ตอนที่ 170
ตอนที่ 473
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 473 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 473 : ปีศาจจิ้งจอกสวรรค์! หลิงหยุนมีบาดแผลถูกแทงสองแห่งบนใบหน้า สายตาเย็นชาของเขาจ้องมองไปทางโทคุงาวะ ทาเคตากุที่ทรุดลงไปกับพื้น จากนั้นจึงหันไปพ่นเลือดก้อนใหญ่ออกจากปาก! หลังจากที่ใช้กระบี่โลหิตแดนใต้จัดการกับโทคุงาวะ ทาเคตากุในครั้งแรกนั้น พลังชี่ในร่างกายของหลิงหยุนก็เหลือน้อยมากแล้ว อีกทั้งยังได้รับบาดเจ็บภายสาหัส! แต่เพื่อต้องการปกป้องเจ้าขาวปุยจากอันตราย หลิงหยุนจึงพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะสังหารโทคุงาวะ ทาเคตากุให้ได้ เขาจึงเลือกใช้เพลงกระบี่นวสังหารแทนการโคจรดารกะดายันปกป้องตัวเอง จุดมุ่งหมายเดียวคือเพื่อสังหารกับโทคุงาว ทาเคตากุ! ทั้งสิบกระบวนท่าของเพลงกระบี่นวสังหารนั้น เรียกได้ว่าเป็นเพลงกระบี่สังหารที่ค่อนเข้างเหี้ยมโหด โทคุงาว ทาเคตากุต้านทานได้เพียงแค่สามกระบวนท่าเท่านั้น จากนั้นก็ไม่สามารถต้านทานได้อีก และถูกหลิงหยุนสังหารตายในที่สุด! แต่เพราะโทคุงาวะ ทาเคตากุรู้ตัวดีว่าถึงอย่างไรก็ต้องตาย เขาจึงเปลี่ยนจากการป้องกันตัว มาเป็นการใช้เพลงดาบขั้นสูงสุดของตนเองลุยเข้าสังหารหลิงหยุนแทน! ยอดฝีมือทั้งสองคนต่างก็ไม่มีใครคิดที่จะป้องกันตัวเอง ต่างฝ่ายต่างก็หาหนทางที่จะทำร้ายอีกฝ่ายให้บาดเจ็บสาหัสมากที่สุด ผลก็คือทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเท่าๆกัน! แต่ถึงแม้ว่าหลิงหยุนจะไม่ได้โคจรดารกะดายันป้องกันร่างกายไว้ แต่เขาก็แอบใช้ยันต์เพชร และยันต์เกราะป้องกันตัวเอง หลิงหยุนได้รับบาดแผลตามร่างกายมากกว่าสิบแห่ง แม้ว่าแต่ละแผลจะลึกและสาหัสมากจนสามารถมองเห็นกระดูก แต่ก็ไม่โดนจุดสำคัญ.. และในกระบวนเพลงที่เจ็ด หลิงหยุนก็สามารถตัดแขนของโทคุงาวะขาดข้างหนึ่ง! แม้บาดแผลภายนอกของหลิงหยุนจะไม่สาหัสมาก แต่อาการบาดเจ็บภายในนั้นสาหัสถึงขึ้นเสียชีวิตได้ เพราะโทคุงาวะต่อสู้ไม่ต่างจากสัตว์ร้ายที่คลุ้มคลั่งเมื่อต้งอเผชิญหน้ากับความตาย ทั้งคู่จึงต่อสู้และปะทะกันอย่างไม่ดุเดือดและไม่ลดละ แต่ถึงกระนั้นโทคุงาวะก็ไม่สามารถจัดการกับหลิงหยุนได้ พลังชี่ที่โทคุงาวะซัดใส่ร่างกายของหลิงหยุนนั้น ตอนนี้พลังชี่เหล่านั้นกำลังทำลายเส้นลมปราณทั้งหมดของหลิงหยุน และทำให้เขาหมดเรี่ยวแรงในที่สุด เคร้ง… กระบี่มังกรขาวในมือของหลิงหยุนร่วงลงกับพื้น ร่างที่ซีดเผือดของหลิงหยุนโอนเอนไปมาก่อนจะทรุดลงไปกับพื้นทันที! ยันต์บำบัดจำนวนหลายแผ่นถูกเรียกมาอยู่ในกำมือของหลิงหยุน