ตอนที่ 22
บทที่ 396 อย่าประมาทพลังแห่งการทำลายล้าง
October 28, 2026
องค์หญิงแปดมักจะหัวเราะเยาะนางเก้าต่อหน้านางบ่อยครั้ง แต่งไปให้กับหยุนชินอ๋องที่เย็นชาแบบนั้น ยังไงก็ฝังทั้งเป็นกับคนตายได้ทุกเมื่อ องค์หญิงสี่แอบขบฟัน รู้มานานแล้วว่าเจ้าแปดเชื่อไม่ได้เลย รูปร่างที่กำยำล่ำสันอย่างหยุนชินอ๋องเหมือนคนตายทั้งเป็นอย่างที่ไหนกัน?
แล้วนึกถึงตัวเอง เมื่อปีนั้นตอบรับการอภิเษกกับลูกคนรองที่เป็นพระราชบุตรเขยแห่งตระกูลมินโฮไม่ใช่เพราะหลงใหลในความเป็นชายหรือ ไม่เคยคิดเลยว่าคนคนนั้นไม่เพียงแต่มีท่าทีอย่างท่ายชายผู้สูงศักดิ์ที่เจ้าชู้ ด้านในก็ช่างเจ้าชู้จริงๆ แม้ว่าเพื่อเห็นแก่หน้านางที่เป็นองค์หญิงเอกแล้วไม่แต่งนางสนมอีก แต่แม่บ้านหญิงรับใช้หรือไม่ว่าจะเป็นหญิงใดก็ตามที่มีเสน่ห์หน่อยที่อยู่หลังเรือนของจวนองค์หญิง ก็ไม่มีคนใดที่เขาจะไม่ร่วมหลับนอนด้วยเลย
“รีบไปเถอะ ร้อนจริงๆ เลย” ซือห้าวเฉินก็ขี้เกียจจะสนใจผู้หญิงพวกนี้ แต่ละคนวุ่นวายไปหมด
หมิงโร่ก็ไม่มีอะไรจะพูดคุยกับเสด็จพี่หญิงสี่เช่นกัน จึงพยักหน้าเป็นการนับว่ารับคำแล้ว แล้วก็จากไปพร้อมกับซือห้าวเฉิน
เป็นครั้งแรกที่จวิ้นจู่น้อยผู้นั้นไม่อยู่ในสายตาเช่นนี้ ก็เลยไม่มีความสุขขึ้นมาในทันใด: “เฮ้ ให้เจ้าเอาร่มมาให้ข้า หูหนวกหรือไง?”
ซือห้าวเฉินหันหลังกลับไปแล้วจ้องไปยังแม่นางน้อยที่อายุราวสิบเอ็ดสิบสองปีนั้นด้วยสายตาที่เย็นชา หมิงโร่ดึงแขนเสื้อของซือห้าวเฉินเอาไว้ แสดงความหมายออกมาอย่างชัดเจนมากว่าอย่าไปสนใจเด็กเลวนั่น
ซือห้าวเฉินคลำเอาเศษเงินออกมาก้อนหนึ่งแล้วดีดไปยังข้างเท้าของจวิ้นจู่น้อย: “อยากได้อะไรก็ไปซื้อเอาเอง ไม่มีคนสั่งสอนเจ้าบ้างหรือไง การพูดจาเยี่ยงนี้ช่างทำลายราชวงศ์ให้เสื่อมเสียบ้างไหม?”
ตั้งแต่เล็กจนโตจวิ้นจู่น้อยยังไม่เคยถูกใครอบรมเช่นนี้มาก่อนเลย หน้าทั้งหน้าเปลี่ยนจากสีแดงเป็นขาวไปเลย และจากสีขาวเป็นสีม่วง ถีบเศษเงินก้อนนั้นออกไปทันที แล้วกล่าวด้วยโทสะว่า: “เจ้าไล่ขอทานงั้นเหรอ!”
“ก็ยังนับว่ามีสติสัมปชัญญะอยู่บ้าง” ซือห้าวเฉินกล่าวออกมาด้วยเสียงเย็นชา
จวิ้นจู่น้อยถูกทำให้โมโหจนอยากจะบ้า ก็เลยจะเดินเข้ามาเอาเรื่อง องค์หญิงทราบดีว่าลูกสาวเอาเรื่องขึ้นมาก็ต้องอับอายขายขี้หน้าหนานหรงเป็นแน่ อย่าว่าแต่เสด็จแม่เลยแม้แต่เสด็จพ่อก็ต้องทรงกริ้วเช่นกัน ครั้งนี้เข้าวังก็เพื่อจะให้เสด็จแม่ออกหน้าให้ตนเอง
องค์หญิงสี่รีบดึงลูกสาวไว้แน่น แต่ปากก็ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด: “เป่าจูอายุยังน้อยไม่รู้ประสีประสาอะไร เสด็จน้องเก้าและองค์หยุนชินอ๋องก็อย่าถือสาเด็กน้อยเลย”
หมิงโร่กลอกตามองบน เด็กเลวทุกคนล้วนย่อมมีผู้ใหญ่ที่เป็นแบบเดียวกันทั้งนั้นนั่นแหละ ก็ขี้เกียจจะไปเสวนาด้วย คิดเพียงแต่ว่าอยากกลับไปขึ้นรถม้า ที่นี่มันร้อนเกินไปจริงๆ
“เด็กอายุสิบเอ็ดสิบสองที่ไม่รู้จักมารยาท ส่วนลึกของสมองน่าจะมีปัญหา จำเป็นจะต้องรีบหาทางตรวจรักษาโดยไว” ซือห้าวเฉินสีหน้าจริงจัง
องค์หญิงสี่อัดอั้นคำพูดอยู่ในลำคอ โมโหจนอยากจะตบตีเลย แต่เห็นว่าหยุนชินอ๋องสีหน้าจริงจัง นางก็ไม่กล้าที่จะก่อเรื่องอีก ไม่ว่าอย่างไรเสียเรื่องนี้ก็เป็นเป่าจูที่เป็นคนเริ่มเรื่องก่อน สายตาขององค์หญิงสี่ก้มลงสูดลมหายใจเข้าไปหลายเฮือกลึกๆ พอเพิ่งคิดได้ว่าจะตอบโต้อย่างไร เงยหน้าขึ้นมา แต่กลับเห็นว่าสองคนนั้นได้เดินจากไปไกลแล้ว
หยุนชินอ๋องกำลังประคองนางเก้าขึ้นรถพระที่นั่งอยู่ แม้ว่าจะห่างไกลเป็นอย่างมากทีเดียว แต่ยังสามารถเห็นท่าทางของชายรูปร่างสูงโปร่งดูอ่อนโยนอย่างเป็นที่สุด......
องค์หญิงสี่กระแอมออกมาอย่างโกรธเกลียดหนึ่งคำ จูงจวิ้นจู่น้อยก้าวเดินไปยังตำหนักหลวนเฟิง
“ท่านแม่ ข้าจะเอาร่มหยกไข่มุกนั้นน่ะ” จวิ้นจู่น้อยเขย่ามือขององค์หญิงสี่อยู่
“กลับไปจะซื้อให้เจ้า” องค์หญิงสี่ได้เพียงแต่รู้สึกว่าชะตาชีวิตของนางเก้าดีเกินไปหน่อย แต่งออกไปอย่างตามใจ แต่กลับอยากได้พระสวามีที่สง่างามมาก สวรรค์ไม่ทำร้ายคนที่ดิ้นรนหาหนทางในการเอาตัวรอดจริงๆ!
“ท่านบอกว่าก็จะไม่กลับไปอีกไม่ใช่เหรอ?”
“......” นั่นคือจวนองค์หญิงของนาง นางจะไม่กลับไปด้วยเหตุอันใดเล่า!
ในรถม้ามีถาดน้ำแข็งวางอยู่ พอเข้าไปก็รู้สึกได้ในทันทีว่าเย็นสบายไม่น้อยเลย หมิงโร่ค่อยๆ คืบคลานเข้าไปเอนพิงบนรถ
“เป็นอะไรไป?” ซือห้าวเฉินยื่นมือออกไปโอบหมิงโร่ไว้ ให้นางมาเอนกายพิงอยู่บนตัวของตน
“หัวหนักเกินไป คอก็ปวดเมื่อยไปหมด” โดยปกติบนหัวของหมิงโร่ได้เพียงแต่สวมปิ่นหรือไม่ก็เครื่องประดับติดผมเท่านั้น แน่นอนว่าไม่มีทางที่จะเคยชินกับน้ำหนักของชุดสวมศีรษะที่อยู่บนหัวในตอนนี้
“มานี่มา ข้าจะช่วยปลดเครื่องประดับลงมาให้”
“ดีเลย” หมิงโร่ยื่นหัวไปทันที
ซือห้าวเฉินปลดมุกประดับที่อยู่เต็มหัวลงมาด้วยความอดทน สุดท้ายก็เลยทำทรงผมพังให้หมดไปเลย แล้วเกล้าทรงก้นหอยขึ้นมาใหม่ จากนั้นปักปิ่นหยกขึ้นไปหนึ่งอัน
หมิงโร่สูดเอาอากาศที่ชื้นเข้าไป ภูเขาหนักอึ้งที่กดอยู่บนหัวในที่สุดก็เคลื่อนย้ายออกไปแล้ว
“ท่านพ่อจอมปลอมพูดอะไรกับเจ้าบ้าง?” หมิงโร่หยิบองุ่นหนึ่งพวงขึ้นมาแล้วดึงหนึ่งเม็ดยัดใส่เข้าไปในปาก น้ำผลไม้ที่หวานหอมก็แตกชุ่มเต็มปากและฟันไปหมด