ตอนที่ 80
ตอนที่ 383
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 383 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 383 : เตรียมตัวตาย! มาถึงเวลานี้.. ทั้งหลิงหยุนและตระกูลซันต่างก็ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง ไม่มีทางที่จะอยู่ร่วมโลกกันได้ หลิงหยุนตัดสินใจที่จะไปช่วยเฉิงเม่ยเฟิงและคนในครอบครัวของเธอภายในคืนนี้ ดังนั้น การตัดสินใจบุกเข้าตระกูลซันในคืนนี้ สำหรับหลิงหยุนแล้วมีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือ.. สังหารคนในตระกูลซันให้สิ้นซากไปจากจิงฉู ตู้กู่โมยิ้มพร้อมกับตอบไปว่า “ตราบใดที่การสังหารไม่ได้เกิดขึ้นต่อหน้าประชาชนคนธรรมดา ข้าก็ไม่มีปัญหาอะไรที่จะตามเจ้าไปร่วมสังฆกรรมด้วย!” ไม่นาน.. ทั้งตี้เสี่ยวอู๋กับถังเมิ่งต่างก็ตามมาถึงที่หน้าทางเข้าหมู่บ้านหลินเจียง และตามมาด้วยเหลียงเฟิงอี้กับฉางหลิง พร้อมด้วยนักข่าวสาวคนสวยที่ชื่อซูหลิงเฟย ทันทีที่มาถึงทางเข้าหมู่บ้าน ฉางหลิงก็แทบจะพุ่งตรงเข้าไปหาอ้อมแขนของหลิงหยุน แต่เมื่อเห็นถังเมิ่งกับตี้เสี่ยวอู๋ยืนขยาบข้างหลิงหยุนอยู่ เธอก็ได้แต่ชะงักพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มแดง “หลิงหยุน.. แล้วนี่นายจะไปใหนต่อ?” ฉางหลิงกระซิบถามหลิงหยุนพร้อมกับก้มหน้าลงอย่างเอียงอาย หลิงหยุนหัวเราะพร้อมกับยกนิ้วชี้เข้ามาหาตัวเองและตอบกลับไปว่า “ตัวผมสกปรกแบบนี้ จะให้ไปใหนได้ล่ะ? ก็ต้องกลับบ้านไปอาบน้ำน่ะสิ!” ฉางหลิงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น และในใจอยากจะร้องบอกไปว่า ‘ฉันไปด้วย!’ แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าคงจะดูใม่เหมาะสม เธอจึงได้แต่กลืนคำพูดดังกล่าวกลับลงคอไป หลิงหยุนพูดต่อด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “เอาล่ะ.. พวกเรากลับเข้าเมืองกันก่อนดีกว่า ว่าแต่พวกคุณจะกลับยังไง?” หลิงหยุนถามฉางหลิง แต่กลับส่งสายตาไปทางเหลียงเฟิงอี้เป็นเชิงถาม “ฉางหลิง.. เธอกลับรถน้าเล็ก..” เหลียงเฟิงอี้ถึงกับอึ้งเมื่อเห็นสายตาของหลิงหยุน และรีบดึงฉางหลิงกลับมา ฉางหลิงต้องการไปรถคันเดียวกับหลิงหยุน แต่เธอสัมผัสได้ว่าตู้กู่โม่ที่มากับหลิงหยุนดูเหมือนจะมีท่าทางอึดอัด และตอนนี้เหลียงเฟิงอี้ก็ดึงตัวเธอไปแล้ว จึงได้แต่ร้องบอกหลิงหยุนว่า “นายอย่าลืมเปิดโทรศัพท์มือถือไว้ล่ะ!” เมื่อเช้านี้หลิงหยุนไม่ได้หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาด้วย หากเขายังขืนไม่เปิดโทรศัพท์อีก หนิงหลิงยู่และเสี่ยวเม่ยหนิงอาจจะเป็นห่วง และคิดว่าเขาเป็นอะไรไปอีกแน่ หลิงหยุนไม่ต้องการให้ทั้งคู่ต้องเป็นกังวลในตัวเขาอีก ฉางหลิงเดินขึ้นรถของเหลียงเฟิงอี้ไป