ตอนที่ 155
ตอนที่ 458
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 458 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 458 : สัญญาณเตือน! ถังเมิ่งเป็นคนที่ค่อนข้างระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยมาก เขาจึงเช่าเรือลำค่อนข้างใหญ่ให้กับหลิงหยุน เรือลำนี้ยาวสิบห้าเมตร กว้างสามเตร และลึกสองเมตร สิ่งสำคัญสองอย่างก็คือเครื่องยนต์ขนาด 2700 แรงม้า อัตราความเร่งสูงกว่า 57นอต ห้องโดยสารก็กว้างขวางใหญ่โต หากมองจากภายนอกก็นับว่าเป็นเรือที่ใหญ่โตมากลำหนึ่งเลยทีเดียว หลิงหยุนเองก็พอใจอย่างมาก เรือที่มีอัตราการแล่นในน้ำได้สูงเช่นนี้ หากติดตั้งอาวุธปืน ตอร์ปิโด หรืออาวุธอื่นๆ ก็จะใช้เป็นเรือลาดตระเวนสำหรับรักษาน่านน้ำได้เป็นอย่างดี แต่แน่นอนว่าสปีดโบ๊ทลำนี้ไม่ได้ติดตั้งอาวุธใดๆ และไม่มีแม้กระทั่งป้าย ‘ตำรวจน้ำแห่งประเทศจีน’ ติดอยู่ด้านนอกของลำเรือง เพราะมันคือเรือส่วนบุคคล! แม้ว่าเรือลำนี้จะไม่ได้ติดตั้งอาวุธใดๆ หรือไม่มีแม้กระทั่งป้ายตำรวจน้ำก็ตาม แต่เรือลำนี้ก็มีอาวุธที่น่ากลัวที่สุดอยู่บนเรืออยู่แล้ว ซึ่งก็คือหลิงหยุน และเจ้าขาวปุยนั่นเอง! วิธีการขับสปีดโบ๊ทรุ่นใหนๆก็คล้ายๆกัน หลิงหยุนใช้เวลาเพียงแค่สิบนาทีในการเรียนรู้ หลังจากออกจากท่าเรือ เขาก็เพิ่มความเร็วมุ่งหน้าสู่ท้องทะเลที่กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต หลิงหยุนขับอยู่ที่ความเร็วสี่สิบนอต หลังจากนั้นเพียงครึ่งชั่วโมง เรือของเขาก็ค่อยๆแล่นห่างจากท่าเรือไปเรื่อยๆ จนไม่สามารถมองเห็นฝั่งได้อีก และตอนนี้เขาก็กำลังอยู่กลางทะเลจีนฝั่งตะวันออกซึ่งมีระดับความลึกของน้ำทะเลอยู่ที่หนึ่งกิโลเมตรโดยประมาณ และในเวลานี้.. หลิงหยุนก็ขับเรือห่างออกมาจากฝั่งได้หกสิบกิโลเมตรแล้ว ท้องทะเลมีคลื่นซัดมาไม่หยุดหย่อน ลมทะเลก็เริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้คลื่นในทะเลก็สูงมากกว่าหนึ่งเมตร และรุนแรงจนน่ากลัว! นี่เป็นครั้งแรกที่หลิงหยุนได้มาทะเลตั้งแต่มาอยู่บนโลกใบนี้ เขาจึงมีความอยากรู้อยากเห็นค่อนข้างสูง หลิงหยุนเร่งความเร็วของเรือขึ้นเป็น 50 นอต และมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หากขับเคลื่อนด้วยความเร็วขนาดนี้ หลิงหยุนจะใช้เวลาอีกราวสี่ชั่วโมงก็จะไปถึงเกาะเตียวหยู หลังจากจัดการกำหนดพิกัดของเกาะเตาหยูแล้ว หลิงหยุนก็ไม่ได้ควบคุมหางเสืออีก เขาหยิบขวดน้ำแร่ขึ้นมาเปิดดื่มสองสามอึก แล้วจึงส่งให้เข้าขาวปุยที่หมอบอยู่ข้างๆ ดวงตากลมโตแวววาวของเจ้าขาวปุยนั้น มีร่องรอยของความเครียด หลิงหยุนจึงยิ้มให้มันพร้อมกับถามขึ้นอย่างอ่อนโยน “ขาวปุย.. เจ้ากลัวงั้นรึ?” เจ้าขาวปุยพยักหน้าทันทีด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด และเต็มไปด้วจยความวิตกกังวล ในใจของมันคิดอยากให้หลิงหยุนหันเรือกลับไปที่ฝั่งหลิงหยุนลูบหัวของมันอย่างนุ่มนวลแล้วถามขึ้นอีกครั้งว่า “เจ้ากลัวทะเล หรือว่ากลัวการกลายร่างกันแน่?”