ตอนที่ 125
ตอนที่ 428
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 428 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 428 : มอบไข่มุกราตรีให้! “เพ้อเจ้อแล้ว.. ครูรู้มาว่าเธอจับตี้เสี่ยวอู๋โยนขึ้นไปบนแป้นบาสเก็ตบอล แล้วยังจัดการกับสมาชิกแก๊งมังกรเขียวพร้อมกันตั้งสามสิบคน แล้วใหนจะคลิปที่เธอไปทุบสำนักงานรื้อถอนกับบ้านอีกสองหลัง แล้วตอนที่ถูกตำรวจพร้อมอาวุธหลายนายล้อมไว้ เธอก็ไม่มีท่าทางตกอกตกใจเลยนี่ ยังมีเรื่องที่เธอทำให้หัวหน้าสำนักงานรักษาความมั่นคงอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใหนอีก..” “หลิงหยุน.. เธอเก่งขนาดนี้ยังจะกลัวครูอีกเหรอ?!” กงเสี่ยวลู่ถามยิ้มๆอย่างรู้ทัน หลิงหยุนถึงกับตาโตด้วยความประหลาดใจอย่างมาก เขาคิดไม่ถึงว่าครูประจำชั้นจะรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวเขามากมายขนาดนี้ จึงได้แต่ถามออกไปอย่างตกใจว่า “นี่ครูไปฟังเรื่องพวกนี้มาจากใหนกัน?!” “เอาน่า.. รับรองว่าครูไม่ตีเธอหรอก.. ถ้าครูตีเธอจริงๆ เธอก็จับแขนครูไว้ก็ได้ ครูไม่ว่า..” กงเสี่ยวลู่พูดได้แค่นั้นก็ก้มหน้าลงต่ำซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำของตนเองไว้ และเสียงก็ค่อยๆเบาลงจนแทบจะไม่ได้ยิน หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับสอดแขนของตนเองลงไปใต้รักแร้ของกงเสี่ยวลู่ และกอดร่างที่นุ่มนวล และมีกลิ่นหอมไว้ในอ้อมกอดอย่างอบอุ่น ที่หลิงหยุนทำเหมือนฉวยโอกาสกับกงเสี่ยวลู่ในวันนี้นั้น จุดประสงค์ของเขาก็เพื่อต้องการรักษาอาการป่วยทางใจให้กับเธอ วิธีที่หลิงหยุนทำนั้นคล้ายกับการล้างพิษให้กับผู้ที่มีอาการติดยา ขั้นต้นก็ต้องทำการล้างพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกายออกเสียก่อน และตราบใดที่กงเสี่ยวลู่สามารถก้าวข้ามปัญหาทางใจไปได้ อาการเจ็บปวดทางใจต่างๆก็จะค่อยๆดีขึ้น “ครูครับ.. ผมไม่ได้จะตั้งใจจะลามปามหรือลวนลามครูเลย ผมแค่ต้องการรักษาอาการป่วยให้กับครู กรุณาอยู่นิ่งๆ อย่าขยับตัว..” แต่ถึงแม้หลิงหยุนจะไม่สั่งให้อยู่นิ่งๆ ตอนนี้กงเสี่ยวลู่เองก็ไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่น้อย หลิงหยุนเรียกเข็มทองออกมาจากมือข้างซ้าย และจัดการฝังเก้าเข็มปลุกชีพลงไปบนศรีษะของกงเสี่ยวลู่ แต่ละเข็มที่ฝังลงไปนั้น หลิงหยุนได้ถ่ายเทพลังชีวิตในร่างกายของเขาลงไปด้วย ทำให้กงเสี่ยวลู่เกิดความรู้สึกสงบทั้งใจ สมอง แล้วก็ร่างกาย.. จากที่หลิงหยุนสังเกตปฏิกิริยาของกงเสี่ยวลู่นั้น ดูเหมือนว่าบาดแผลทางใจที่เธอได้รับในอดีต จะเลวร้ายกว่าที่เขาคาดคิดไว้มากมาย และนั่นทำให้แววตาของหลิงหยุนมีประกายของความดุร้ายขึ้นมาวูบหนึ่ง หลังจากฝังเข็มทองทั้งเก้าเล่มลงไปแล้ว กงเสี่ยวลู่ก็สลบไสล หลิงหยุนจึงอุ้มเธอเข้าไปในห้องนอน เขาวางกงเสี่ยวลู่ไว้บนเตียง และห่มผ้าห่มบางๆให้กับเธอเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นและไม่เป็นหวัด กงเสี่ยวลู่จะต้องหลับไปอีกพักใหญ่ หลิงหยุนจึงเดินไปสำรวจห้องทำงานของเธอแทน ภายในห้องนั้นเขาเห็นหนังสือภาษาอังกฤษในระดับมหาวิทยาลัยหลายเล่ม จึงได้หยิบออกมานั่งท่องเงียบๆ ไม่นาน.. เสียงกริ่งหมดคาบเรียนที่สองก็ดังขึ้น แต่หลิงหยุนยังคงไม่ออกจากห้องทำงานของกงเสี่ยวลู่ จนกระทั่งคาบเรียนที่สามเริ่มไปได้ยี่สิบนาที หลิงหยุนจึงกลับเข้าไปในห้องนอน และจัดการดึงเข็มออกจากศรีษะของกงเสี่ยวลู่ หลิงหยุนจัดการเก็บเข็มทองทั้งเก้าเล่มกลับเข้าไปในแหวนพื้นที่ จากนั้นจึงลุกขึ้นยืน และกำลังจะหันหลังเดินออกไปจากห้องนอน แต่มือเล็กๆข้างหนึ่งก็เอื้อมมาดึงตัวของเขาไว้ “อย่าเพิ่งไป..” กงเสี่ยวลู่ตื่นขึ้นมาแล้ว แต่ไม่กล้าลืมตาเพราะรู้สึกอาย “ครูนอนพักผ่อนไปก่อน ผมจะไปนั่งรอที่โซฟา ถ้ามีอะไรก็ร้องเรียกผมได้ แล้วผมจะรีบเข้ามา..” “อย่าไป..” กงเสี่ยวลู่ไม่ยอมให้หลิงหยุนออกไป หลิงหยุนไมมีทางเลือกจึงได้แต่นั่งอยู่ข้างเตียง ส่งยิ้มให้กับกงเสี่ยวลู่และมองเธอด้วยแววตาสงบนิ่ง “ครูครับ.. ผมรู้ว่าในอดีตครูเคยเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสมาก่อน ครูถึงได้หวาดกลัวผู้ชาย และพยายามที่จะวิ่งหนีความรู้สึกเช่นนี้ นี่เป็นอาการเจ็บป่วยทางใจ ในการรักษา.. ผมจำเป็นต้องทำให้ครูเกิดอารมณ์ความรู้สึกพวกนี้ ผมก็เลยต้องทำแบบนั้น เพราะนั่นเป็นวิธีเดียวที่ผมคิดว่าจะรักษาครูได้..” หลิงหยุนพูดความจริง เพียงแต่พูดความจริงเพียงครึ่งเดียว และแน่นอนว่าเขาเองก็ฉวยโอกาสบ้างเล็กๆน้อยๆ..“ไม่ต้องอธิบายก็ได้..” กงเสี่ยวลู่พูดทั้งที่ยังหลับตาอยู่ แต่ก็คว้ามือของหลิงหยุนมาวางไว้บนหน้าอกของเธอร่างกายของกงเสี่ยวลู่สั่นอย่างรุนแรง สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ครั้งนี้กลับไม่ดิ้นรนหนี ส่วนหลิงหยุนกลับนิ่งเฉยไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ“ครูน่ารังเกียจมากใช่ไม๊?” กงเสี่ยวลู่ถามเสียงสั่นแต่หลิงหยุนกลับตอบยิ้มๆ “ถ้าผมได้ยินใครพูดถึงครูแบบนั้น ผมจะตัดลิ้นมันทิ้งซะ..”