ตอนที่ 178
ตอนที่ 481
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 481 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 481 : เมฆเก้าสี! เมื่อครั้งอยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่นั้น.. เคยมีนางฟ้าองค์หนึ่งติดตามหลิงหยุนไปกว่าครึ่งปี และเมื่อถึงเวลาที่นางต้องจากลา นางได้ชี้ไปยังดวงดาวพร้อมตั้งคำถามกับหลิงหยุน.. นางฟ้าองค์นั้นเอ่ยถามหลิงหยุนพร้อมกับพยายามซ่อนแววตาที่เศร้าสร้อยไว้ “หลิงหยุน.. เจ้าตอบข้าได้หรือไม่ว่าดวงดาวบนท้องฟ้ามีหัวใจหรือไม่?” หลิงหยุนไม่กล้าแม้แต่จะมองตาที่เศร้าสร้อยของนางฟ้าองค์นั้น และในครั้งนั้นเขาตอบกลับไปว่า “ข้าคิดว่ามี.. ไม่เช่นนั้นเหตุใดดวงดาวเหล่านั้นจึงเอาแต่ซ่อนตัว และแอบจ้องมองผู้คนมานานหลายพพันปี!?” หลังจากได้ฟังคำตอบ ดวงตาของเทพธิดาองค์นั้นก็ดูเศร้าสร้อยมากยิ่งขึ้น และใบหน้าที่สดใสสวยงามไร้คู่แข่งของนางก็เปลี่ยนไปชั่วขณะ ก่อนจะจากไปโดยไม่ใยดี.. ดวงดาวมีหัวใจหรือไม่นั้น.. หลิงหยุนไม่รู้จริงๆ! เขารู้เพียงว่าดวงดาวบนท้องฟ้าแต่ละดวงล้วนมีพลัง มันเผาไหม้ตัวเองเพื่อเปล่งประกายสว่างไสวอยู่ท่ามกลางความมืด และหนาวเหน็บของจักรวาล ใช้ชีวิตของตนเองสร้างแสงระยิบระยับเป็นประกายสะดุดตา.. ตอนนี้หลิงหยุนฝึกวิชาดารกะดายัน สิ่งที่เขาดูดซับเข้าไปในร่างกายนั้น ก็คือพลังของดวงดาวนับพันล้านดวง! หลังจากที่ผ่านบททดสอบ และแทบเอาชีวิตไม่รอดจากอสุนีบาตที่ทรงอานุภาพเหล่านั้นแล้ว ร่างของหลิงหยุนก็มีอุณหภูมิที่สูงขึ้นจากพลังสายฟ้า จนในเวลานี้อุณหภูมิในร่างกายเของเขาก็ยังคงสูงอย่างน่าตกใจ! จุดฝังเข็มต่างๆ ในร่างกายของหลิงหยุนเวลานี้ไม่ต่างจากหลุมที่ไม่มีก้น มันสามารถหมุนเวียนเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง จุดฝังเข็มเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้พลังต่างๆในร่างกายของหลิงหยุน รวมทั้งพลังหยิน-หยางสามารถผ่านเข้าสู่เส้นลมปราณได้อย่างราบรื่น เมื่อใดก็ตามที่หลิงหยุนฝึกวิชาดารกะดายัน จุดฝังเข็มเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อการดูดซับพลังสุริยะที่ร้อนแรง พลังจันทราที่สวยงาม และพลังดวงดาวนับล้านๆดวง ตอนนี้ภายในจุดตันเถียน และเส้นลมปราณต่างๆของหลิงหยุน ล้วนเต็มไปด้วยสายฟ้ารูปร่างคล้ายงูจำนวนนับไม่ถ้วน ทำให้โลกภายใน และโลกภายนอกของหลิงหยุนนั้นเชื่อมต่อกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ และน่าประหลาด! และแน่นอนว่า.. หากเป็นมนุษย์ธรรมดา ก็คงจะไม่สามารถมองเห็นพลังดวงดาวที่รายล้อมรอบกายหลิงหยุนระหว่างที่ฝึกดารกะดายันได้ แต่ไป๋เซียนเอ๋อไม่ใช่มนุษย์.. นางเป็นสุนัขจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางที่กลายร่างเป็นมนุษย์ได้สำเร็จ และนางก็เป็นสัตว์วิญญาณที่มีพลังมากที่สุดบนโลกใบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ก็เป็นเกาะที่อยู่กลางท้องทะเล และไร้ซึ่งมลพิษ ดังนั้นไป๋เซียนเอ๋อจึงสามารถมองเห็นภาพที่น่าอัศจรรย์ตรงหน้าได้! หลิงหยุนฝึกดารกะดายันเพียงไม่นาน ก็สามารถเข้าสู่ระดับย่อยที่สิบสี่ได้แล้ว เขาหยุดฝึกเพียงแค่นั้นด้วยความรู้สึกที่พอใจอย่างมาก.. หลิงหยุนสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าจิตหยั่งรู้ของเขานั้นเริ่มมีกำลังมากขึ้น แม้ว่ารัศมีในการรับรู้ของจิตหยั่งรู้จะยังไม่กว้างนัก แต่ก็มีความคมชัด และสามารถรับรู้ได้ในรัศมียี่สิบเมตร หลังจากที่ได้ทดสอบอย่างละเอียด เขาสัมผัสได้ว่าสามารถมองเห็นภายในร่างกายของตนเองได้รวดเร็วมากขึ้น และอีกไม่นานเขาก็จะเข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-8 ได้แล้ว จุดตันเถียน และเส้นลมปราณที่แข็งขึ้นนั้น ทำให้พลังหยิน-หยางในร่างกายของหลิงหยุนบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น และด้วยดารกะดายันระดับสิบสี่นี้ ก็ทำให้เนตรหยินหยางของเขามองได้ไกลขึ้นอีกเช่นกัน!หลิงหยุนก้มลงใช้เนตรหยินหยางมองไปที่แขนของตนเอง เขาสามารถมองเห็นเส้นเลือด และกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังได้อย่างชัดเจน แต่ยังไม่สามารถมองทะลุกล้ามเนื้อไปจนเห็นกระดูกได้..‘มองลึกไปได้เพียงหนึ่งเซนติเมตร..’ หลิงหยุนคิดอยู่ในใจเงียบๆหลิงหยุนละสายตาจากแขนของตนเอง และมองไปยังไป๋เซียนเอ๋อซึ่งสวมชุดกระโปรง ไม่ผิดจากที่คิดไว้.. เนตรหยินหยางของหลิงหยุนสามารถมองทะลุเสื้อผ้าบางของไป๋เซียนเอ๋อได้ในทันที ไป๋เซียนเอ๋อภายใต้สายตาของเขานั้น ไม่ต่างจากไข่ที่ถูกลอกเปลือกนอกออก และไม่ว่าจะสวมเสื้อผ้าหรือไม่ก็ไม่ต่างกัน!“เฮ้อ..” หลิงหยุนรีบลุกขึ้นลุกลง และเลือดกำเดาเกือบจะไหลออกมา!“นายท่าน.. เป็นอะไรไป?!”ไป๋เซียนเอ๋อไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นางจึงรีบโน้มตัวเข้าไปใกล้หลิงหยุนอย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยประคองเขาไว้ และสีหน้าแววตาก็เต็มไปด้วยความกังวล และห่วงใย!“ข้าไม่เป็นอะไร..” หลิงหยุนรีบดับเนตรหยินหยาง และพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง..จากนั้นไป๋เซียนเอ๋อก็เอ่อยถามอย่างเอียงอาย “นายท่าน.. นายท่านต้องสวมใส่เสื้อผ้าก่อนหรือไม่?”“ต้องสิ!” หลิงหยุนตอบพร้อมกับเรียกเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาถือไว้จากนั้นก็จัดการสวมใส่เสื้อผ้าชุดดำ ส่วนในใจก็สวดภาวนาเพื่อดับไฟราคะอยู่ไม่หยุด เขารู้สึกว่าไป๋เซียนเอ๋อนั้นมีแรงดึงดูดมากกว่าหลินเมิ่งหานถึงเจ็ดแปดเท่าเมื่อสภาพร่างกายของหลิงหยุนกลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว เขาจึงได้แต่ยิ้ม จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเพื่อทดสอบมังกรคำราม.. และไม่ว่าจะตะโกนหรือกระซิบ เสียงของหลิงหยุนก็สามารถได้ยินไปไกลกว่าสิบไมล์ทะเลมังกรคำรามหากใช้คู่กับจิตหยั่งรู้.. จึงจะเป็นมังกรคำรามที่แท้จริง หากคนธรรมดาได้ยินมังกรคำรามของหลิงหยุนในเวลานี้ พลังของมันคงทำให้พวกเขาต้องถึงกับงุนงง จนหลงทิศหลงทางไปครู่ใหญ่แน่และยิ่งกว่านั้น.. หลิงหยุนมั่นใจว่ามังกรคำรามของเขาในเวลานี้ จะสามารถบีบ และสะกดจิตยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนให้สามารถเผยความลับของตนออกมาได้!อสุนีบาตทดสอบจากสวรรค์นั้น ทำให้หลิงหยุนได้รับประโยชน์มากมายจนนับไม่ถ้วน!หลิงหยุนร้องตะโกนอย่างตื่นเต้น และเมื่อเขากำลังจะร้องบอกให้ไป๋เซียนเอ๋อเตรียมตัวกลับบ้าน เขาก็สัมผัสถึงความผิดปกติบางอย่าง!หลิงหยุนถึงกับใจสั่น!“นี่อะไรกัน?! ยังไม่หมดอีกหรือนี่?” หลิงหยุนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความรู้สึกที่ไม่ดีนัก!“ช่างเป็นเมฆที่สวยงามอะไรเช่นนี้!” ไป๋เซียนเอ๋อชี้ไปที่เมฆสีส้มซึ่งอยู่ห่างไกล สีหน้าของนางทั้งตื่นเต้นแล้วก็หลงใหล“ดูสินายท่าน.. มีเสียวเขียวด้วย..”