ตอนที่ 33
ตอนที่ 336
October 22, 2026
บทที่ 336 : หม้อเสินหนง มิสเตอร์เฉินซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป เมื่อเห็นหลิงหยุนและตู้กู่โม่สังหารยอดฝีมือชาวญี่ปุ่นตายหมดภายในเวลาเพียงแค่สองสามนาที เขาก็รู้ทันทีว่าได้เกิดวิกฤตขึ้นแล้ว เขาไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว และเตรียมตัวที่จะวิ่งหนีเอาตัวรอด ตู้กู่โม่และหลิงหยุนต่างก็รู้ดีว่าคนสกุลเฉินผู้นี้ไม่มีทางที่จะหนีรอดได้อย่างแน่นอน ทั้งคู่จึงยังคงยืนเฝ้าโทคุงาวะไว้ไม่ขยับ สำหรับยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนนั้น หากใช้วิชาตัวเบาหลบหนีไปท่ามกลางป่าดงดิบที่หนาทึบเช่นนี้ ไม่มีทางที่พวกเขาทั้งคู่จะไล่ตามได้ทันอย่างแน่นอน เมื่อมิสเตอร์เฉินเห็นว่าตู้กู่โม่และหลิงหยุนต่างก็ไม่มีใครสนใจเขา จึงรีบหันหลังเพื่อที่จะวิ่งหนีไป แต่ก็ต้องพบว่าภาพที่อยู่ด้านหลังของเขานั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว! ใบหน้าของมิสเตอร์เฉินเปลี่ยนไป และเต็มไปด้วยความงุนงง เขาพบว่าตอนนี้ด้านหลังของเขามีต้นไม่อยู่หนาทึบ จนไม่มีช่องว่างให้มองเห็นท้องฟ้าแม้แต่น้อย และไม่มีทางที่จะหนีออกไปได้ “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!” มิสเตอร์เฉินครุ่นคิดอยู่นาน เขาหันกลับไปกลับมา และมองไปรอบๆตัว แต่ก็พบว่าทุกอย่างที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ได้เปลี่ยนไปหมดแล้ว หากเขาต้องการจะวิ่งหนีในตอนนี้ มีเพียงแค่หนทางเดียวก็คือ วิ่งผ่านหน้าตู้กู่โม่และหลิงหยุนไปเท่านั้น แต่เขาได้เห็นความแข็งแกร่งและเก่งกาจของทั้งสองคนด้วยตาตัวเองแล้ว ดังนั้นไม่ว่าใครคนใดคนหนึ่งก็สามารถฆ่าเขาได้เพียงแค่กระบี่เดียวอย่างแน่นอน เขาจึงไม่กล้าที่จะเสี่ยง ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อคิดได้ว่า เวลานี้มีเพียงอยู่ข้างโทคุงาวะจึงจะมีโอกาสรอดตาย เขาจึงกระโดดออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ไปยืนอยู่ข้างกายโทคุงาวะ “คุณเฉิน.. พวกเราถูกโจมตี แต่คุณกลับไปหลบซ่อนดูอย่างสนุกสนาน คุณยังมีอะไรจะอธิบายไม๊?” ใบหน้าของโทคุงาวะบูดบึ้งไม่พอใจ แต่ตอนนี้ศัตรูกำลังอยู่ตรงหน้า เขาจึงทำได้เพียงแค่พูดถึงคนสกุลเฉินขึ้นมาเพื่อให้เขากลายเป็นเป้าหมายใหม่แทน ส่วนริมฝีปากก็แสยะยิ้มอย่างเหยียดหยัน “คุณโทคุงาวะอย่าได้พูดเช่นนั้น? สองคนนี้เป็นใครก็ไม่รู้ ผมก็ไม่สะดวกที่จะแสดงตัว ได้โปรดเข้าใจผมด้วย..” ใบหน้าของคนแซ่เฉินยังคงยิ้ม และโทคุงาวะก็ได้แต่พยักหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า “เอาล่ะ.. ในเมื่อพวกคุณทั้งหมดก็เป็นคนจีนเหมือนกัน ส่วนคุณในฐานะตัวแทนของตระกูลเฉิน ผมจะยกเรื่องนี้ให้คุณจัดการก็แล้วกัน!” โทคุงาวะไม่ลังเลที่จะปัดความรับผิดชอบทั้งหมดให้กับคนตระกูลเฉิน และการกระทำของโทคุงาวะนั้น ก็เท่ากับเป็นการดึงเอาตระกูลเฉินเข้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว มิสเตอร์เฉินที่ต้องการจะหลบหนี จึงได้แต่ต้องหันมาเผชิญหน้ากับปัญหา ‘แกช่างกล้าพูดนัก..!’ มิสเตอร์เฉินได้แต่สบถอย่างขุ่นเคืองอยู่ในใจ แต่ใบหน้าของเขายังคงยิ้มเอาอกเอาใจอย่างทาสผู้ซื่อสัตย์ จากนั้นก็หันไปทางหลิงหยุนและตู้กู่โม่พร้อมกับยกมือขึ้นผสานกันด้วยความนอบน้อม “ไม่ทราบว่าท่านทั้งสองเป็นใคร มาจากตระกูลใหน หรือว่าสำนักใหนกัน?!” หลิงหยุนทำเสียงขึ้นจมูกพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เมื่อกี้ข้าก็บอกไปแล้ว เจ้าไม่ได้ยินรึยังไง? ผู้พิทักษ์เสินหนงเจี๋ยฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวา!” มิสเตอร์เฉินถึงกลับกลืนน้ำลายดังเอื๊อก แต่เขาก็ไม่ใส่ใจกับท่าทางของหลิงหยุน และยังคงพูดพร้อมกับหัวเราะว่า.. “ในเมื่อพวกท่านทั้งสองไม่ต้องการบอก.. ผมก็จะไม่ถาม! ส่วนผมมาจากตระกูลเฉิน หนึ่งในเจ็ดตระกูลที่ยิ่งใหญ่แห่งปักกิ่ง ผมชื่อเฉินเจี้ยนเหยิวน.. ขอให้ท่านทั้งสองเห็นแก่หน้าสกุลเฉินของเราจะได้หรือไม่..?” หลิงหยุนเองก็เคยได้ฟังเรื่องเจ็ดตระกูลใหญ่แห่งปักกิ่งจากปากเกาเฉินเฉินมาก่อนแล้ว เขาจึงรู้ว่าตระกูลเฉินก็เป็นหนึ่งในนั้น อีกทั้งยังได้ยินจากปากของโทคุงาวะก่อนหน้านี้ แต่เขาก็เพียงแค่ยิ้มและตอบกลับไปว่า “ตระกูลเฉินงั้นเหรอ? ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน! แต่ชื่อของเจ้านี่สิ.. ช่างอัปมงคลจริงๆ!” เมื่อเฉินเจี้ยนเหยิวนเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมไว้หน้า เขาเองก็รู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ฝืนพูดต่อว่า“ส่วนคนผู้นี้คือมิสเตอร์โทคุงาวะ เป็นทายาทของตระกูลโทคุงาวะที่ยิ่งใหญ่แห่งญี่ปุ่น หากท่านทั้งสองยอมลามือจากพวกเราทั้งคู่ในวันนี้ พวกเราทั้งสองตระกูลรับปากว่าจะตอบแทนพวกท่านด้วยทรัพย์สินเงินทองจำนวนมากมายมหาศาล..”เฉินเจี้ยนเหยิวนรีบเปลี่ยนกลยุทธ์มาเป็นการต่อรองทันที และยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจให้กับหลิงหยุนและตู้กู่โม่ตู้กู่โม่โกรธจนไม่สามารถทนรอให้หลิงหยุนพูดได้ เขาหยิบกระบี่ขึ้นมา และชี้ไปที่หน้าของเฉินเจี้ยนเหยิวน“เจ้าสุนัขรับใช้! มีความสุขอยู่บนทรัพย์สมบัติของพวกญี่ปุ่น? ข้าจะสังหารเจ้าด้วยกระบี่นี่ ดูซิว่าเจ้าจะยังมีความสุขอยู่อีกไม๊!”หลิงหยุนส่งสัญญาณให้ตู้กู่โม่ใจเย็นกว่านี้ เขายิ้มให้เฉินเจี้ยนเหยิวนแล้วพูดขึ้นว่า“คนสกุลเฉิน หากเจ้าบอกความจริงมาว่า เข้ามาในป่าลึกเสินหนงเจี๋ยแห่งนี้มีวัตถุประสงค์อะไรกันแน่? ข้าก็จะไว้ชีวิตเจ้า และจะปล่อยเจ้าไป!”เฉินเจี้ยนเหยิวนหันไปมองโทคุงาวะ ทาเคสุกะ แล้วจึงตอบอย่างไม่ลังเลว่า “ความจริงแล้ว.. พวกเรามาที่นี่เพื่อมาหาสิ่งของบางอย่าง แต่ก็ไม่พบ และพวกเราก็กำลังจะกลับออกจาเสินหนงเจี๋ย แล้วก็ยังไม่มีเป้าหมายที่อื่นอีก!”หลิงหยุนเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้ง แต่ก็แสร้งทำเป็นสนใจและถามขึ้นว่า “มาหาสิ่งของบางอย่างในเสินหนงเจี๋ยนี่งั้นรึ? พวกเจ้ามาหาอะไรกัน?”เมื่อเห็นว่าหลิงหยุนเริ่มยอมเจราจา โทคุงาวะก็รีบฉวยโอกาสนี้ต่อรองกับเขาทันที โทคุงาวะก้าวเท้าขึ้นไปด้านหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ฟังนะ.. ผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้าย พวกเรามาหาอะไรนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะในป่าเสินหนงเจี๋ยแห่งนี้มีเรื่องลี้ลับอยู่มากมาย แต่หลักๆที่พวกเราเข้ามาที่นี่ก็เพื่อการศึกษา.. พวกท่านดูคนพวกนั้นสิ!”โทคุงาวะยกมือขึ้นชี้ไปทางศพที่อยู่รอบๆกองไฟ แม้ในใจจะรู้สึกโกรธแค้นอย่างมาก แต่กลับแสร้งทำสีหน้าสงบนิ่ง..“คนพวกนั้นล้วนเป็นนักโบราณคดี เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางต่างๆ ส่วนพวกเราติดตามคนพวกนั้นมาที่นี่ ก็เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับพวกเขา!”หลิงหยุนและตู้กู่โม่ต่างก็ทำสีหน้ารังเกียจเมื่อได้ยินคำพูดไร้สาระของโทคุงาวะ หลิงหยุนส่ายหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ในเมื่อพวกเจ้าไม่ต้องการพูดความจริง ทุกอย่างก็จบ!”เมื่อหลิงหยุนเห็นว่าทั้งคู่ต่างก็ไม่มีใครยอมพูดเรื่องหม้อทองแดง หลิงหยุนจึงไม่ต้องการพูดอะไรต่ออีก และกำลังคิดหาหนทางให้ทั้งคู่ได้ไปเกิดใหม่ พร้อมกับคิดหาวิธีเจ็บๆให้พวกมันยอมพูดความจริง!หลิงหยุนได้หม้อทองแดงมาจากหุบเขาใกล้ๆนี้ แต่กลับหาฝาของมันไม่พบ ในใจก็นึกเสียดายอยู่แล้ว และเมื่อได้ยินคนพวกนี้พูดเรื่องฝา แน่นอนว่าในใจของเขาก็นึกอยากได้เช่นกันหลิงหยุนกระซิบบอกตู้กู่โม่ให้เล่นงานเฉินเจี้ยนเหยิวนบีบให้มันยอมพูดความจริงก่อน..หลิงหยุนไม่ต้องการเสียเวลาไปมากกว่านี้ เขาหันหน้าไปพร้อมกับใช้มังกรพรางร่างไปโผล่อยู่ตรงหน้าของโทคุงาวะ พร้อมกับยกกระบี่ในมือขึ้น!โทคุงาวะและเฉินเจิ้นเหยิวนเห็นหลิงหยุนที่จู่ๆก็มาโผล่อยู่ตรงหน้า โทคุงาวะไม่ได้หวาดกลัวมากนัก แต่เฉินเจี้ยนเหยิวนนั้นถึงกับขนหัวลุกแม้ว่าเฉินเจิ้นเหยิวนจะอยู่เพียงแค่ขั้นโฮ่วเทียน-7 แต่เทคนิคการเคลื่อนไหวของเขานั้นก็รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงเดี๋ยวเดียว เขาวิ่งหนีตู้กู่โม่ที่มีกำลังภายในเหนือกว่าได้หลายต่อหลายครั้งตู้กู่โม่มองเฉินเจี้ยนเหยิวนเป็นคนทรยศตั้งแต่แรกแล้ว เมื่อเห็นเฉินเจี้ยนเหยิวนหลบหนีได้อย่างไหลลื่น และใช้ต้นไม้ในป่าให้เป็นประโยชน์ต่อการหลบซ่อน ตู้กู่โม่จึงโมโหอย่างมาก..“ดูซิว่าคราวนี้เจ้าจะซ่อนอย่างไร?”ตู้กู่โม่จัดการฟันต้นไม้ใหญ่ทิ้งไปถึงสิบสองต้น และเฉินเจี้ยนเหยิวนก็ไม่สามารถซ่อนตัวได้อีกต่อไป ป่าดงดิบที่อยู่ห่างไกลออกไปนั้น เป็นภาพลวงตาที่เจ้าขาวปุยสร้างขึ้นมา เขาจึงไม่กล้าที่จะวิ่งเข้าไป และได้แต่วิ่งหลบไปหลบมาแต่ตู้กู่โม่กลับหงุดหงิดมากขึ้น ในขณะที่ต้นไม้ใหญ่ล้มลงอย่างง่ายดาย แต่เฉินเจิ้นเหยิวนกลับวิ่งไปซ่อนได้ และเขาก็จับตัวได้ยากขึ้น‘เหตุใดจึงได้ยากเย็นนักนะ?!’