ดวงตาสวยงามมีเสน่ห์ของเจ้าขาวปุยชำเลืองมองออกไปข้างนอก จากนั้นก็ลุกขึ้นนั่งพร้อมกับยกเท้าหน้าของมันขึ้น และชี้ออกไปที่ทะเลด้านนอกหน้าต่างหลิงหยุนถึงกับหัวเราะและพูดปลอบโยน “ก็แค่ทะเล.. ไม่ต้องกลัวหรอก ไปนั่งข้างบนดาดฟ้ากับข้าดีกว่า!”หลิงหยุนลุกขึ้นเปิดประตู และลมทะเลที่รุนแรงก็พัดเข้ามาในห้องโดยสารปะทะเข้ากับร่างของหลิงหยุน จนเสื้อเชิ้ตที่สวมใส่แนบชิดติดตัว เผยให้เห็นรูปร่างที่สวยงามสมส่วนของเขาลมทะเลค่อนข้างรุนแรงมาก แต่เรือก็ยังคงมุ่งไปข้างหน้าที่ความเร็วห้าสิบนอต หากเป็นคนธรรมดาคงจะถูกพัดปลิวไปแล้ว แต่หลิงหยุนที่ตอนนี้อยู่ในระดับกลางของขั้นปรับร่างกาย-6 แรงลมเพียงเท่านี้จึงไม่สามารถทำให้เขาสั่นคลอนได้แม้แต่น้อยหลิงหยุนขึ้นไปยืนอยู่บนหัวเรือ และขาของเขาก็ยึดแน่นอยู่ที่พื้นดาดฟ้าราวกับตอกตะปู หลิงหยนุยืนบนนั้นในลักษณะมือกำลังไขว้หลังอยู่ ร่างของเขากระเพื่อมขึ้นลงตามความเร็วของเรือ ดวงตาคู่สวยของเขาจ้องมองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เจ้าขาวปุยยืนอยู่ข้างหลิงหยุน และในที่แห่งนี้มันก็ไม่จำเป็นต้องพรางตัวอีกต่อไป หางสีขาวทั้งสามของมันโบกสะบัดไปมาท้าสายลมอย่างเปิดเผย“หลุมยักษ์นั่นพวกเราก็ลงไปสำรวจมาแล้ว พวกเราฆ่างูเหลือมยักษ์ ปลาขนาดใหญ่ แม้กระทั่งค้างคาวดูดเลือด แล้วยังจะกลัวอะไรกับมหาสมุทรเล็กๆแห่งนี้..”หลิงหยุนโน้มตัวลงอุ้มร่างของเจ้าขาวปุยขึ้นมา และลูบไล้ขนนุ่มนวลของมันในขณะที่พูดอย่างภาคภูมิใจ“สักพักเจ้าก็จะคุ้นเคยไปเอง!”จากการปลอบโยนและกำลังใจที่ได้รับบจากหลิงหยุน ในที่สุดแววตาของเจ้าขาวปุยก็เริ่มนิ่งและกล้ามากขึ้น หลังจากนั้นครู่หนึ่ง มันก็เริ่มปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมต่างๆในทะเลได้ และเริ่มเล่นกับหลิงหยุน พวกเขาวิ่งเล่นอยู่ในเรือที่ขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วความเป็นเด็กในตัวหลิงหยุนถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เขาวิ่งเล่นกับเจ้าขาวปุยอยู่บนเรืออย่างสนุกสนานที่นี่เป็นท้องทะเลที่เวิ้งว้างไร้ขอบเขต ห่างไกลจากตัวเมืองที่แสนโกลาหลวุ่นวาย มีเพียงเขากับสุนัขจิ้งจอกสวรรค์เก้าหาง ทำให้หลิงหยุนรู้สึกราวกับว่าได้กลับไปยังโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งและหากเรือลำนี้ไม่ใช่สปีดโบ๊ท แต่เป็นเรือไม้.. หลิงหยุนคงรู้สึกว่าเขาได้กลับคืนสู่โลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่แล้วจริงๆเรือแล่นห่างจากชายฝั่งออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้รอบกายเขาก็ล้อมรอบไปด้วยผืนน้ำที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลิงหยุนรู้สึกสดชื่น และสบายอกสบายใจอย่างมากพลังชีวิตจากน้ำนั้นแตกต่างจากพลังชีวิตที่ได้จากพืชและสมุนไพร เพราะน้ำเปรียบเสมือนต้นกำเนิดของทุกชีวิต น้ำมีทั้งความอ่อนโยนและรุนแรงในคราวเดียวกันและแน่นอนว่าน้ำมีประโยชน์สำหรับหลิงหยุนในการฝึกวิชามหานที..