเจ้าขาวปุยจะได้รับพลังชีวิตเข้าไปอย่างมากมาย แต่มันยังได้รับพลังอมตะเข้าไปอีกด้วย! ทันทีที่เจ้าขาวปุยรู้สึกตัว.. มันก็กระพริบตาถี่ และจิตใต้สำนึกของมันก็ต้องการมองหาหลิงหยุนก่อนสิ่งอื่น แต่เมื่อมันเห็นหลิงหยุนยืนอยู่ในสภาพเปลือยกายเช่นนั้น ใบหน้าที่มีเสน่ห์แสนหวานของมันก็ยิ้มออกมาอย่างอายๆ สุนัขจิ้งจอกที่กำลังเอียงอายคล้ายกับมนุษย์ หลิงหยุนเองก็เพิ่งเคยจะเห็นมาก่อน.. หากมันกลายร่างเป็นมนุษย์เมื่อไหร่แล้วล่ะก็ เจ้าขาวปุยจะต้องกลายเป็นหญิงสาวที่สวยงามจนไม่อาจหาคำพูดมาอธิบายได้อย่างแน่นอน นี่น่ะเหรอสุนัขจิ้งจอก.. สุนัขจิ้งจอกเก้าหาง! ดวงตาคู่สวยของเจ้าขาวปุยมองหลิงหยุนอย่างเอียงอาย แต่ก็ไม่กล้าที่จะมองเต็มตา จึงได้แต่จับจ้องที่ใบหน้าของหลิงหยุนแทน หลิงหยุนเองที่เห็นสายตาของมันยังรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาเช่นกัน พร้อมกับแอบคิดในใจว่า ‘นี่นอกเหนือจากรูปร่างที่ใช่มนุษย์จริงๆ เจ้าขาวปุยก็รู้เรื่องทุกอย่างไม่ต่างจากหญิงสาวคนหนึ่ง ข้าคงไม่สามารถปฏิบัติกับมันราวกับสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งได้อีกแล้วสินะ..” ใบหน้าของหลิงหยุนเริ่มมีอาการอึดอัด และจู่ๆก็รีบเอามือปิดของสงวนของตัวเองไว้ แล้วก็รีบเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย “ขาวปุย.. อย่าจ้องมองข้าแบบนั้น? รีบไปตามเจ้ามังกรน้อยกลับมาให้ข้า.. เร็วเข้า!” หลิงหยุนรีบหางานให้กับเจ้าขาวปุยทำ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองหาใบไม้เพื่อมาทำเป็นที่ปิดบังของสงวนของเขา.. ระหว่างที่มองหานั้น หลิงหยุนก็มองไปเห็นตู้กู่โม่ที่นอนสลบไสลอยู่บนพื้น พร้อมกับมองเสื้อคลุมที่มีคราบเลือดและคราบสกปรกที่เขาสวมอยู่“เหตุใดเจ้ายังคงหลับอยู่อีก..” หลิงหยุนขมวดคิ้วเล็กน้อย และอดคิดไม่ได้ว่าตู้กู่โม่มีกำลังภายในอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นโฮ่วเทียน-9 แต่เหตุใดจึงยังคงนอนหลับไหลไม่ได้สติจนถึงตอนนี้หลิงหยุนรู้ว่าไม่ควรขยับตัวตู้กู่โม่อีก เพราะนี่ไม่ใช่อาการบาดเจ็บแต่อย่างใด การสลบไสลของเขานั้นเป็นเพียงแค่อาการ และเป็นโอกาสที่จะสามารถบรรลุได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์และความเข้าใจในธรรมชาติของตัวตู้กู่โม่เองด้วยเวลานี้ ดวงดาวบนท้องฟ้าก็ได้สลายหายไป ท้องฟ้าตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีขาว และท้องฟ้าก็สว่างไสวยิ่งกว่าที่เคยหลิงหยุนครุ่นคิดอยู่ในใจว่านี่มันกี่วันเข้าไปแล้วที่เขาลงมาที่นี่?หากคำนวนจากเวลาของตู้กู่โม่ที่บอกว่าวันนั้นเป็นช่วงเย็นของวันที่ 10 เมษายน ตอนนี้ก็ผ่านมานานมากแล้ว อย่างน้อยวันนี้ก็น่าจะเป็นวันที่ 12 เมษายน?“อะไรนะ?! วันนี้เป็นวันที่ 12 เมษายนงั้นรึ..? เป็นวันเกิดหนิงน้อยนี่นา! ข้าต้องไปงานวันเกิดของนาง ไม่เช่นนั้นยัยเด็กปีศาจนั่นต้องเอาข้าตายแน่?!”หลิงหยุนลงมาที่ก้นหลุมยักษ์ในวันที่ 6 เมษายน แต่ออกจากหลุมยักษ์อีกทีในวันที่ 12 เมษายน ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะใช้เวลาอยู่ที่ก้นหลุมนานถึงเพียงนี้!เมื่อวันที่เสี่ยวเม่ยหนิงไปหาหลิงหยุนที่บ้านด้วยความขุ่นเคืองนั้น เธอก็ได้ย้ำกับหลิงหยุนหลายครั้งว่า เขาจะต้องไปงานเลี้ยงวันเกิดของเธอ และหลิงหยุนเองก็ได้รับปากเธอทุกครั้ง.. เขาจึงจำได้แม่นยำ!“ฟ้าดิน.. ขออย่าให้วันนี้เป็นเช้าวันที่สิบสามเลย..”หลิงหยุนมองขึ้นไปบนยอดเขารอบๆหุบเขาใกล้ๆ เขารู้สึกว่าที่นั่นสูงกว่าที่นี่อย่างน้อยก็สองกิโลเมตร ส่วนลูกที่สูงที่สุดนั้นน่าจะสูงราวสามพันเมตร เขาได้แต่ใคร่ครวญระยะทางอยู่ในใจเงียบๆ พร้อมกับครุ่นคิดว่าที่นี่คือที่ใหน?หลิงหยุนไม่ได้รู้สึกลัวหรือกังวลว่าจะออกไปจากที่นี่ไม่ได้ เพราะด้วยความสามารถของตู้กู่โม่ ต่อให้เป็นหน้าผาไป่จ้างที่ว่าสูงนักหนา ก็สามารถปีนได้อย่างง่ายดาย“นี่..” ในที่สุดตู้กู่โม่ก็ตื่นขึ้นมา และทำเสียงอู้อี้พร้อมกับลืมตาขึ้น“พวกเราอยู่ที่ใหน? แล้วสมุดจักรพรรดิล่ะ เจ้าเห็นมันหรือไม่?” ตู้กู่โม่ลืมตามาก็ตั้งคำถามมากมาย“ยอดเขาแห่งนี้ช่างดูคุ้นเคยนัก.. นี่พ่อยอดคนแห่งสำนักหมอสวรรค์ เจ้ากำลังทำอะไรอยู่? กำลังเล่นเป็นชีเปลือยอยู่ในเขาลึกหรือยังไง?”ดวงตาทั้งคู่ของตู้กู่โม่ที่จ้องมองส่วนล่างของหลิงหยุนนั้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจ พร้อมกับคิดในใจว่า‘เจ้านั่นของเจ้าเด็กคนนี้ เหตุใดจึงช่างใหญ่โตนัก? นั่นมันใหญ่โตเกินไปแล้ว?!’