และเขาก็รีบปิดมันลงบนบาดแผลต่างๆ ตามร่างกายพร้อมกับสั่งให้ยันต์ออกฤทธิ์ จากนั้นอาการบาดเจ็บภายนอกก็ได้รับการรักษา และฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว หลิงหยุนพยายามลุกขึ้นนั่งคุกเข่า และพยายามบังคับร่างของตนเองให้เดินไปหาเจ้าขาวปุย ขณะนี้ไป๋เซียนเอ๋อกำลังเปลี่ยนแปลง และกำลังฟื้นกำลัง หลิงหยุนเองก็เช่นกัน! โชคดีที่อสุนีบาตชุดที่สามนั้น แม้ว่าจะยังคงมีฟ้าแลบ และมีแรงกดดันระหว่างสวรรค์กับผืนโลกอย่างรุนแรง แต่ก็ยังไม่มีฟ้าผ่าลงมาแต่อย่างใด! ตอนนี้ในร่างกายของหลิงหยุนนั้น ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยของพลังชี่.. มีเพียงพลังชี่ของโทคุงาวะที่ซัดใส่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในร่างกายของเขา และกำลังทำลายเส้นลมปราณของเขา นี่เป็นเรื่องด่วนที่เขาต้องจัดการก่อน.. ระหว่างที่หลิงหยุนเดินตรงไปหาเจ้าขาวปุยนั้น เขาก็ได้ใช้วิชาพลังลับหยินหยางฟื้นฟูพลังหยินและหยางภายในร่างกายไปด้วยและจุดตันเถียนที่แสนประลาดของหลิงหยุนก็ไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง มันค่อยๆหมุนช้าๆ และพลังหยินหยางก็ค่อยๆกำเนิดขึ้น และค่อยๆเคลื่อนไปตามเส้นลมปราณต่างๆทั่วร่างกาย รวมถึงเส้นลมปราณวิสามัญทั้งแปดเส้นอีกด้วย!พลังหยินและหยางที่เคลื่อนไปตามเส้นลมปราณต่างๆนั้น เมื่อปะทะเข้ากับพลังชี่ที่รุนแรงของโทคุงาวะ ก็กลืนกลินพลังเหล่านั้นเข้าไป และยังคงเคลื่อนตัวไปข้างหน้าเรื่อยๆ!ผ่านไปครู่หนึ่ง.. พลังหยินหยางในร่างกายของหลิงหยุนจึงค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และกลืนกินพลังชี่ที่ทำลายเส้นลมปราณเข้าไปอย่างรวดเร็ว พลังชี่ในร่างกายของหลิงหยุนเองก็ค่อยๆฟื้นคืน และเปลี่ยนพลังชี่ของโทคะงาวะมาเป็นของตนเอง!และนี่คือบทบาทหน้าที่อีกหนึ่งอย่างของวิชาพลังลับหยินหยาง ไม่ว่าพลังชี่ภายในร่างกายจะเป็นของใคร พลังหยินหยางในร่างกายของหลิงหยุนก็จะกลืนกิน และเปลี่ยนมันเป็นพลังชี่ของตัวเขาเอง!โลกใบนี้แบ่งเป็นพลังหยิน-หยาง และพลังชี่ – พลังชี่ คือพลังจากธรรมชาติที่มีผลต่อร่างกาย และจิตวิญญาณของมนุษย์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ส่วนพลังหยิน – หยางนั้น คือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของสิ่งตรงข้ามกันที่เกิดขึ้นในวัฏจักรเพื่อนำไปสู่ความสมดุลหากมีการเปลี่ยนแปลง ก็ยากที่จะหลีกพ้นจากคำว่าหยิน-หยางไปได้ หลิงหยุนเองมีทั้งพลังหยิน และพลังหยางที่บริสุทธิ์ และสามารถปรับเปลี่ยนแทนกันและกันได้ จึงไม่ยากที่จะกลืนกินพลังชี่ของผู้อื่น และปรับเปลี่ยนเป็นของตนเอง!และในที่สุดร่างกายของหลิงหยุนก็ค่อยๆฟื้นตัวขึ้นบ้างแล้ว!แม้ว่าอาการบาดเจ็บภายในจะได้รับการรักษาให้ดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ร่างกายของหลิงหยุนก็ยังคงอ่อนแออยู่ เขาจึงต้องเรียกน้ำเต้าวิเศษออกมาเพื่อดื่มน้ำลายมังกรเพิ่มพลังชีวิตยังเหลือน้ำลายมังกรอีกเป็นมากมายอยู่ในน้ำเต้าวิเศษ หลิงหยุนจึงต้องใช้แขนสองข้างยกน้ำลายมังกรขึ้นดื่ม และเริ่มดื่มน้ำลายมังกรเข้าไปร่างกายจำนวนมาก!หลังจากที่ดื่มเข้าไปสามถึงสี่กิโลกรัม พลังชีวิตจากน้ำลายมังกรก็เริ่มถูกดูดซับและกระจายไปตามเส้นลมปราณทั่วร่างกายของหลิงหยุน และพุ่งเข้าสู่จุดตันเถียนของเขาทันที!จุดตันเถียนที่มหัศจรรย์ของเขานั้น เมื่อได้รับพลังชีวิตจากน้ำลายมังกรเข้าไป ก็เริ่มหมุนในอัตราที่เร็วกว่าเดิมหลายเท่า และในเวลาเดียวกันเส้นโค้งรูปมังกรภายในจุดตันเถียนที่แสนมหัศจรรย์ของเขานั้น ก็เริ่มประหลาดมากขึ้น และมากขึ้น!ครั้งนี้เส้นโค้งรูปมังกรในจุดตันเถียนของหลิงหยุนโตขึ้นอย่างมากภายในเวลาชั่วขณะ หัวมังกรทองนั้นหันหน้าไปทางกระดูกสันหลังของหลิงหยุน และตอนนี้กระดูกสันหลังของเขาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองจางๆไปทั้งหมดแล้ว!พลังหยินและพลังหยางภายในร่างกายเริ่มแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ และพลังชี่ในร่างกายของหลิงหยุนก็เริ่มฟื้นตัวถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว!“ดูเหมือนว่า.. ข้ามีโอกาสที่จะก้าวสู่ขั้นปรับร่างกาย-7 แล้วสินะ..” หลิงหยุนสัมผัสได้ถึงแรงผลักดันในร่างกาย และรู้สึกว่าจะสามารถเข้าสู่ขั้นต่อไปได้แล้วและนี่เป็นการคาดเดาจากความรู้สึกล้วนๆ คล้ายๆกับความรู้สึกหิวหรืออิ่มที่ไม่ต้องมองเห็น แต่ก็สามารถรู้สึกได้มันเป็นไปไม่ได้ที่ผู้คนจะคิดเอาด้วยสมองว่าหิวหรืออิ่ม มันเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความรู้สึกของร่างกายเท่านั้น!หลิงหยุนวางน้ำเต้าวิเศษลง จากนั้นก็เรียกกระบี่มังกรขาวออกมา..ดูเหมือนว่าน้ำลายมังกรสามสี่กิโลกรัมที่ดื่มเข้าไปนั้น คงยังไม่เพียงพอที่จะทำให้หลิงหยุนมีพลังชี่มากพอที่จะเข้าสู่ขั้นต่อไปได้ อีกทั้งเจ้าขาวปุยก็ยังอยู่ในช่วงนาทีวิกฤตอยู่ เขาจึงไม่สามารถที่พัฒนาสู่ขั้นต่อไปได้ในเวลานี้เขาหยิบยันต์ธาราออกมา และแปะมันไว้ที่ศรีษะด้านบน ลูกน้ำขนาดเท่าลูกบาสเก็ตบอลปรากฏขึ้นบนศรีษะของเขา จากนั้นจึงหล่นลงบนหัว และชะล้างเลือดที่เปื้อนตามใบหน้าและร่างกายของเขาออกไปเฮ้อ..!