ตอนที่ 91
ตอนที่ 394
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 394 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 394 : แผนการของสาวงาม! การที่ซันเทียนเปียวมาที่เมืองจิงฉูนั้น เขามีจุดมุ่งหมายอยู่สามอย่าง หนึ่ง-คือมาตามหาคนของตระกูลซันที่หายตัวไป สอง-คือมาฆ่าหลิงหยุน และสามคือมาสืบหาสมุดและพู่กันจักรพรรดิแบบลับๆ สำหรับเรื่องการแต่งงานอะไรที่นางหนิวเฟิ่นเหยียวเป็นผู้จัดการนั้น ซันเทียนเปียวไม่ได้สนใจด้วยเลยแม้แต่น้อย.. อีกทั้งความร่ำรวยเข้าขั้นมหาเศรษฐีของเฉิงเทียน ก็ไม่ได้ส่งผลต่อจิตใจของเขาเช่นกัน ส่วนเรื่องการหายตัวไปอย่างลึกลับของนางหนิวเฟิ่นเหยียวกับซันจิ้งนั้น ซันเทียนเปียวก็ไม่ได้เป็นทุกข์เป็นร้อนแต่อย่างใด เพราะตระกูลซันยังมีสมาชิกอยู่อีกมากมาย หลิงหยุนหายตัวไปตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ และไม่มีข่าวคราวเลยแม้แต่น้อย ซันเทียนเปียวเข้าใจว่า หลิงหยุนคงจะหวาดกลัวอำนาจของตระกูลซันจนต้องหนีไปหลบซ่อนตัว เขาจึงจัดการกดดันหลิงหยุนจากหลายๆทาง เพื่อบีบบังคับให้หลิงหยุนยอมออกมาจากที่ซ่อน แต่สองเรื่องนี้ยังไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับซันเทียนเปียว และยอดฝีมือคนอื่นๆ เรื่องสำคัญที่สุดของพวกเขานั้นก็คือข่าวคราวเรื่องสมุดกับพู่กันจักรพรรดิต่างหาก! ส่วนทางด้านหลิงหยุนนั้น เรื่องกังวลที่สุดสำหรับเขา กลับไม่ใช่เรื่องที่ตระกูลซันจะสืบรู้ว่าเขาเป็นผู้ที่สังหารแม่ลูกตระกูลซันและยอดฝีมือคนอื่นๆ แล้วตระกูลซันจะกลับมาแก้แค้น แต่เขากลัวว่าความลับเรื่องที่เขาเป็นเจ้าของพู่กันจักรพรรดิจะรั่วไหลออกไปต่างหาก! เฉิงเม่ยเฟิงนั่งลงบนโซฟาพร้อมกับยิ้มอย่างถือดี ก่อนจะพูดจาต่อรองกับซันเทียนเปียวต่อ “ซันเทียนเปียว.. ถ้าคุณรับปากว่าจะไม่ทำอันตรายคนในครอบครัวของฉัน ฉันก็จะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นให้คุณฟังทั้งหมด!” ซันเทียนเปียวมองท่าทางที่สงบเยือกเย็นของเฉิงเม่ยเฟิงแล้วก็ได้แต่พยักหน้าเป็นการรับปาก “ได้.. ฉันสัญญา! เล่ามา..” แต่เฉิงเม่ยเฟิงกลับตอบยิ้มๆ “หวังว่าคุณจะรักษาคำพูด..” ซันเทียนเปียวตอบกลับทันที “คำพูดของฉัน-ซันเทียนเปียว.. ยังไม่สามารถทำให้เด็กสาวอย่างเธอเชื่อถือได้งั้นรึ?” เฉิงเม่ยเฟิงรู้ดีว่าก้าวที่สองของเธอกำลังจะประสบความสำเร็จแล้ว แต่เธอเองก็รู้สึกประหลาดใจมาก