ตอนที่ 81
ตอนที่ 384
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 384 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 384 : รักษาเหล่ากุ่ย บ้านเลขที่-1 หลังนี้ มีเนื้อที่ทั้งหมดสีพันแปดร้อยตารางเมตร และตัวบ้านนั้นเป็นบ้านสองชั้น มีพื้นที่ใช้สอยกว่าหนึ่งพันสามร้อยตารางเมตร กว้างสามสิบเมตร และยาวสี่สิบเมตร ห้องที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของชั้นล่างก็คือห้องนั่งเล่นที่ใหญ่โตถึงสี่ร้อยตารางเมตร นอกนั้นก็จะเป็นห้องครัวที่ค่อนข้างกว้างใหญ่ ห้องทานข้าวที่สว่างสดใส ห้องน้ำที่ใหญ่โตหรูหรา ห้องหนังสือ ห้องออกกำลังกาย และห้องพักสำหรับแขกเหรื่อ ห้องหนังสือและห้องออกกำลังกายของหลิงหยุนนั้นแยกเป็นสัดส่วนกับห้องนั่งเล่น เรียกได้ว่าอยู่กันคนละฟากของตัวบ้านก็ว่าได้ แต่ห้องหนังสือของหลิงหยุนที่ว่ากว้างใหญ่ถึงหนึ่งร้อยตารางเมตรนั้น ยังเทียบกับห้องออกกำลังกายของเขาไม่ได้ เพราะมีพื้นที่กว้างใหญ่มากถึงสองร้อยตารางเมตร สระว่ายน้ำภายในบ้านนั้นไม่ได้อยู่ชั้นล่าง แต่อยู่ตรงหัวมุมชั้นสองของบ้าน และหันหน้ารับแสงอาทิตย์ ตำแหน่งเดียวกันกับห้องออกกำลังกายที่อยู่ด้านล่างพอดี จึงมีบันได้จากห้องยิมตรงขึ้นไปที่สระว่ายน้ำได้โดยตรง ขนาดของสระว่ายน้ำนั้นก็ไม่ได้เล็กเลย เพราะยาวถึงสิบห้าเมตรและกว้างกว่าสิบเมตร ต่อให้คนลงไปเล่นน้ำพร้อมกันเป็นสิบคน ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าบ้านหลังนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และมีความสุขเป็นพิเศษเมื่ออยู่ที่บ้าน จินตนาการดูว่าหากเราได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่โต ที่ตื่นเช้าขึ้นมาก็สามารถออกกำลังกายที่บ้านได้เลย เสร็จแล้วก็สามารถเดินขึ้นไปว่ายน้ำที่ชั้นสอง และรับแสงแดดยามเช้าที่สดชื่นได้อีก.. เราจะมีความสุขมากเพียงใด? แต่หากคิดว่าสระว่ายน้ำภายในบ้านนั้นเล็กเกินไป ด้านนอกตัวบ้านก็ยังมีสระว่ายน้ำทรงน้ำเต้าขนาดสี่ร้อยตารางเมตรอีกหนึ่งสระ ที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ดอกไม้ และเพราะตั้งอยู่กลางแจ้งจึงสามารถมองเห็นท้องฟ้าสีคราม และเมฆขาวได้อย่างชัดเจน ที่ชั้นล่างของบ้านนั้น นอกเหนือจากห้องครัว ห้องทานอาหาร ห้องออกกำลังกาย และห้องหนังสือแล้ว ยังมีห้องพักสำหรับแขกขนาดแตกต่างกันอีกหลายห้อง แต่ละห้องก็มีเนื้อที่แตกต่างกันไป และห้องที่เล็กที่สุดนั้นก็มีพื้นที่ราวห้าสิบตารางเมตร การตกแต่งของแต่ละห้องก็ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะ เห็นได้ชัดว่าผู้ที่ออกแบบบ้านนั้นได้ใคร่ครวญถึงผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง เพราะหลังจากยอมควักเงินหลายสิบล้านเพื่อซื้อบ้านหลังนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฝูงหรือแขกเหรื่อ ก็จะสามารถแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนเจ้าของบ้านพร้อมกับค้างคืนต่อได้อีกด้วย ส่วนด้านบนทั้งหมดนั้น ห้องที่ใหญ่ที่สุดก็คือห้องที่หลิงหยุนเป็นผู้อยู่เอง ส่วนห้องอื่นๆชั้นสอง ก็เอาไว้สำหรับให้คนในครอบครัวของหลิงหยุนมาพักค้างด้วย อีกทั้งภายในบ้านยังมีระบบน้ำ ระบบแอร์ และระบบเครื่องทำความร้อนทั่วทั้งหลัง บ้านหลังนี้ถูกออกแบบมาให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใกล้ชิด และเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติให้มากที่สุด และมีผลต่อจิตใจของผู้อยู่อาศัย อีกทั้งยังเงียบสงบและเหมาะสำหรับการพักผ่อน และสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตกได้จากที่บ้าน ด้วยบรรยากาศที่เรียบร่าย สัมผัสจากแสงอาทิตย์ ต้นไม้ ใบหญ้า และน้ำค้าง ทำให้รับรู้ได้ถึงอิสระที่แท้จริงแต่เพราะบ้านหลังนี้ใหญ่โตเกินไป และหลิงหยุนก็ให้เวลาถังเมิ่งน้อยมาก อีกทั้งบ้านหลังนี้ก็ถูกยึดและสั่งปิดนานถึงห้าวัน ดังนั้นการตกแต่งจึงยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และยังต้องเก็บรายละเอียดอีกมากแต่ถึงอย่างนั้น.. ทันทีที่หลิงหยุนพาเหล่ากุ่ยเข้าไปในบ้าน เขากลับมีสีหน้าที่พึงพอใจอย่างมากประตู และม่านหน้าต่างให้บรรยากาศของความเป็นผู้ดี เฟอร์นิเจอร์สีสันสว่างสดใสให้ความรู้สึกที่สะดวกสบายและหรูหรา ดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้าที่ประดับประดาก็ให้ความรู้สึกที่โรแมนติคและอบอุ่น และการตกแต่งภายในนั้นก็ดูเป็นหนึ่งเดียว และเข้ากันกับบรรยากาศของสวนนอกบ้าน ให้ความรู้สึกที่สงบและเป็นธรรมชาติ“ว้าว! สวยงามมาก!”หลิงหยุนเหลือบมองห้องนั่งเล่นพร้อมกับพยักหน้า และอุทานออกมาอย่างชอบใจ จากนั้นก็หันไปร้องสั่งถังเมิ่งที่เดินตามมา“เปิดห้องให้ฉันกับเหล่ากุ่ย..”ถังเมิ่งเดินนำหลิงหยุนกับเหล่ากุ่ยไปที่ห้องนอนด้านล่าง และเลิกสนใจตี้เสี่ยวอู๋ที่กำลังกรีดเลือดจากสุนัขดำตัวใหญ่“พ่อหนุ่ม.. เธอนี่ไม่เลวเลยนะ มีบ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้เชียวรึ..” เหล่ากุ่ยเอ่ยขึ้นหลังจากเข้ามาในบ้าน และสอดส่ายสายตาสำรวจอยู่ครู่ใหญ่หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับตอบไปว่า “ก็แค่เป็นที่สำหรับซุกหัวนอนเท่านั้นล่ะครับ ต่อให้เป็นบ้านหลังใหญ่แค่ใหน คนเราก็ใช้พื้นที่ในการนอนเพียงแค่ไม่กี่ฟุต ขอบอกตามตรงบ้านหลังนี้ซื้อมาเพื่อวัตถุประสงค์ในการฝึกฝน เพราะเป็นทำเลที่เงียบสงบและอยู่ห่างไกลจากผู้คน”ขณะที่หลิงหยุนพูดประโยคนี้ เหล่ากุ่ยก็ได้แอบมองแววตาของหลิงหยุน และพบว่าสายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความสงบนิ่งและสงบสุขฉายออกมา ไม่มีร่องรอยของความเจ็บปวดอย่างคนยากจน และไม่มีร่องรอยของความหยิ่งจองหองอย่างคนร่ำรวย เหล่ากุ่ยได้แต่แอบพอใจอยู่เงียบๆหลิงหยุนยังคงต้องทำยันต์ต่อในคืนนี้ เขาจึงรีบบอกกับเหล่ากุ่ยว่า “เหล่ากุ่ย.. ข้าวินิจฉัยอาการของท่านได้ถูกต้องใช่ไม๊? ท่านได้รับบาดเจ็บภายในสาหัสมาเป็นเวลานาน ทำให้จุดตันเถียนและเส้นลมปราณเสียหาย แม้จะได้รับการดูแลรักษาอย่างดีมาเป็นเวลานาน และอาการบาดเจ็บได้ทุเลาลง แต่ความเสียหายของจุดตันเถียนและเส้นลมปราณล้วนยังคงอยู่ ทำให้มีผลอย่างใหญ่หลวงต่อการฝึกฝนของท่านใช่หรือไม่?”“นี่พ่อหนุ่ม.. จุดอ่อนในร่างกายของข้า ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนก็ยังยากที่จะดูออก แล้วเจ้าที่ยังเด็กนักรู้ได้ยังไงกัน?!” เหล่ากุ่ยร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด“สำนักหมอสวรรค์!”หลิงหยุนตอบเพียงแค่สั้นๆ เขาได้ตัดสินใจแล้วว่า จากนี้ไปไม่ว่าใครก็ตามที่ถามเขาเรื่องนี้ เขาก็จะพูดเพียงคำว่า – สำนักหมอสวรรค์เท่านั้น!“ข้าเคยได้ยินแต่สำนักหมอหุบเขาเทวะ แต่ไม่เคยได้ยินชื่อสำนักหมอสวรรค์เลย..”เหล่ากุ่ยพึมพำพร้อมกับขมวดคิ้วเข้าหากัน เขาครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่นาน และจำได้ว่าตั้งแต่ฝึกวรยุทธมาก็ไม่เคยได้ยินชื่อสำนักนี้มาก่อนหลิงหยุนมองแววตาที่ครุ่นคิดของเหล่ากุ่ยแล้วก็ได้แต่ยิ้ม “เหล่ากุ่ย.. บ่ายนี้ข้ามีบางอย่างต้องทำต่อ ให้ข้ารีบรักษาอาการบาดเจ็บของท่านก่อนเถอะนะ?”