ตอนที่ 90
ตอนที่ 393
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 393 บทที่ 393 : ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-7! เฉิงเม่ยเฟิงคือบุคคลสำคัญที่สุดในเหตุการณ์ครั้งนี้ เมื่อเธอกลับไปที่บ้านตระกูลเฉิง ซันเทียนเปียวจึงจับตัวเธอไว้ทันที เฉิงเม่ยเฟิงยืนอยู่ต่อหน้าซันเทียนเปียวและคนอื่นๆอย่างสงบนิ่ง แม้ว่าภายในใจของเธอจะรู้สึกสับสนวุ่นวาย แต่ภายนอกกลับมีเพียงความสงบเยือกเย็น.. การที่จิตใจของเธอสับสนวุ่นวายนั้น เกิดจากความเป็นห่วงหลิงหยุนที่หายตัวไปนานหลายวัน แต่แววตาของเธอกลับแน่วแน่คล้ายคนที่ได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างเด็ดขาดแล้ว ก่อนจะเดินทางมาที่นี่ เฉิงเม่ยเฟิงได้ประเมินสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นไว้แล้ว และเธอก็ได้เตรียมใจรอรับไว้แล้วเช่นกัน แต่ภายในใจลึกๆ ก็ยังเชื่อมั่นในตัวของหลิงหยุน! แต่เมื่อเฉิงเม่ยเฟิงปรากฏตัว ซันเทียนเปียว และยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนทั้งสามคนก็ถึงกับตกใจไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่ชีมี่ยื่อซึ่งเป็นยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-2 แห่งสำนักจิ้งซินที่ถึงกับตาเป็นประกายขึ้นมาทันที นั่นเพราะเฉิงเม่ยเฟิงนั้นมีคุณสมบัติ และพรสวรรค์ที่เหมะสำหรับการบ่มเพาะพลังอย่างยิ่ง! ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนทั้งสี่คน ต่างก็มองทะลุปรุโปร่งว่า ร่างกายของเฉิงเม่ยเฟิงนั้น ได้ผ่านการชำระล้างภายในจนราวกับได้ร่างใหม่แล้ว และหากมีโอกาสได้ฝึกตนบ่มเพาะแล้วล่ะก็ เธอก็จะสามารถก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วจนน่ากลัว และสามารถฝึกฝนจนเข้าสู่ขั้นที่สูงกว่าพวกเขาทั้งสี่คนได้! แต่แม่ชีมี่ยื่อกลับมองทะลุได้มากกว่านั้น เพราะในจำนวนยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนทั้งสี่คนนั้น สามคนอยู่ในขั้นเซียงเทียน-1 ส่วนตัวนางนั้นอยู่ในขั้นเซียงเทียน-2 และเป็นผู้ที่มีกำลังภายในอยู่ในสูงที่สุดในสำนักจิ้งซินแล้ว ผ่านใบหน้าที่สงบนิ่ง และแววตาที่แน่วแน่ แม่ชีมี่ยื่อสัมผัสได้ถึงจิตที่ทรงอำนาจของเฉิงเม่ยเฟิง! ในสายตาของเม่ชีมี่ยื่อนั้น หากเธอจะต้องเลือกใครให้มาเป็นเจ้าสำนักจิ้งซินคนต่อไป ก็คงไม่มีใครที่จะเหมาะสมไปกว่าเฉิงเม่ยเฟิงอีกแล้ว! แม่ชีมี่ยื่อลงจากเขามาครั้งนี้ แม้จะไม่สามารถตามหาแม่ชีมี่ซินพบ และไม่สามารถค้นหาสมุดและพู่กันจักรพรรดิเจอ แต่นางกลับได้พบหญิงสาวที่เหมาะสมจะมาเป็นผู้สืบทอดวิชาของสำนักจิ้งซินแล้ว.. ซันเทียนเปียวคาดไม่ถึงจริงๆ ก่อนหน้านี้เขาเองก็เคยพบกับเฉิงเม่ยเฟิงครั้งหนึ่ง ในตอนนั้นแม้ว่าเฉิงเม่ยเฟิงจะดูเป็นคนที่มีพรสวรรค์อยู่บ้าง แต่เขาในฐานะที่เป็นผู้ฝึกบ่มเพาะเช่นกัน กลับเห็นว่าเฉิงเม่ยเฟิงเป็นหญิงสาวที่สวยงาม แต่พรสวรรค์ด้านการบ่มเพาะของเธอนั้นหนือกว่าคนธรรมดาเพียงเล็กน้อย อีกทั้งเฉิงเม่ยเฟิงก็อายุเกินสิบแปดปี และร่างกายก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แม้จะมีโอกาสได้ฝึกบ่มเพาะ และได้ทานยาเม็ดพลังชีวิตทุกวัน แต่ก็ยังยากที่จะฝึกไปจนถึงขั้นโฮ่วเทียน-7 ได้ นั่นเพราะจุดตันเถียน และเส้นลมปราณของเธอนั้นได้เติบโตเต็มที่แล้ว จึงไม่เหมาะกับการบ่มเพาะ เว้นแต่ว่าจะมียอดฝีมือที่อยู่ในขั้นเซียงเทียน-7 ขึ้นไป ยอมถ่ายเทพลังชี่ของตนเองให้ และเสริมด้วยยาเม็ดที่ปรุงขึ้นมาเป็นพิเศษ ที่จะสามารถช่วยชะล้างของเสียภายในร่างกายอย่างเช่นกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อต่างๆ และไขกระดูกเป็นต้น นอกเหนือจากวิธีเหล่านี้แล้ว ซันเทียนเปียวก็ไม่เห็นว่าจะมีหนทางอื่นอีก!