ตอนที่ 149
ตอนที่ 452
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 452 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 452 : ร่ำรวยกว่าเดิม! “อีกสองวันข้าต้องไปทะเล! และถ้าไม่มีปัญหาอะไร คาดว่าคงจะกลับมาในวันจันทร์หน้า!” หลิงหยุนบอกหญิงสาวทั้งสองคนไปตามความจริง ฉินตงเฉี่วยและหนิงหลิงยู่ต่างก็หันไปมองหน้ากัน และฉินตงเฉี่ยวก็หันกลับไปพูดกับหลิงหยุนว่า “ไม่ไปไม่ได้หรือยังไง? เจ้าเพิ่งกลับออกมาจากหลุมยักษ์ได้ไม่กี่วัน นี่ก็จะออกทะเลไปอีกแล้ว จะทำให้เข้ากับหลิงยู่เป็นห่วงไปถึงใหน?” ฉินตงเฉี่วยหน้าซีดขึ้นมาเล็กน้อย เพราะเธอเองก็เพิ่งผ่านประสบการณ์การจมน้ำทะเลมาหมาดๆ “น้าหญิง.. ท่านไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจำเป็นต้องไปฝึกบ่มเพาะกลางทะเล หลังจากฝึกเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะรีบกลับมาทันที..” เรื่องที่จิ้งจอกสวรรค์เก้าหางจะกลายร่างเป็นมนุษย์นั้น หลิงหยุนไม่ต้องการเล่าให้กับหญิงสาวทั้งสองคนฟังในตอนนี้ ไม่เช่นนั้นเขาคงต้องเสียเวลาอธิบายอีกยืดยาว รอให้เจ้าขาวปุยกลายร่างสำเร็จเสียก่อน ถึงตอนนั้นเขาจะพามันมาให้สองสาวได้เห็นกับตาตัวเอง และทั้งคู่ก็น่าจะยอมรับได้ง่ายขึ้น ฉินตงเฉี่ยวมองหลิงหยุนแปลกๆอยู่นาน ในที่สุดก็ถอนหายใจก่อนจะพูดขึ้นว่า “ข้าเองก็เคยได้ยินพี่ใหญ่เล่าให้ฟังว่า การฝึกกำลังภายในของเจ้านั้นดูค่อนข้างแปลกประหลาด และไม่เคยได้เห็นได้ยินจากที่ใหนมาก่อน..” “พี่ใหญ่.. พี่ต้องไปทะเลจริงเหรอน่ะเหรอ?” หนิงหลิงยู่ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง “ถ้าอย่างนั้นพี่ก็ต้องระวังตัวให้มาก ก่อนไปก็ฟังพยากรณ์อากาศล่วงหน้าสักสองสามวัน ถ้าเห็นว่าจะมีพายุเข้าก็อย่าไปนะคะ!” หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับลูบศรีษะหนิงหลิงยู่อย่างอ่อนโยน และพูดอย่างมั่นใจ “ไม่ต้องห่วง.. พี่ใหญ่ของเธอว่ายน้ำเก่งมาก!” ระหว่างที่บอกให้หนิงหลิงยู่สบายใจว่าเขาว่ายน้ำเก่งมากนั้น หลิงหยุนก็แอบขยิบตาให้กับฉินตงเฉี่วย ทำให้นางถึงกับหน้าแดงก่ำ และเลียริมฝีปากที่แห้งผากพร้อมกับคิดที่จะโต้กลับหลิงหยุน แต่ก็เงียบไป! “พี่ใหญ่.. ก่อนที่จะออกเดินทาง อย่าลืมโทรบอกฉันกับน้าหญิงด้วยนะ..” หนิงหลิงยู่ดูเหมือนจะเป็นห่วงมากมาย หลิงหยุนถึงกับหัวเราะพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องห่วง.. ยังไงพี่ก็ต้องกลับมาแน่นอน!” จากนั้นก็หันไปมองฉินตงเฉี่วย.. “น้าหญิง.. ข้าต้องขอกลับไปเตรียมของให้พร้อมสำหรับการออกทะเลครั้งนี้.. ข้าไปก่อนนะ!” ฉินตงเฉี่วยเม้มริมฝีปากสีแดงพร้อมกับจ้องมองหลิงหยุน และร้องเตือนออกไป “ระวังตัวให้ดีล่ะ.. อยู่ข้างนอกก็อย่าให้ใครรังแกเจ้าได้นะ!”หลิงหยุนรู้ดีว่าฉินตงเฉี่วยเป็นห่วงเพียงใด เขาจึงพยักหน้าพร้อมกับตอบไปว่า “สบายใจได้.. คนอย่างข้าให้น้าหญิงรังแกได้คนเดียวเท่านั้น!”………….