ส่วนเหลียงเฟิงอี้ก็จ้องมองหลิงหยุนอย่างครุ่นคิดก่อนที่จะตามเข้าไปนั่งและสตาร์ทรถ หลายสิ่งหลายอย่างเริ่มซับซ้อน และเริ่มมีเรื่องราวมากมาย หลิงหยุนได้แต่ครุ่นคิด แล้วจึงหันกลับไปสั่งถังเมิ่งให้ออกรถ “พี่หยุน.. เมื่อครู่มีนักข่าวมากมาย ทำไมพี่ถึงไม่ให้ฉันเปิดคลิปคำสารภาพของกู่เหลียนซันล่ะ?” ถังเมิ่งถามขึ้นทันทีที่หลิงหยุนเข้ามาในรถ หลิงหยุนที่นั่งอยู่เบาะหลังคู่กับตู้กู่โม่ตอบกลับไปเสียงเบา “มันก็เป็นแค่คลิปที่บันทึกคำสารภาพ คลิปนั่นคงจะไม่สามารถทำอะไรหลัวจ้งได้มากนัก และต่อให้บรรดานักข่าวได้ยิน พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะนำไปออกอากาศอยู่ดี” “ไว้รอให้จัดการถล่มตระกูลซันเสร็จก่อน ถึงตอนนั้นค่อยเอาคลิปคำสารภาพนี่ให้พ่อของนายกับลุงหลี่ ฉันเชื่อว่าหากทั้งคู่ได้คลิปเสียงนี่ไป พวกเขาก็คงจะมีวิธีการจัดการกับหลัวจ้งได้อย่างแน่นอน!” เมื่อถังเมิ่งได้ฟังคำอธิบายจากปากของหลิงหยุน เขาก็ได้แต่นึกในใจว่า ‘สมกับเป็นลูกพี่.. คิดได้เหนือกว่าฉันหนึ่งขั้นเสมอ!’ “โอ้โหพี่หยุน.. นายนี่โคตรมหัศจรรย์เลย! รับรองได้ว่าถ้าพ่อของฉันกับลุงหลี่กลับคืนตำแหน่งได้เมื่อไหร่ พวกเขาต้องมีวิธีที่จะกำจัดหลัวจ้งได้แน่ และหากการสอบสวนเริ่มขึ้นเมื่อไหร่แล้วล่ะก็ รับรองว่าทั้งสองคนต้องจัดหนักอย่างแน่นอน!”หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับสั่งถังเมิ่งให้ขับรถกลับไปที่อพาร์ทเมนท์ แล้วจึงถามต่อว่า “ถังเมิ่ง.. ตอนนี้บ้านทั้งสองหลังของฉันตกแต่งไปถึงใหนแล้ว?”ถังเมิ่งตอบกลับยิ้มๆ “พี่หยุน.. ก่อนที่จะเกิดเรื่องกับฉันและตี้เสี่ยวอู๋ บ้านทั้งสองหลังก็ตกแต่งเกือบเสร็จแล้วล่ะ ฉันใช้เงินไปเกือบสามสิบล้าน รับรองว่าพี่เห็นแล้วต้องพอใจมากแน่!”หลิงหยุนฟังถังเมิ่งพูดแล้วก็ได้แต่ปวดใจ จนถึงกับต้องร้องออกมาเสียงดัง “ถังเมิ่ง.. นี่นายใช้เงินไปเกือบสามสิบล้าน?! นั่นมันเงินฉันนะ!”ถังเมิ่งตอบกลับไปยิ้มๆ “ก็พี่ให้ฉันมาแปดล้านก่อน จากนั้นก็ให้อีกห้าล้าน หนิงน้อยให้มาอีกยี่สิบล้าน แต่ตอนตกแต่งบ้านเลขที่-1ของพี่น่ะสิ หนิงน้อยมาคุมด้วยตัวเองเลย ความจริงเธออยากใช้เงินตกแต่งมากกว่านี้ เพราะดูเหมือนจะยังไม่ค่อยพอใจ!”หลิงหยุนพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ อีกอย่างก็เป็นเงินของเธอเอง จากนั้นหลิงหยุนก็ถามต่อว่า“งั้นก็แสดงว่าบ้านฉันก็เข้าไปอยู่ได้แล้วสิ?”ถังเมิ่งและตี้เสี่ยวอู๋ต่างก็พยักหน้าพร้อมกันทั้งคู่ ถังเมิ่งพูดต่อว่า “แน่นอน.. ตอนนี้บ้านของพี่ตกแต่งใหม่จนเสร็จทุกห้องแล้ว..”หลิงหยุนจึงถามเรื่องรถแลนด์โรเวอร์ของเขาต่อ ถังเมิ่งตอบกลับมาว่าตอนนี้รถจอดอยู่ที่บ้านแม่ของเขาแล้ว หลิงหยุนจึงรู้สึกโล่งอก“แล้วเมื่อครู่จัดการไถเถียนป๋อเตามาได้เท่าไหร่ล่ะ?”