ตอนที่ 53
ตอนที่ 356
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 356 บทที่ 356 : ล้างบางเมืองจิงฉู (5) – เหล่ากุ่ยปรากฏตัว หลิงหยุนไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยอมปรากฏตัวง่ายดายเช่นนี้ หนำซ้ำเมื่อปรากฏตัวแล้ว ก็รีบแนะนำตัวเองโดยที่หลิงหยุนยังไม่ทันได้ถาม เหล่ากุ่ยจ้องมองหลิงหยุนอย่างพินิจพิเคราะห์ และเพราะความมืดทำให้มองเห็นหลิงหยุนไม่ชัดเจนนัก เหล่ากุ่ยขยับขึ้นมาด้านหน้าอีกสองก้าว และในที่สุดเขาก็มองเห็นทุกอย่างชัดเจนขึ้น ดวงตาของเหล่ากุ่ยเป็นประกายสดใสราวกับได้พบสมบัติล้ำค่า แววตาของเขาในตอนนี้ ไม่ต่างจากแววตาของหนิงน้อยตอนที่ได้พบเห็นไข่มุกราตรีทั้งสิบแปดเม็ด ได้พบเห็นสมุนไพรเหอโชวูและโสมสองพันปี มันเป็นแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขและความตื่นเต้นดีใจ! แม้แต่หลิงหยุนเองยังอดที่จะงุนงงกับท่าทางของเหล่ากุ่ยไม่ได้ เขายกมือขึ้นเกาศรีษะพร้อมกับแอบคิดอยู่ในใจว่า ‘นี่ข้าหล่อเหลาจนเจ้าต้องจ้องเขม็งเช่นนี้เชียวรึ!?’ “พี่หยุน.. นี่ใครกัน?” ถังเมิ่งมองเห็นการเคลื่อนไหวของเหล่ากุ่ยที่ดูเหมือนจะเหนือกว่ายอดฝีมือทั้งสามคนที่เขาพบในคืนนั้น เขาจึงคิดว่านี่อาจจะเป็นผู้ช่วยที่หลิงหยุนพูดถึงก็ได้ หลิงหยุนมองถังเมิ่งที่ถามขึ้นพร้อมกับตอบไปว่า “นายถามฉัน.. แล้วจะให้ฉันไปถามใคร?” จากนั้นหลิงหยุนก็เดินตรงเข้าไปหาเหล่ากุ่ยพร้อมกับประสานมือเข้าด้วยกัน เขายิ้มให้เหล่ากุ่ยพร้อมกับพูดขึ้นว่า “เหล่ากุ่ย.. อาวุโสสะกดรอยตามข้ามา ไม่ทราบท่านมีสิ่งใดต้องการชี้แนะข้าหรือไม่?” เหล่ากุ่ยไม่มีสนใจที่จะตอบคำถามของหลิงหยุน เขาเอาแต่ยิ้มพร้อมกับจ้องมองหลิงหยุนด้วยใจที่ตื่นเต้น และได้แต่พึมพำกับตัวเองในใจ ‘ใช่แล้ว.. รอยยิ้มแบบนี้ช่างเหมือนนัก จริงอย่างที่หลิงห่าวพูด ไม่จำเป็นต้องตรวจดีเอ็นเอเลย! แค่เห็นหน้าก็รู้แล้วว่าเป็นลูกของคุณชายสาม!’ เหล่ากุ่ยก็คือคนที่หลิงลี่สั่งให้มาพาหลิงหยุนกลับไปบ้านตระกูลหลิงนั่นเอง! เหล่ากุ่ยมาถึงเมืองจิงฉูตั้งแต่คืนวันจันทร์ ทันทีที่มาถึง เขาก็ใช้ช่องทางต่างๆเพื่อสืบข่าวคราวของหลิงหยุน และในที่สุดก็พบว่าข้อมูลของหลิงห่าวนั้นเป็นจริงทั้งหมด เขามั่นใจทันทีว่าหลิงหยุนก็คือลูกของคุณชายสามแห่งตระกูลหลิงอย่างแน่นอน! แต่ในเวลานั้นหลิงหยุนได้หายตัวไป ไม่มีใครสามารถติดต่อเขาได้ ทุกคนต่างก็พากันออกตามหาหลิงหยุน แม้แต่เหล่ากุ่ยเองก็ได้ออกตามหาเขาอยู่อย่างลับๆด้วยเช่นกัน ผ่านไปราวห้าหกวัน.. เพื่อนๆของหลิงหยุนและคนอื่นๆต่างก็พากันหมดหวัง แต่เหล่ากุ่ยกลับยังคงออกตามหาอย่างไม่ย่อท้อ และคอยสังเกตุการณ์อยู่อย่างเงียบๆ อีกทั้งยังคอยตามคุ้มครองหนิงหลิงยู่อยู่ลับๆด้วย จากการสำรวจอย่างลึกซึ้งและละเอียดละออของเหล่ากุ่ย เขาจึงค้นพบว่าเหตุการณ์ใหญ่ๆหลายเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองจิงฉูนั้น ล้วนเกี่ยวข้องกับเด็กหนุ่มที่ชื่อหลิงหยุนทั้งสิ้น!แน่นอนว่าเหล่ากุ่ยต้องรู้สึกตกใจอย่างที่สุด! เพราะแม้แต่ซันเทียนเปียวก็เดินทางมาที่เมืองจิงฉูเพื่อมาจัดการกับหลิงหยุนด้วยตัวเองเช่นกัน!เนื่องจากเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับหลิงหยุนนั้นค่อนข้างร้ายแรงและพัวพันกับหลายฝ่าย อีกทั้งยังไม่รู้แน่ชัดว่าฝ่ายใหนเป็นผู้ที่สร้างปัญหากันแน่ เหล่ากุ่ยจึงเลือกที่จะไม่เปิดเผยฐานะของตนเอง แต่ในเมื่อหนิงหลิงยู่เป็นน้องสาวตามกฏหมายของหลิงหยุน เป็นลูกสาวแม่ของแม่บุญธรรมที่ตอนนี้ก็หายตัวไปด้วยเช่นกัน สามวันมานี้ เขาจึงต้องแอบอยู่แถวอพาร์เมนท์เพื่อคอยคุ้มครองความปลอดภัยให้กับเธอจนกระทั่งวันนี้ หลิงหยุนที่หายตัวไปหกวันเต็มๆก็กลับมา! เหล่ากุ่ยจึงรู้สึกมีความสุขอย่างมาก และไม่ต้องการที่จะหลบๆซ่อนๆอีกส่วนตัวแล้วเหล่ากุ่ยเองก็ชื่นชอบหลิงหยุนอย่างมาก อาจจะเป็นเพราะความรักและความผูกพันที่เขาเองมีต่อตระกูลหลิงก็เป็นได้ อีกอย่างตัวเขาเองก็มีความสนิทสนมอย่างมากกับหลิงเสี่ยวซึ่งเป็นพ่อแท้ๆของหลิงหยุน เช่นนี้แล้วจะไม่ให้เหล่ากุ่ยดีใจอย่างสุดซึ่งได้อย่างไร?เหตุผลอีกข้อหนึ่งก็คือ.. เหล่ากุ่ยพบว่าหลิงหยุนเป็นผู้ที่ฝึกฝนวิทยายุทธเช่นกัน เขาเห็นหลิงหยุนใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นไปบนห้อง เหล่ากุ่ยรู้สึกมีความสุขอย่างมาก เพราะจากวิชาตัวเบาของหลิงหยุนนั้น เขาพอจะเดาได้ว่ากำลังภายในของหลิงหยุนนั้นน่าจะอยู่ในขั้นโฮ่วเทียน-5แล้ว!ยิ่งไปกว่านั้น ภายในอพาร์เมนท์ของหลิงหยุนก็มีเด็กสาวคนหนึ่งนอนป่วยเพราะถูกพิษร้ายแรง ผ่านมาสามวันแล้ว.. ก็ยังไม่มีใครรักษาได้! แต่หลิงหยุนกลับมาได้เพียงไม่นาน เด็กสาวคนนั้นก็สามารถพูดได้ หัวเราะได้ และเดินเหินได้ราวกับไม่เคยถูกพิษมาก่อน เช่นนี้แล้วจะมีความหมายเป็นอื่นไปได้อย่างไรกัน?นอกเหนือจากว่า.. หลิงหยุนนั้นเป็นผู้ที่มีทักษะทางด้านการแพทย์ที่ลึกล้ำอย่างยิ่ง!นี่.. นี่ไม่ใช่เพราะสวรรค์มีตาหรอกหรือ? เหล่ากุ่ยเฝ้าติดตามหลิงหยุนมาถึงที่นี่ด้วยความตื่นเต้น!“นาย.. เอ่อ.. หลิงหยุน! เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าแอบอยู่หลังต้นไม้?” เหล่ากุ่ยถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น และเกือบจะพลั้งปากเรียกหลิงหยุนว่านายน้อยออกไปหลิงหยุนยิ้มสดใสพร้อมกับตอบไปว่า “เหล่ากุ่ย.. ทำไมท่านถึงรู้ว่าข้าชื่อหลิงหยุน?”เหล่ากุ่ยถึงกับอึ้งและอดคิดไม่ได้ว่า ‘บุคลิคท่าทางของเด็กคนนี้ช่างห้าวหาญนัก! ขนาดข้าซึ่งเป็นถึงยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนยืนอยู่ตรงหน้า ยังกล้าพูดจากับข้าเช่นนี้!’‘บุคลิคท่าทางแบบนี้ช่างเหมือนกับแม่ของเขานัก! ไม่เพียงดวงตา อีกทั้งบุคลิกที่ยากจะอธิบายนี้ก็ยิ่งคล้ายคลึงนัก!’แต่เมื่อนึกถึงแม่แท้ๆของหลิงหยุน เหล่ากุ่ยก็ได้แต่แอบถอนใจ แล้วอธิบายว่า “ข้าก็เรียกตามที่เพื่อนของเจ้าเรียก..”เหล่ากุ่ยพูดพร้อมกับชี้ไปที่รถเฟอรารี่..หลิงหยุนหัวเราะพร้อมกับพูดว่า “ผิดไปแล้วอาวุโส.. ถังเมิ่งไม่เคยเรียกชื่อข้าเต็มๆเลยสักครั้ง เขาจะเรียกข้าว่าพี่หยุน.. อาวุโสรู้ได้ยังไงว่าข้าแซ่หลิง?”นี่เป็นคำถามสำคัญ! หลิงหยุนไม่รู้ว่าเหล่ากุ่ยเป็นใครมาจากใหน แต่เขาก็สัมผัสได้ว่าเหล่ากุ่ยไม่ได้ประสงค์ร้ายต่อเขาและคนอื่นๆ อีกทั้งยังแสดงออกว่าชื่นชอบและเมตตาเขาอย่างมาก หลิงหยุนเองก็ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้มากจนเกินไป แต่ที่ถามก็เพราะความอยากรู้เท่านั้นเองเหล่ากุ่ยอดคิดไม่ได้ว่า.. คุณชายน้อยช่างเป็นคนละเอียดและช่างสังเกตุยิ่งนัก! แม้แต่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆก็สามารถสังเกตุเห็นได้ เขาจึงยิ่งรู้สึกตื่นเต้นดีใจมากขึ้นไปอีก!แต่ในเมื่อถังเมิ่งปรากฏตัว.. เหล่ากุ่ยจึงไม่สามารถบอกวัตถุประสงค์ของเขาอย่างที่ตั้งใจได้ เขาจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง..