ตอนที่ 197
ตอนที่ 500
October 22, 2026
Dragon Emperor Martial God จักรพรรดิ์เทพมังกร – ตอนที่ 500 [ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ : จักรพรรดิ์เทพมังกร ] บทที่ 500 : ข่าวคราวของเสี่ยวเม่ยเม่ย! หลังจากปะทะฝีมือกันครู่หนึ่ง หลิงหยุนก็กระโดดถอยออกมาพร้อมกับจ้องมองหญิงสาวลึกลับด้วยสายตาคมกริบ แต่ในใจกลับรู้สึกตกใจอย่างมาก! ‘น่าอัศจรรย์จริงๆ! นี่เจ้าอยู่ในขั้นใหนกันแน่?!’ หลิงหยุนได้ถ่ายเทพลังหยิน-หยางลงไปที่กระบี่โลหิตแดนใต้ และพลังหยิน-หยางก็ปรับเปลี่ยนให้ใบมีดมีไอเย็นบ้างไอร้อนบ้างสลับกันไป แต่ผ้าดำของแม่มดน้อยตนนี้กลับสามารถตอบโต้ได้หมด! หญิงสาวลึกลับยืนนิ่ง นางสะบัดแขนเพียงเบาๆ ผ้าสีดำทั้งสองผืนก็ม้วนกลับเข้าไปพันที่ท่อนแขนของนางทันที และไม่รู้ว่าผ้าบางนั้นต้องม้วนรัดรอบแขนของนางไปกี่รอบจึงจะหนาพอที่จะทำให้หลิงหยุนไม่สามารถมองเห็นผิวขาวนวลเนียนของนางได้อีก และนั่นยิ่งเพิ่มความรู้สึกลึกลับให้กับนางมากยิ่งขึ้น เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวลึกลับผู้นี้เหลือบมองหลิงหยุน และปล่อยให้รถแลนด์โรเวอร์วิ่งจากไปแต่โดยดี ในที่สุดรถแลนด์โรเวอร์ก็วิ่งหายลับตาไปท่ามกลางความืด.. นางจึงถอนสายตาหันกลับมามองหลิงหยุนซึ่งยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับแสยะยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่กังวานใสเช่นเคย “เจ้าเด็กร้ายกาจ.. ไม่แปลกที่เจ้าจะยะโสโอหังเช่นนี้ ที่แท้ฝีมือของเจ้าก็ไม่ธรรมดาเลย!” หลิงหยุนยืนนิ่งถือกระบี่โลหิตแดนใต้ไว้ในมือ แม้ใบหน้าของเขาจะปรากฏรอยยิ้มบางๆ แต่ในใจกลับนึกหวาดหวั่น ดวงตาของหลิงหยุนจับจ้องอยู่ที่แววตาลึกลับของนางก่อนจะตอบไปว่า “แม่มดน้อย.. เจ้าปิดหน้าทำไมกัน? หรือเพราะหน้าตาของเจ้าขี้ริ้วขี้เหร่จึงต้องใช้ผ้าดำปกปิดไว้?!” หลังจากที่รถแลนด์โรเวอร์แล่นหายไปจนไม่เห็นแม้แต่เงาแล้ว ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนจำนวนสิบกว่าคนที่ไม่สามารถตามรถไปได้ทัน ต่างก็กรูเข้าไปล้อมคนทั้งคู่ไว้ ใบหน้าของบรรดายอดฝีมือต่างก็เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว และผิดหวัง ทุกคนต่างจ้องมองหลิงหยุนด้วยแววตาคล้ายอยากจะกินเลือดกินเนื้อ ดูเหมือนหญิงสาวลึกลับนางนี้จะเป็นหัวหน้าของพวกเขา ในเมื่อนางยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไร จึงไม่มียอดฝีมือขั้นเซียงเทียนคนใหนจะกล้าพูดอะไรแม้แต่คำเดียวเช่นกัน บรรยากาศในตอนนี้นั้นเรียกได้ว่าแค่หายใจยังไม่กล้า.. แต่หลิงหยุนไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวนัก เพราะนอกเหนือจากหญิงสาวลึกลับผู้นี้แล้ว ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนคนอื่นๆ ต่างก็ไม่มีใครที่อยู่ในขั้นเซียงเทียน-3 เลยแม้แต่คนเดียว หากหลิงหยุนต้องการจะฝ่าวงล้อมนี้ไป เขาคงต้องจับใครสักคนเป็นตัวประกันเพื่อการหลบหนี รถแลนด์โรเวอร์วิ่งหายลับตาไปแล้ว หลิงหยุนจึงไม่มีสิ่งใดให้เป็นกังวลอีก และตอนนี้เขาก็กำลังคิดเรื่องที่ไม่ควรคิดอยู่.. หลิงหยุนสำรวจเรือนร่างของหญิงสาวลึกลับขึ้นลงเป็นสิบรอบ แต่กลับไม่พบข้อบกพร่องบนเรือนร่างของนางเลยแม้แต่นิดเดียว จนทำให้เขาอดที่จะคิดเรื่องน่าอายบางอย่างไม่ได้ นั่นเพราะรูปร่างของหญิงสาวผู้นี้นั้นช่างเย้ายวน และสมบูรณ์แบบจนหาที่ติไม่ได้!หญิงสาวลึกลับผู้นี้มีสูงกว่าหลงหวู่เล็กน้อย เรือนร่างของนางทั้งสวยงามและสง่างามชวนหลงใหล รูปร่างของนางงดงามราวกับรูปปั้น และงดงามยิ่งกว่าปีศาจอย่างไป๋เซียนเอ๋อเสียอีกและด้วยพลังชี่ซึ่งหมุนเวียนอยู่รอบกายตลอดเวลา ทำให้ผมยาวดำขลับที่ปลิวไสวได้เองตลอดเวลาแม้จะไม่มีลมพัดนั้น เน้นให้นางยิ่งดูงดงามมากขึ้นแทบจะไม่ต้องพูดถึงหลิงหยุน.. เพราะต่อให้เป็นหลวงจีนชราที่นั่งเข้าฌาณมาเป็นเวลานับทศวรรษ หากได้พบเห็นเรือนร่างที่งดงามเช่นนี้ปรากฏอยู่ตรงหน้า ก็คงยากที่จะไม่รู้สึกหวั่นไหวได้อาภรณ์ของนางนั้น.. ดูเหมือนจะตัดเย็บจากผ้าซาตินสีดำชนิดเดียวกันกับอาวุธผ้าที่ม้วนรัดอยู่รอบมือ และสีดำของผ้าก็ตัดกับผิวสีขาวนวลของนางอย่างมากแม้เรือนร่างของนางจะดูงดงาม แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดก็คือดวงตาคู่งาม ลูกนัยน์ตาสีดำกลมโตเป็นประกายของนางนั้น ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นไม่กล้าที่จะจ้องมองตรงๆ เพราะเป็นดวงตาที่สามารถดึงดูดหัวใจ และจิตวิญญาณของผู้ที่จ้องมองได้..เมื่อได้เห็นสายตาที่กล้าหาญและเปิดเผยของหลิงหยุน แม่มดลึกลับตนนั้นกลับบิดเอวเล็กน้อยพร้อมกับหัวเราะคิกคักแล้วพูดขึ้นว่า“เจ้าเด็กตัวแสบ.. ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าขี้ริ้วขี้เหร่ เหตุใดยังอยากเห็นใบหน้าของข้าอีก?! เจ้ารู้หรือไม่ว่า.. ผู้ที่ได้เห็นใบหน้าของข้า ล้วนแล้วแต่เป็นร่างไร้วิญญาณเท่านั้น!”หลิงหยุนไม่ใส่ใจ เขายิ้มมุมปากพร้อมตอบกลับไปทันที “ถ้าเช่นนั้นข้าเองก็อยากจะลองดูว่า หากข้าได้เห็นใบหน้าของเจ้าแล้ว ข้าจะกลายเป็นร่างไร้วิญญาณด้วยหรือไม่?”หญิงลึกลับทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจ “ในเมื่อเจ้าต้องการตายอยู่ที่นี่นัก.. ข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าเอง!”หลิงหยุนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน “แม่มดน้อย.. ข้าว่าเจ้าอย่าดีแต่พูดจะดีกว่า ระวังจะตัวเองจะต้องเสียหน้าล่ะ.. ”หญิงสาวลึกลับยิ้มหยันพร้อมกับตอบไปว่า “งั้นก็มาดูกันว่าระหว่างเจ้ากับข้าใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายเสียหน้า..?”ทันทีที่พูดจบ หญิงสาวลึกลับก็โบกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนบุกเข้าจู่โจมหลิงหยุนทันที..หลิงหยุนยืนถือกระบี่โลหิตแดนใต้ไว้ในมือ และกวาดสายตาไปทางยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนสิบกว่าคนที่ยืนล้อมเขาอยู่ พร้อมกับคิดในใจว่าใครกันที่จะเป็นผู้ได้ลิ้มรสกระบี่ในมือของเขาเป็นคนแรกบนเกาะเตียวหยู.. หลิงหยุนได้สร้างความสยดสยองไว้มากมาย แต่ตอนนั้นเขายังอยู่เพียงแค่ระดับกลางของขั้นปรับร่างกาย-6 แต่ในเวลานี้เขาแข็งแกร่งกว่านั้นถึงสองหรือสามเท่า!นอกเหนือจากหญิงสาวลึกลับแล้ว หลิงหยุนมั่นใจว่าไม่มีใครสามารถรับมือเขาได้เกินสองดาบแน่เมื่อได้รับคำสั่ง.. ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนสองคน – คนหนึ่งถือดาบ ส่วนอีกคนถือกระบี่ยาว ต่างก็พุ่งเข้าใส่หลิงหยุนทันที!สีหน้าของหลิงหยุนยังคงนิ่งเรียบเช่นเคย และเมื่อยอดฝีมือทั้งสองคนพุ่งเข้ามา ร่างของทั้งคู่ก็ถูกตัดเป็นสองท่อนในคราวเดียวกัน และหลิงหยุนก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิชากระบี่ใดๆเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ตวัดกระบี่ในมือไปทางซ้ายและขวาเท่านั้น!กระบี่ในมือของหลิงหยุนนั้นช่างว่องไวเหลือเกิน!