“บ้านหลังที่สามหนึ่งกลังกับเงินในบัญชีอีกเก้าล้าน!” ถังเมิ่งตอบยิ้มๆหลิงหยุนพยักหน้าพร้อมกับคิดว่าไม่เลวเลย! จากนั้นก็สั่งตี้เสี่ยวอู๋และถังเมิ่งว่า“วันมะรืนค่อยไปจัดการสะสางบัญชีกับบริษัทชิงหยุนโปรดักชั่น ครั้งนี้ฉันไม่ปราณีพวกมันเหมือนครั้งที่แล้วแน่ ฉันต้องจัดการหวงเฟยหยางให้หนักกว่าครั้งแรกแน่!”ถังเมิ่งร้องออกมาอย่างตื่นเต้น “ไปสะสางกับบริษัทชิงหยุนโปรดักชั่นงั้นเหรอ.. เยี่ยมเลย!”หลิงหยุนพูดยิ้มๆ “เรามีเอกสารกู้ยืมที่มันทำไว้ครั้งที่แล้วใช่ไม๊? ครั้งนี้ฉันจะจัดการให้พวกมันชดใช้หนี้ตามเอกสารกู้ยืม ไม่ให้พลาดแม้แต่หยวนเดียวเลยล่ะ!”หลังจากจบเรื่องนี้ หลิงหยุนก็หันไปอบรมตี้เสี่ยวอู๋ “ตี้เสี่ยวอู๋.. นายนี่โง่ชะมัด! นายอยู่ในแก๊งมังกรเขียวมาตั้งหลายปี ทำไมยังปล่อยให้ตำรวจจับตัวไปได้อีก?”ตี้เสี่ยวอู๋เกาศรีษะพร้อมกับตอบไปว่า “พี่หยุน.. ตอนแรกฉันก็คิดจะหนี แต่กลัวว่ามันจะพัวพันไปถึงพี่ด้วย! ฉันกลัวว่าถ้าฉันหนีไป.. พอพี่กลับมาพวกมันจะไปจับพี่แทน”“อีกอย่าง.. ตอนที่พวกมันมาจับฉัน ก็มีตำรวจพร้อมอาวุธถึงยี่สิบนายล้อมตัวฉันไว้ แล้วพวกมันก็ใช้ปืนจี้จับตัวฉันไปโดยไม่สอบถามอะไรด้วยซ้ำ”หลิงหยุนได้แต่นิ่งฟังเงียบๆก่อนจะพูดต่อว่า “นั่นเพราะนายยังไม่เก่งพอ ถ้านายเก่งพอ คนพวกนั้นไม่มีทางทำอะไรได้? พวกมันจะไม่อยู่ในสายตาของนายแม้แต่น้อย!”ทำไมผู้ที่ฝึกวรยุทธและกำลังภายใน จึงไม่ควรแสดงตนต่อหน้าคนธรรมดา และไม่ควรใช้กำลังกับคนธรรมดา? หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่า.. เป็นเรื่องที่ไร้เหตุผลสิ้นดี!แม้แต่ตู้กู่โม่ที่พูดว่าจะไม่รังแกคนธรรมดาที่ไม่มีวรยุทธนั้น หากต้องเผชิญหน้ากับตำรวจพร้อมอาวุธครบมือที่จะเข้ามาจับกุมหรือยิงเขา หลิงหยุนก็ไม่เชื่อว่าตู้กู่โม่จะยอมอยู่นิ่งๆให้ตำรวจจับตัวไป!วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่หลัวจ้งพามาด้วยนั้นไม่สามารถยิงได้เพราะมีฝูงชนมุงดูอยู่เป็นจำนวนมาก และหลิงหยุนก็แสดงให้หลัวจ้งเห็นว่าเขามีความสามารถที่จะทำให้หลัวจ้งตายได้ในทันที ทำให้หลัววจ้งไม่กล้าใช้กำลังล้อมจับหลิงหยุน หากหลัวจ้งกล้าใช้กำลังกับหลิงหยุนจริง เขาก็จะจับหลัวจ้งนี่ล่ะเป็นตัวประกัน และใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง“แล้วมีข่าวคราวจากเฉิงเม่ยเฟิงบ้างไม๊?”ตอนนี้หลายเรื่องก็ถูกจัดการจนเกือบหมดแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือการไปช่วยเฉิงเม่ยเฟิง..ถังเมิ่งส่ายหน้าทันที “ยังไม่ได้ข่าวอะไรเลย! ตั้งแต่พี่สะใภ้กลับไปบ้านก็หายเงียบไปเลย จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวเลย”