ตอนที่ 82
ตอนที่ 385
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 385 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 385 : เข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-5! หลิงหยุนซัดยันต์ทั้งสองแผ่นออกไปด้านนอกพร้อมกัน เพื่อต้องการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของยันต์ทั้งคู่ แต่เมื่อยันต์ทั้งสองแผ่นกลายเป็นลูกไฟ กลับทำให้หลิงหยุนประหลาดใจอย่างมาก! ยันต์อัคนีที่เขียนด้วยพู่กันจักรพรรพินั้น ยังคงมีขนาดเท่าลูกบาสเก็ตบอล และเปลวไฟเป็นสีแดง ส่วนยันต์อัคนีที่หลิงหยุนเพิ่งเขียนขึ้นมานั้น ขนาดของลูกไฟนั้นเล็กกว่านิดหน่อย เพราะมีขนาดเท่ากับลูกฟุตบอล แต่สีของเปลวไฟนั้นกลับแตกต่าง เพราะในเปลวไฟสีแดงนั้น ที่ปลายของเปลวไฟกลับเป็นสีฟ้าอ่อน เปลวไฟที่มีสีฟ้าอ่อนนั้นเป็นเปลวไฟของยันต์อัคนีในระดับสอง และถ้าเปลวไฟทั้งหมดเป็นสีฟ้าอ่อน ย่อมหมายความว่าหลิงหยุนสามารถปลุกเสกยันต์อัคนีระดับสองได้แล้ว! “พี่หยุน.. มีอะไรผิดพลาดรึเปล่า? ยันต์ที่พี่เขียนขึ้นใหม่ทำไมลูกเล็กลง..” ถังเมิ่งเห็นหลิงหยุนจ้องมองลูกไฟที่มีขนาดเล็กลง แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น จึงได้แต่สงสัย?! ครึ่งนาทีต่อมา ยันต์อัคนีที่เขียนด้วยพู่กันจักรพรรดิก็เริ่มดับลง แต่ยันต์ที่หลิงหยุนเพิ่งเขียนขึ้นมาใหม่นั้น ยังคงสว่างไสวต่ออีกราวสิบวินาทีจึงค่อยดับลง หลิงหยุนหันไปพูดกับถังเมิ่งและตี้เสี่ยอู๋ว่า “พวกนายคงจะงงแล้วก็ไม่เข้าใจสินะ.. สำหรับไฟนั้น.. ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่มีขนาดใหญ่หรือเล็ก แต่อยู่ที่ระยะเวลาในการเผาไหม้ และความร้อนของไฟต่างหาก ยิ่งเผาไหม้ได้นานมากเท่าไหร่ และมีความร้อนที่สูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!” “แม้เปลวไฟสีฟ้านั่นจะลูกเล็กกว่า แต่ความร้อนของมันนั้นกลับสูงกว่าลูกไฟสีแดงถึงสองเท่า ถ้าปาไปโดนแขนของพวกนายแล้วล่ะก็ รับรองได้ว่าแขนของพวกนายคงต้องกลายเป็นรูขนาดใหญ่และลึกเข้าไปจนถึงกระดูกแน่นอน!” ถังเมิ่งถึงกับร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ “นี่.. ประสิทธิภาพของมันร้ายกาจแบบนั้นเลยเหรอ?!” หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับพยักหน้า “แน่นอน.. ลองคิดดูนะว่าระหว่างที่ต่อสู้กันอยู่ แค่ศัตรูของนายโดนยันต์ที่เผาไหม้ได้เพียงแค่ผิวหนัง พวกมันก็เจ็บปวดจนไม่มีกะจิตกะใจจะสู้กับนายแล้ว แต่ถ้าโดนยันต์ที่สามารถเผาเข้าไปถึงกระดูกได้แล้วล่ะก็ นายคิดว่าศัตรูของนายจะเป็นยังไง?!” หลิงหยุนอธิบายให้ทั้งสองคนฟังอย่างพออกพอใจในผลงานของตนเอง ตอนนี้หลิงหยุนกำลังใคร่ครวญอยู่ว่า เพราะเหตุใดยันต์ที่เขียนด้วยพู่กันธรรมดาจึงได้มีประสิทธิภาพรุนแรงกว่ายันต์ที่เขียนด้วยพู่กันจักรพรรดิ! เหตุผลหลักเลยก็คือระดับขั้นของกำลังภายในที่พัฒนาขึ้นมากของหลิงหยุน หากตอนนี้กำลังภายในของเขาอยู่เพียงแค่ระดับสูงสุดของขั้นปรับร่างกาย-3 เขาก็คงจะไม่สามารถถ่ายเทพลังชีวิตจากร่างกายผ่านพู่กันขนหมาป่าลงไปในยันต์อัคนีได้ แต่ตอนนี้กำลังภายในของหลิงหยุนอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นปรับร่างกาย-4แล้ว และต่อให้ตอนนี้ในมือของเขาเป็นกิ่งไม้ที่ตายแล้ว หรือใบไม้ที่เขียวสด เขาก็สามารถที่จะถ่ายเทพลังชีวิตในร่างกายออกไปได้! เดิมทีนั้น.. พู่กันจักรพรรดิจดจำว่าหลิงหยุนคือเจ้านายของมัน และยอมให้หลิงหยุนใช้มันถ่ายเทพลังชีวิตลงไปในยันต์ แต่ตอนนี้ ด้วยพู่กันขนหมาป่าธรรมดาๆ หลิงหยุนก็สามารถปลุกเสกยันต์ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิมเล็กน้อยได้ ก็เพราะนอกเหนือจากระดับกำลังภายในที่เพิ่มขึ้นของหลิงหยุน ก็ยังมีปัจจัยอย่างอื่นอีกมีเหตุผลหลายข้อว่าเพราะเหตุใดหลิงหยุนจึงต้องใช้วัตถุดิบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษเขียนยันต์ หมึก และสมุนไพรที่เก็บไว้ในห้องเก็บของภายในบ้าน อีกทั้งยังใช้เลือดสุนัขทั้งสี่ตัวที่อยู่ในสวนหลิงหยุนได้จัดการเปลี่ยนบ้านเลขที่ -1 ของเขาให้กลายเป็นหลุมพลัง และด้วยพลังชีวิตที่เข้มขนภายในบ้านของเขานั้น ทำให้สัตว์และต้นไม้ใบหญ้าต่างๆที่อยู่ภายในบ้าน ได้รับการชำระล้างด้วยพลังชีวิตอยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืน สัตว์ต่างๆและต้นไม้ใบหญ้าเหล่านั้น จึงเต็มไปด้วยพลังชีวิตมากกว่าสิ่งอื่นที่อยู่นอกบ้าน!ทั้งสมุนไพร และเลือดของสุนัขทั้งสี่ตัวที่อยู่ในบ้านของหลิงหยุน ล้วนมีพลังชีวิตปะปนอยู่ ดังนั้นกระดาษเขียนยันต์และหมึกเขียนยันต์ที่ทำขึ้นจากวัตถุดิบเหล่านี้ ยังไงก็ต้องดีกว่ากระดาษและหมึกที่เขาทำก่อนหน้านี้จึงสรุปได้ว่าสาเหตุที่ยันต์อัคนีที่หลิงหยุนเพิ่งเขียนขึ้นนั้นมีประสิทธิภาพที่รุนแรงกว่า ก็เพราะระดับกำลังภายในที่เพิ่มมากขึ้น และวัตถุดิบอย่างกระดาษและหมึกที่มีคุณภาพดีกว่านั้นเองแต่นี่เป็นยันต์ที่หลิงหยุนเพียงแค่เขียนขึ้นมาเพื่อทดลองเปรียบเทียบประสิทธิภาพเท่านั้น เขายังไม่ได้ผสมสมบัติล้ำค่าอย่างโสมพันปีที่อยู่ในแหวนพื้นที่ลงไปด้วย หากเขาผสมมันลงไปในระหว่างทำหมึกแล้วล่ะก็ ประสิทธิภาพของมันก็จะยิ่งรุนแรงกว่านี้หลายเท่าในเมื่อยันต์อัคนีที่เขาเขียนขึ้นมาใหม่นั้น มีประสิทธิภาพที่รุนแรงขึ้น หลิงหยุนจึงเชื่อว่ายันต์บำบัดของเขาก็ต้องมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน!“เอาล่ะ.. เริ่มปลุกเสกยันต์กันได้แล้ว!”หลิงหยุนเดินไปที่ห้องนั่งเล่นด้วยความตื่นเต้น และพร้อมมากสำหรับการลงมือเขียนยันต์ แต่ก่อนที่จะเริ่มลงมือนั้น เขาก็สั่งถังเมิ่งให้ออกไปหาซื้อชุดดำมาสองสามชุด“ชุดดำงั้นเหรอ?” ถังเมิ่งกำลังงงว่าหลิงหยุนจะเอาชุดดำไปทำไมหลิงหยุนตอบยิ้มๆ “ใช่.. ถ้ามีผ้าปิดหน้าด้วยก็ยิ่งดี ส่วนรองเท้านั้น ดูเหมือนพวกเราจะตัวเท่าๆกัน นายก็ซื้อไซส์ของนายมาเลยก็แล้วกัน”พูดจบหลิงหยุนก็ยกมือขึ้นชี้ไปที่ลานบ้านที่ตู้กู่โม่กำลังนั่งขัดสมาธิเดินลมปราณอยู่ “แล้วช่วยหาซื้อเสื้อคลุมแบบที่เขาใส่มาด้วย..”หลิงหยุนกำลังจัดเตรียมชุดที่เหมาะสำหรับภารกิจในคืนนี้ให้กับเหล่ากุ่ยและตู้กู่โม่ นั่นก็คือชุดที่เหมาะกับการต่อสู้..“พี่หยุน.. แล้วฉันจะไปหาซื้อเสื้อคลุมแบบนั้นได้ที่ใหน..” ถังเมิ่งไม่เคยพบเห็นเสื้อสไตล์นี้ในร้านเสื้อที่ใหนมาก่อนเลยแต่หลิงหยุนกลับไม่สนใจถังเมิ่ง เขาเริ่มลงมือเขียนยันต์บำบัดทันทีเมื่อเห็นถังเมิ่งกำลังตาอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก ตี้เสี่ยวอู๋ก็ยิ้มให้พร้อมกับพูดขึ้นว่า “ให้ฉันช่วยไม๊..”ตี้เสี่ยวอู่อยู่กับแก๊งมังกรเขียวมาหลายปี และชอบการต่อสู้เป็นที่สุด และมีความสนใจในเรื่องพวกนี้มากกว่าถังเมิ่งที่เป็นเพียงแค่หนุ่มเจ้าสำราญหลิงหยุนเขียนยันต์บำบัดจำนวนสิบกว่าแผ่นเสร็จภายในเวลาสามนาที จากนั้นก็หันมาพูดกับตี้เสี่ยวอู๋ว่า“นายไปกับถังเมิ่ง.. ถ้าพวกนายชอบก็ซื้อให้ตัวเองด้วย แต่ก่อนจะไป นายสองคนเอายันต์นี่ไปจัดการรักษาบาดแผลให้กับสุนัขทั้งสี่ตัวก่อน”