ในยามค่ำคืน.. หลิงหยุนขับรถออกจากอ่าวจิงฉูมุ่งหน้ากลับไปยังบ้านเลขที่-1 ของเขาทั้งเหล่ากุ่ยและเจ้าขาวปุยยังคงไม่กลับมา แต่ถังเมิ่งกับตี้เสี่ยวอู๋ต่างก็ไปรอเขาอยู่ที่บ้านเป็นเวลานานแล้ว และเมื่อหลิงหยุนไปถึง ก็เห็นตู้กู่โม่ก็กำลังสอนวรยุทธให้กับตี้เสี่ยวอู๋อยู่พอดีหลิงหยุนเห็นแล้วก็ได้แต่ยิ้ม และส่งกระแสจิตบอกกับตี้เสี่ยวอู๋ว่า “ไม่ว่าใครสอนอะไรให้กับนายก็ตาม ให้เรียนเฉพาะวรยุทธจากพวกเขาเท่านั้น ส่วนการฝึกกำลังภายในฉันจะเป็นคนสอนให้นายเอง..”ตี้เสี่ยวอู๋พยักหน้าอย่างเข้าใจ และทั้งสี่คนก็เดินเข้าไปในบ้านพร้อมๆกันหลังจากที่นั่งลง.. หลิงหยุนก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังนัก “มีข่าวอะไรเกี่ยวกับหวังเล่ยบ้าง?”ถังเมิ่งตอบกลับมาว่า “จากการสืบสวนของตำรวจพบว่า.. สองวันก่อนเกิดอุบัติเหตุ จู่ๆในบัญชีของหวังเล่ยก็มีเงินเพิ่มขึ้นมาหนึ่งล้านหยวน!”หลิงหยุนนึกเย้ยหยันอยู่ในใจ แล้วจึงถามต่อทันที “แล้วรู้ไม๊ว่าเงินจำนวนหนึ่งล้านนั้นมาจากที่ใหน?”เพราะนี่คือกุญแจดอกสำคัญ!ถังเมิ่งส่ายหน้าพร้อมกับตอบไปว่า “รู้เพียงแค่ว่าเงินจำนวนนี้ถูกโอนมาจากบัญชีที่อยู่ในเมืองหลวงเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นยังต้องรอให้ทางตำรวจสืบสวนต่อไป และคงต้องใช้เวลา..”หลิงหยุนคิดในใจว่า.. คนที่ต้องการฆ่าเขานั้นที่แท้ก็อยู่ในเมืองหลวง และดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะใหญ่โตกว่าที่เขาคิดไว้มากนักหลิงหยุนวิเคราะห์ต่อ “ดูลักษณะแล้วหวังเล่ยน่าจะถูกฆ่าปิดปาก แล้วนำศพไปโยนทิ้งในคูน้ำมากกว่า และบัญชีที่โอนเงินหนึ่งล้านหยวนให้กับมัน ก็เป็นกุญแจสำคัญของเรื่องนี้ ถังเมิ่ง.. นายต้องตรวจสอบเรื่องนี้ให้ละเอียด!”“ฟังนะ.. นายไปบอกกับลุงถังว่า ให้ช่วยตามตามสืบเรื่องนี้อย่างลับๆ และช่วยสืบให้ได้ความเร็วที่สุด แล้วก็ต้องทำให้เงียบที่สุดอย่าให้คนอื่นล่วงรู้!”ถังเมิ่งพยักหน้าอย่างเข้าใจ จากนั้นหลิงหยุนก็หันไปทางตี้เสี่ยวอู๋ และสอบถามข้อมูลต่างๆที่เขาไปตามสืบมาได้ตี้เสี่ยวอู๋เล่าให้หลิงหยุนฟังว่า “พี่หยุน.. ฉันให้คนของแก๊งมังกรเขียวช่วยสืบเรื่องนี้ แล้วก็ได้ข่าวมาว่า.. หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุกับหวังเล่ยหนึ่งวัน เพื่อนสนิทของเขาที่ชื่อหลี่กังก็หายตัวไปด้วย!”หลิงหยุนฟังแล้วถึงกับคิ้วขมวดเข้าหากันทันที และแววตาของเขาก็เป็นประกายวูบขึ้นมาก่อนจะถามขึ้นว่า “แล้วมันตายด้วยไม๊?”ตี้เสี่ยวอู๋ส่ายหน้าและตอบกลับไปว่า “จากคำบอกเล่าของภรรยาหวังเล่ย หลี่กังไม่ได้เสียชีวิต แค่ย้ายออกจากเมืองจิงฉูไป..”หลิงหยุนได้ฟังแล้วถึงกับมั่นใจว่า หลี่กังจะต้องเป็นอีกคนหนึ่งที่รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี หลิงหยุนมั่นใจว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญจนเกินไปที่เขาจะขับรถไปถูกรถพ่วงชนเข้าอย่างพอดิบพอดีที่จุดทางเลี้ยวตรงนั้น มันแม่นยำมากเกินกว่าที่จะดูเป็นอุบัติเหตุ!