ที่ดูเหมือนซันเทียนเปียวจะยอมรับปากง่ายๆ เพราะจากสถานการณ์ในตอนนี้ หากซันเทียนเปียวจะใช้กำลังบีบบังคับให้เธอพูด ก็ย่อมทำได้อย่างง่ายดาย.. ตอนนี้เฉิงเม่ยเฟิงเริ่มรู้สึกแปลกใจมากขึ้น และไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดซันเทียนเปียวจึงได้อดทนกับเธอ และให้โอกาสเธอพูดอะไรมากมายถึงเพียงนี้ ซันเทียนเปียวทำราวกับว่า เขาและเธอมีสถานภาพในระดับเดียวกัน และมีอำนาจในการพูดคุยต่อรองกัน! แต่เฉิงเม่ยเฟิงหารู้ไม่ว่า ตอนนี้ซันเทียนเปียวได้ค้นพบว่า อาจมีศัตรูที่น่ากลัวเกินจินตนาการอยู่เบื้องหลังเธอ ทำให้เธอมีอำนาจขึ้นมาทันที! แต่เฉิงเม่ยเฟิงไม่ต้องการคิดอะไรมาก อีกทั้งยังไม่ต้องการถามอะไรออกไปมากมาย เธอจึงเริ่มพูดสิ่งที่ได้ตกลงไว้กับเสี่ยวเม่ยเม่ยให้กับซันเทียนเปียวฟัง“ฉันเชื่อว่าคนอย่างคุณต้องรู้ตื้นลึกหนาบางของประเทศจีนดี และต้องรู้จักองค์กรนักฆ่าด้วยเช่นกัน? ฉันจะบอกอะไรให้.. เหอซิงหยานคือหนึ่งในมือสังสารขององค์กรนักฆ่า และคนที่ลงมือสังหารคนของตระกูลซันในคืนนั้นก็คือองค์กรนักฆ่า!”“อะไรนะ?! เหอซิงหยานนี่นะเป็นมือสังหารขององค์กรนักฆ่า?! นี่มัน..” ซันเทียนเปียวได้ฟังก็ถึงกับขมวดคิ้ว และอุทานขึ้นมาทันทีแม้แต่ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนทั้งสามคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของซันเทียนเปียว ต่างก็ถึงกับหันมามองหน้ากัน ยอดฝีมือทั้งสามท่านนั้นล้วนมาจากคนละสำนัก คนหนึ่งมาจากสำนักจิ้งซิน คนหนึ่งมาจากวัดเส้าหลิน และอีกคนก็มาจากสำนักเหมาซาน!……หลังจากที่หลิงหยุนได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เฉิงเม่ยเฟิงและเสี่ยวเม่ยเม่ยเองต่างก็เป็นผู้หญิงที่เฉลียวฉลาด ไม่มีทางที่พวกเธอทั้งสองคนจะนั่งรอคอยอยู่ที่บ้านเฉยๆโดยไม่คิดทำอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคนของตระกูลซันได้เดินทางมาที่เมืองจิงฉู พวกเธอจึงต้องคิดหาวิธีรับมืออย่างมีสติ..ความทรงจำของผู้คนในคืนนั้นต่างก็ถูกหลิงหยุนลบออกจนหมดสิ้น แต่ความทรงจำของเฉิงเม่ยเฟิงและเสี่ยวเม่ยเม่ยไม่ได้ถูกลบทิ้งไปด้วย พวกเธอจึงเป็นผู้ที่รู้เรื่องราวในคืนนั้นเป็นอย่างดี และหลังจากที่ปรึกษาไตร่ตรองกันอย่างรอบคอบด้วยเหตุด้วยผล หญิงสาวทั้งสองคนจึงตัดสินใจวางแผนขึ้นมา และแยกย้ายกันทำงานถึงแม้ทั้งคู่จะรู้ดีว่าแผนการที่พวกเธอวางไว้นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสี่ยง