แต่ถึงอย่างนั้น จะสามารถหายอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-7 ขึ้นได้จากที่ใหน? แม้ตัวเขาเองก็ยังไม่เคยพบเห็นเลยสักครั้ง! และต่อให้สามารถหาจนพบ ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-7 ขึ้นไปผู้นั้น จะยินยอมถ่ายเทพลังชี่ของตนเองให้อย่างนั้นหรือ? ใหนจะยังต้องมีเม็ดยาที่ปรุงขึ้นมาพิเศษ เพื่อชำระล้างภายในของร่างกายให้แตกต่างจากร่างกายของคนธรรมดาอีก!และด้วยเหตุผลอะไร.. ที่ใครคนใดคนหนึ่งจะต้องลงทุนมากมาย เพียงเพื่อให้อีกคนสามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนได้!?เพราะนับว่าเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย ใครบ้างที่จะยอมทำเรื่องบ้าๆเช่นนี้?!แต่ความจริงที่ปรากฏต่อหน้าซันเทียนเปียวในเวลานี้ก็คือ ร่างกายของเฉิงเม่ยเฟิงถูกชำระล้างภายใน และได้ถือกำเนิดใหม่เต็มตัวแล้ว ทำให้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะได้อย่างน่าอัศจรรย์!ดังนั้นสำหรับซันเทียนเปียวแล้ว มีเพียงเหตุผลเดียวที่เป็นไปได้ นั่นก็คือต้องมียอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-7 ขึ้นไปเป็นผู้ชำระล้างร่างกายให้กับเฉิงเม่ยเฟิง และดูเหมือนว่าคนผู้นั้นจะไม่สนใจใยดีกับพลังชี่มากนัก คล้ายกับว่าเขาชำระล้างร่างกายให้เฉิงเม่ยเฟิงโดยไม่ได้คาดหวังสิ่งใด!เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ซันเทียนเปียวก็ได้แต่ตกใจสุดขีด และในใจรู้สึกเสียใจเล็กน้อย เมื่อพบว่าตัวเขาเองกำลังเผชิญหน้าอยู่กับสถานการณ์ที่ยากลำบากเพราะหากเฉิงเม่ยเฟิงมียอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-7 ขึ้นไปเป็นผู้ที่คอยปกป้องคุ้มครองอยู่อย่างลับๆ แล้วการที่เขาเข้ามาจับกุมคนของตระกูลเฉิงไว้เช่นนี้ ไม่เท่ากับว่าเขากำลังรนหาที่ตายเช่นนั้นหรือ?เพราะหากยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-7 ขึ้นไปผู้นี้ ต้องการจะสั่งสอนตระกูลซันแล้วล่ะก็ เขาก็ย่อมทำได้อย่างง่ายดาย ไม่เว้นแม้แต่จะทำลายล้างตระกูลซันด้วยซ้ำไป!เมื่อนึกได้เช่นนี้ ซันเทียนเปียวถึงกับใจสั่น และหวั่นไหวขึ้นมาอย่างรุนแรง เขาไม่ได้หวาดกลัวเฉิงเม่ยเฟิง แต่หวาดกลัวยอดฝีมือที่ทำการชำระล้างร่างกายให้กับเธอต่างหาก!ยอดฝีมือผู้นั้นคือใครกัน? ซันเทียนเปียวคิดจนหัวแทบระเบิด แต่ก็คิดไม่ออก!ซันเทียนเปียวไม่รู้ตัวว่า ‘ยอดฝีมือ’ ที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้นก็คือหลิงหยุน คนที่เขากำลังพยายามสืบสาวหาตัวอยู่นั่นเอง หากเขารู้เข้าคงจะต้องกระอักเลือดอย่างแน่นอน!ในเวลานั้น หลิงหยุนได้รับพลังอมตะจากพู่กันจักรพรรดิ ทำให้เขาสามารถเข้าสู่ขั้นพลังชี่-9 ได้ในทันที และพลังความแข็งแกร่งของเขาในตอนนั้นก็เหนือกว่ายอดฝีมือขั้นโฮ่วเทียน-9 อีกทั้งยังมีพลังอมตะที่มากมายเหลือเฟือ ประกอบกับดัชนีห้าธาตุสลายลมปราณ การจะชำระล้างร่างกายให้ผู้คนจึงเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากสำหรับเขานับว่าซันเทียนเปียววิเคราะห์ได้ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย และหากหลิงหยุนไปที่ตระกูลซันในวันและเวลานั้น เขาแทบไม่ต้องลงมืออะไรเลยแม้แต่น้อย เพราะเพียงแค่หลิงหยุนใช้มังกรคำราม ก็สามารถฆ่าคนในตระกูลซันได้ทั้งหมดในคราวเดียว!เพราะการที่หลิงหยุนใช้จิตหยั่งรู้สะกดจิตควบคุม และลบความทรงจำที่ต่างกันให้กับทุกคนในคราวเดียวนั้น มันยากยิ่งกว่าการฆ่าคนทั้งหมดพร้อมๆกันเสียอีกแต่สิ่งที่ซันเทียนเปียวไม่คาดคิดก็คือ ความแข็งแกร่งที่เขาคิดว่าเป็นของยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-7 ขึ้นไปนั้น กลับเป็นเพียงแค่ของชั่วคราว และอยู่เพียงแค่หกชั่วโมง แล้วก็กลับคืนสู่สภาพปกติ“ซันเทียนเปียวดูนี่ก่อน!”เฉิงเม่ยเฟิงยืนนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับซันเทียนเปียว