ตอนที่ 169
ตอนที่ 472
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 472 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 472 : ชะตากรรมของเซียนเอ๋อ! หากเทียบกับกองทัพนินจาที่บุกมาในคืนนี้ ยากิอุ ยูมะจัดว่าสูงใหญ่กว่าคนอื่นๆ แต่ตอนนี้ร่างของเขากลับถูกแรงระเบิดของยันต์เตโชที่หลิงหยุนปลุกเสกขึ้นสะบั้นจนเล็กลงในพริบตา! กระดูดซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของร่างกายหลายชิ้น ตั้งแต่กระดูกคอ กระดูกสันหลัง กระดูกซี่โครงทั้งสองข้าง และอีกหลายแห่งได้ถูกแรงระเบิดจนแตกละเอียด..! สภาพของยากิอุ ยูมะในเวลานี้ ยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เพราะอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างจากท่อนไม้สีดำ.. นอกเหนือจากกระดูกที่แตกละเอียดแล้ว ทั้งกระดูกและชิ้นเนื้อก็ถูกเปลวไฟสีน้ำเงินที่เกิดจากยันต์เตโชเผาไหม้จนดำเป็นเถ้าถ่าน! แต่ถึงกระนั้น.. ความทุกข์ทรมานของยากิอุยูมะก็ยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น ร่างที่ดำเป็นตอตะโก และใบหน้าที่ปกคลุมด้วยผิวเนื้อแดงสดนั้นยังไม่ตายสนิท และกำลังชี้นิ้วไปทางหลิงหยุนที่อยู่ห่างออกไป เขาอยากจะกรีดร้องออกมาแต่ก็ไม่มีเสียง มีเพียงลมเบาๆที่พ่นออกมาจากริมฝีปาก! สภาพที่น่าเวทนาและสยดสยองของยากิอุ ยูมะ ทำให้โทคุงาวะ ทาเคตากุถึงกับหวาดผวากับแรงระเบิดที่รุนแรงจนต้องกระโดดหนีออกไปไกล และได้แต่ยืนมองภาพที่น่าสยดสยองนั้นด้วยเหงื่อเย็นที่ไหลออกมาท่วมตัว หลิงหยุนที่ยืนเงียบๆห่างไกลออกไปนั้น มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก.. เขาคิดไม่ถึงว่ายากิอุ ยูมะจะยังไม่ตาย! แม้ทั้งคู่จะเป็นศัตรูที่เกลียดชังกัน แต่เขาก็ไม่ต้องการให้ยากิอุ ยูมะต้องอยู่ในสภาพที่ทรมานเช่นนั้น เขาเพียงต้องการฆ่าให้ตายเท่านั้น! หลิงหยุนแอบถอนหายใจอยู่เงียบๆ จากนั้นมือซ้ายของเขาก็ซัดตะปูใส่คิ้วของยากิอุ ยูมะทันที เพื่อให้เขาได้ตายอย่างไม่ต้องทรมาน ตระกูลยากิอุนับว่าโชคร้ายอย่างมาก เพราะที่ป่าเสินหนงเจี๋ยในครั้งนั้น ยากิอุ ซาบุโร่ก็ถูกหลิงหยุนใช้ยันต์อัคนีเผาทั้งเป็น และตอนนี้ยากิอุ ยูมะก็ถูกหลิงหยุนเผาด้วยยันต์เตโช ดูเหมือนว่าปีนี้ตระกูลยากิอุคงต้องประสบภัยจากเพลิง! “นี่มันอะไรกัน?!” โทคุงาวะ ทาเคตากุทั้งตกใจและคับแค้นใจจนแทบคลั่ง! เขากำดาบซามูไรในมือแน่น ดวงตาจ้องมองไปทางหลิงหยุนนิ่ง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธแค้น จากนั้นมือทั้งสองข้างก็เงื้อดาบในมือขึ้น และวิ่งตรงเข้าใส่หลิงหยุนทันที! ครืน.. ครืน.. เปรี้ยง! สายฟ้าสีเงินผ่าลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง และฟาดใส่ร่างของไป๋เซียนเอ๋อทันที! “ครั้งที่สามสิบหก!” หลิงหยุนไม่ใส่ใจกับโทคุงาวะ ทาเคตากุที่กำลังคลุ้มคลั่ง เขารีบหันหลังกลับ และวิ่งไปยังหุบเขาเล็กๆที่เจ้าขาวปุยอยู่ทันที! ระหว่างที่ต่อสู้อยู่ท่ามกลางความเป็นความตายนั้น จิตใจของหลิงหยุนก็ยังคงพะว้าพะวง และหูก็คอยฟังและนับจำนวนเสียงสายฟ้าที่ฟาดลงมาอย่างต่อเนื่อง! หลังจากที่นับสายฟ้าได้จำนวนสามสิบหกเส้นแล้ว หลิงหยุนก็ประเมินว่าอสุนีบาตชุดที่สองใกล้จะผ่านพ้นไปแล้ว เขาจึงรีบวิ่งไปดูไป๋เสี่ยวเอ๋อว่าเป็นอย่างไรบ้าง? โทคุงาวะ ทาเคตากุเองก็วิ่งตามหลิงหยุนไปยังหุบเขาเล็กๆ ซึ่งอยู่บนยอดเขาสูง ทั้งคู่จึงต้องปีนขึ้นไปอีกราวหนึ่งร้อยเมตร! เมื่อไปถึงหลิงหยุนก็ยืนอยู่บนก้อนหิน และจ้องมองไปทางหุบเขาเล็กๆแห่งนั้น เพื่อดูเจ้าขาวปุยที่อยู่ในค่ายกลแปดทิศหลิงหยุนอยู่ห่างจากเจ้าขาวปุยเพียงแค่ห้าสิบเมตร และด้วยเนตรหยินหยางของเขา ทำให้สามารถมองเห็นภาพได้คมชัดได้ราวกับกำลังยืนเผชิญหน้ากันอยู่..และเมื่อได้เห็นสภาพของเจ้าขาวปุย.. หลิงหยุนถึงกับตกใจจนลูกตาแทบจะหลุดออกจากเบ้า!เพราะสภาพของเจ้าขาวปุยในยามนี้ เลวร้ายกว่าสภาพของยากิอุ ยูมะที่ถูกเผาด้วยยันต์เตโชอย่างไม่สามารถเทียบกันได้!สายฟ้าที่ผ่าลงมาจำนวนสามสิบหกครั้งติดๆกันนั้น ไม่เปิดช่องให้เจ้าขาวปุยได้มีโอกาสรักษาบาดแผล หรือพักร่างกายเลยแม้แต่น้อย สายฟ้าที่ฟาดกระหน่ำลงมาไม่ยั้งนั้น ทำให้สภาพของเจ้าขาวปุยในเวลานี้ ดูแทบไม่ออกว่ามันคือสุนัขจิ้งจอก!ฟ้าดินเป็นสิ่งที่ยากจะเอาชนะได้! แม้ว่าเจ้าขาวปุยจะใช้ยันต์อสนี และที่ลำตัวก็ยังมียันต์เพชร และยันต์เกราะช่วยปกป้องไว้อีกขั้น และยังมียันต์บำบัดระดับสองรักษาแผลตามร่างกาย แต่ก็ยังยากที่จะทานทนต่ออสุนีบาตที่มีอานุภาพรุนแรงเหล่านั้นได้!สภาพของเจ้าขาวปุยในยามนี้ เรียกได้ว่าแทบจะเหลือเพียงแค่โครงกระดูกสีดำ เนื้อสดถูกอสุนีบาตเผาทำลายจนแทบไม่เหลือ และกำลังยืนหมดเรี่ยวหมดแรงอยู่ในค่ายกลแปดทิศ คล้ายกับว่าไม่อาจเคลื่อนไหวได้อีกแล้ว อีกทั้งยังดูแทบไม่ออกว่ามันมีชีวิตอยู่ หรือว่าตายไปแล้วกันแน่!“เซียนเอ๋อ!”หลิงหยุนมองสภาพของไป๋เซียนเอ๋อด้วยดวงตาแดงก่ำ จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองไปยังกลุ่มเมฆขนาดมหึมาที่ทรงอานุภาพนั้น ในใจของเขานึกเกลียดชังสวรรค์อย่างที่สุด!“สวรรค์.. ท่านช่างโหดร้ายนัก! เพียงแค่สัตว์วิญญาณตนหนึ่งที่ต้องการกลายร่าง ท่านต้องลงทัณฑ์ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?!”หลิงหยุนเงยหน้าพร้อมกับชี้นิ้วขึ้นไปยังกลุ่มเมฆสีดำขนาดมหึมานั้น เขาใช้มังกรคำรามร้องตะโกนออกไปด้วยความคับแค้นใจ!หลังจากที่ได้ร้องตะโกนออกไป หลิงหยุนก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาเล็กน้อย เพราะเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่า ตราบใดที่กลุ่มเมฆขนาดมหึมานี้ยังอยู่ ย่อมหมายความว่าเจ้าขาวปุยก็ยังไม่ตายเช่นกัน เพราะหากมันตาย.. กลุ่มเมฆขนาดมหึมานี้ก็จะสลายหายไปภายในพริบตาทันทีแต่จู่ๆ ลมก็เย็นวูบขึ้นทางด้านหลังของหลิงหยุน!กระบี่โลหิตแดนใต้ปรากฏขึ้นในมือซ้ายที่ว่างเปล่าของหลิงหยุน และแทบจะไม่ต้องคิดอะไร ร่างของหลิงหยุนหมุดวนอย่างรวดเร็วราวกับพายุ และไปปรากฏอยู่ทางด้านหลังของโทคุงาว ทาเคตากุที่พุ่งเข้ามาและนี่เป็นครั้งแรกของการปะทะกันระหว่างยอดฝีมือทั้งสองคน! คงยากที่จะมีใครรอดไปได้!ดาบและกระบี่พุ่งเข้าใส่กัน จนเกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พลังชี่ที่ทั้งคู่ใช้ทำลายล้างกันนั้น ทำให้แม้แต่ก้อนหินที่อยู่รอบๆ ถึงกับลอยขึ้นสูงจากพื้นเคร้ง.. เคร้ง..“โอ๊ะ..” เลือดไหลออกจากร่างกายของหลิงหยุนอีกครั้งโทคุงาวะ ทาเคตากุเองก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เขาคิดไม่ถึงจริงๆว่า เด็กหนุ่มชาวจีนผู้นี้จะมีกำลังภายในที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้!หลิงหยุนทำให้เขาต้องใช้กำลังภายใน และฝีมือขั้นสูงสุดในทุกครั้งที่ต้องปะทะกัน ซึ่งทำให้เขาตกใจไม่น้อย!หลิงหยุนมีหลายวิชาที่ทรงพลังอย่างมาก!วิชาดารกะดายันทำให้เขามีพลังต้านทานที่แข็งแกร่ง และกระบี่ธรรมดาๆ ก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้เช่นเดียวกันกับวิชาพลังลับหยินหยาง ที่ทำให้เขามีกำลังภายในที่สูงกว่าที่ควรจะมีในขั้นปรับร่างกาย-6 นี้ และสามารถที่จะเอาชนะยอดฝีมือระดับสูงสุดของขั้นเซียงเทียน-3 ได้!