แม้จะได้ทำการวางแผนมาเป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็มีช่องโหว่สูง และเป็นไปได้ที่จะล้มเหลว แต่เพื่อช่วยครอบครัวของเฉิงเม่ยเฟิง อย่างน้อยก็ต้องดึงเวลาไว้ให้ได้นานที่สุด จนกว่าหลิงหยุนจะกลับมา พวกเธอจึงไม่สนใจอะไรมาก!และแผนการของพวกเธอก็คือการโยนความผิดทั้งหมดให้กับองค์กรนักฆ่า!เสี่ยวเม่ยเม่ยยังจำได้ดีว่า หลังจากที่หลิงหยุนสังหารตี้ปาแล้ว เขาได้นำเครื่องมือสื่อสารที่ตี้ปาใช้สื่อสารกับองค์กรนักฆ่ากลับมาด้วย และได้สอบถามเธอว่า เขาสามารถใช้เครื่องมือสื่อสารนี้ปลอมตัวเป็นมือสังหารขององค์กรนักฆ่า เพื่อเข้าไปสืบหาคนที่จ้างวานฆ่าเขาได้หรือไม่?และเธอเองก็ได้เตือนหลิงหยุนว่า หากเขาทำเช่นนั้น เขาจะต้องเผชิญหน้ากับมือสังหารระดับสวรรค์ขององค์กรนักฆ่า แต่หลิงหยุนกลับไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย พร้อมตอบเธอกลับมาด้วยท่าทางที่แสนจะผยองและนั่นทำให้เสี่ยวเม่ยเม่ยรู้สึกประทับใจในตัวหลิงหยุนอย่างมาก เธอจึงคิดจะใช้เรื่องนี้ป้ายสีให้กับองค์กรนักฆ่าแทน!และช่างโชคร้ายที่หนึ่งในสี่ยอดฝีมือที่ตระกูลซันเชิญมาในคืนนั้น กลับเป็นมือสังหารขององค์กรนักฆ่าจริงๆ!และเขาก็คือเหอซิงหยาน – ยอดฝีมือขั้นโฮ่วเทียน-8!ในคืนนั้นหลังจากที่หลิงหยุนจัดการฆ่าเหอซิงหยานแล้ว เขาก็ได้ประกาศต่อหน้าทุกคนว่า เหอซิงหยานคือมือสังหารขององค์กรนักฆ่า!ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ หลิงหยุนวุ่นวายอยู่กับการเตรียมตัวเพื่อลงไปสำรวจหลุมยักษ์ และเมื่อกลับไปที่อพาร์ทเมนท์ในตอนบ่าย ก็จัดแจงให้เฉิงเม่ยเฟิงและเสี่ยวเม่ยเม่ยไปอยู่กับแม่ของเขาที่บ้านเลขที่-9 แถวอ่าวจิงฉู หลิงหยุนจึงไม่มีเวลาได้พูดคุยกับหญิงสาวทั้งสองคนในรายละเอียดของเหตุการณ์ในคืนวันศุกร์คืนนั้นเฉิงเม่ยเฟิงกลับไปถึงที่คฤหาสน์ตระกูลเฉิงอีกครั้งหลังเสียวเม่ยเม่ย เธอไปถึงจังหวะที่นางหนิวเฟิ่นเหยียวประกาศยกเลิกการแต่งงานพอดี ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น เฉิงเม่ยเฟิงจึงไม่รู้เรื่องแต่เสี่ยวเม่ยเม่ยรู้ และรู้ดีกว่าทุกๆคนในที่นั้นว่า องค์กรนักฆ่านั้นทั้งลึกลับและแข็งแกร่งมากเพียงใด!เธอจึงต้องการช่วยหลิงหยุนด้วยการหาแพะมารับผิดแทนเขา และเสี่ยวเม่ยเม่ยก็ได้จัดการให้องค์กรนักฆ่าเป็นผู้รับบทแพะรับบาปนี้!