แล้วต่างคนต่างก็นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่..แต่จู่ๆ กงเสี่ยวลู่ก็ถามเสียงเรียบ “ถ้าไม่รังเกียจ.. ทำไมตอนนี้เธอถึงได้นิ่งเฉยเป็นคนดี ต่างจากเมื่อครู่ที่พยายามแต๊ะอั๋งครูล่ะ!?”หลิงหยุนตอบกลับมาอย่างทะเล้น “นี่มันยังเช้าอยู่.. วันใหนที่ผมขึ้นมาติวกับครูดึกๆ ผมอาจจะไม่เป็นเด็กดีแบบนี้ก็ได้นะ”ความจริงแล้วอาการป่วยทางใจของกงเสี่ยวลู่นั้นยังไม่ดีขึ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังต้องใช้เวลารักษาอีกสักสองสามวัน อาการของเธอจึงจะหายดี“ครูจะให้กุญแจสำรองเธอไว้ชุดหนึ่ง ต่อไปถ้าเธออยากจะมาเมื่อไหร่ก็มาได้ หรือจะมาดึกๆก็ได้..” พูดจบกงเสี่ยวลู่ก็หน้าแดง“แบบนั้นจะดีเหรอ.. เดี๋ยวคนก็เอาไปซุบซิบนินทาหรอก..”“เธอไม่อยากมาเหรอ..”“อยากสิ!”จากนั้นหลิงหยุนก็บอกกับกงเสี่ยวลู่ไปว่า “ครูครับ.. บ่ายนี้ผมจะไปคิดบัญชีกับผู้อำนวยการแล้วก็ครูใหญ่ ผมจะทวงคืนสิทธิ์ทุกอย่างที่เป็นของครูกลับคืนมาให้..”“แต่เธออย่าทำอะไรเกินเลยล่ะ..” กงเสี่ยวลู่ลืมตาคู่สวยทันทีหลิงหยุนเพียงแค่พยักหน้ายิ้มๆ กงเสี่ยวลู่ลืมตามองหลิงหยุนอยู่ครู่หนึ่ง แต่จู่ๆ เธอก็ลุกขึ้นนั่งพร้อมกับสั่งหลิงหยุนว่า“หลับตาสิ..”หลิงหยุนหลับตาลง และจากนั้นเขาก็รู้สึกว่าริมฝีปากของตนเองนั้นสัมผัสกับอะไรนุ่มๆอุ่นๆ แต่ก็รวดเร็วมากหลิงหยุนลืมตาขึ้นก็เห็นกงเสี่ยวลู่นั่งหน้าแดง หายใจถี่ และตัวสั่น“นี่ครูแอบทำอะไรผมใช่ไม๊..? หน้าไม่อาย..” หลิงหยุนแกล้งแหย่กงเสี่ยวลู่ที่นั่งหน้าแดง แต่ในใจกลับคิดอยากจะทำอะไรที่มากกว่านั้น..แต่นี่ก็นับว่าการรักษาของเขานั้นได้ผลดีขึ้นมาในระดับหนึ่งทีเดียว หลิงหยุนจึงจงใจโน้มร่างเข้าไปใกล้ร่างของกงเสี่ยวลู่พร้อมกับกระซิบข้างหูของเธอ“ครูครับ.. นี่ครูจงใจยั่วผมใช่ไม๊?”ร่างของกงเสี่ยวลู่ถึงกับสั่นเทิ้ม และดูกระวนกระวายขึ้นมาทันที แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้ผลักไสหลิงหยุนเหมือนเมื่อครู่“อยากให้ผมกลายเป็นเด็กไม่ดีลวนลามครูหรือยังไง?”กงเสี่ยวลู่รีบโต้กลับทันที “นี่เธอพูดอะไร.. ครูยั่วเธอที่ใหนกัน? ครูยังไม่ได้ทำอะไรเลย..”หลิงหยุนได้แต่ทำหน้าเลิ่กลั่ก พร้อมกับคิดในใจว่าผู้หญิงมักปากกับใจไม่ตรงกันจริงๆ ไม่เว้นแม้แต่ครูของเขา“นี่กี่โมงแล้ว?” กงเสี่ยวลู่ถามหลิงหยุน