ตอนที่ 23
บทที่ 397 แก่แต่ยังแข็งแกร่ง
October 28, 2026
หมิงโร่ใช้นิ้วคีบงูเสี่ยวชิงขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง แล้วสำรวจหางของมันอย่างละเอียด พบว่าปลายหางสีค่อนข้างเข้มกว่าลำตัวเล็กน้อย ส่องผ่านช่องว่างในแผ่นเกล็ดทะลุเข้าไปยังเห็นแสงสีเงินเป็นเส้นๆ ด้วย
ซือห้าวเฉินก็ตั้งหน้าตั้งตารอต่องูเขียวน้อยตัวนี้มาก ความเร็วและพละกำลังนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าดอกธนูเสียอีก อีกอย่างยังเป็นพิษหยุดชะงักไปชั่วขณะอีกด้วย ภรรยาไม่เป็นวรยุทธื อาวุธลับที่ปล่อยออกไปอย่างอัตโนมัติเช่นนี้หากใช้ขึ้นมาก็ถึงขั้นที่เรียกว่าสมบูรณ์แบบเลย
“หางนี้ของเจ้าไม่แข็ง แต่หัวกลับค่อนข้างแข็งนะ” หมิงโร่จิ้มไปที่หัวของงูเขียวน้อยครู่หนึ่ง “ต่อไปเจ้าก็ชื่อว่าเจ้าหัวเหล็กเถอะ”
งูเขียวน้อยส่ายหัวไปมาแสดงออกว่าปฏิเสธ
“ไม่ชอบเหรอ? งั้นก็เรียกเจ้าว่า ‘เจ้าเหล็ก’!” หมิงโร่ตัดสินใจด้วยความยินดีเช่นนี้ไปแล้ว
งูเขียวน้อยเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าอย่างไร้ซึ่งความเห็นใจ เจ้าเหล็กก็เจ้าเหล็กเหอะ ยังไงก็ดีกว่าหัวเหล็ก......มันก็ไม่ได้ดีกว่ากันไปเสียเท่าไรจริงๆ ......
หลังจากรับมื้อเย็นแล้ว หมิงโร่จับเอาเจ้าเหล็กออกมาจากใยกระเป๋าแขนเสื้อ คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า: “ท่านพ่อ นี่เป็นสัตว์เลี้ยงที่ข้าได้มาใหม่ ท่านช่วยข้าเลี้ยงสักสองสามวันก่อนนะ”
ในฐานะที่เป็นท่านพ่อที่ดีสุดประเสริฐ เหยียนยวนก็เลยรับคำไปตามธรรมชาติ: “ได้สิ”
“ท่านไปไหนก็ต้องพามันไปด้วย เจ้าเหล็กฉลาดมาก ไม่วิ่งเพ่นพ่านมั่วซั่วเป็นแน่” หมิงโร่วางงูเขียวน้อยลงบนฝ่ามือของเหยียนยวน
“พ่อรู้แล้วล่ะ” ในฐานะที่เหยียนยวนเป็นถึงกษัตริย์ เรื่องที่พบเจอมาต่างๆ นานา ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว
ก่อนหน้านั้นตอนที่โร่เอ๋อร์ถอนพิษให้ตน สิ่งที่ใช้น่าจะเป็นวิชาพิษกู่ งูตัวนี้ดูๆ ไปแล้วก็แสนรู้มาก เกรงว่าก็ไม่ใช่งูปกติทั่วไปอย่างแน่นอน ลูกรักจะต้องกลัวว่าตนจะมีอันตรายเป็นแน่ จึงให้เจ้าตัวเล็กนี่มาปกป้องตนเอาไว้ ลูกสาวแสนรักช่างดูใส่ใจเสียยิ่งกว่าลูกชายจริงเชียว!
งูเขียวน้อยบิดตัวไปมา มุดลงไปบนมือของเหยียนยวน ราวกับว่าเป็นปลอกแขนมรกตหนึ่งวง นี่ต่างหากที่เป็นรูปแบบในการที่มันใช้ติดต่อกับเจ้านายที่ถูกต้องน่ะ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเจ้านายใหม่ถึงไม่อนุญาตให้เข้าใกล้ตัว นายหญิงทิ้งนางเข้าไปในห้วงกาลเวลาตลอดเลย ทำให้มันเป็นเหมือนกับว่าผู้น่าสงสารตัวน้อยที่ถูกทอดทิ้งก็ไม่ปาน
“สำนักฝึกวิทยายุทธ์อยู่ที่ชานเมือง ไม่สามารถไปกลับได้ระยะเวลาเพียงหนึ่งวัน น่าจะต้องพักค้างคืนที่นั่น ที่นั่นใกล้กับภูเขาเจิ้นเซี่ย ตอนกลางคืนค่อนข้างเย็น อย่าลืมว่าต้องพกชุดที่หนาหน่อยไปด้วย” เหยียนยวนก็กำชับออกมาอีกว่า “ในภูเขาเจิ้นเซี่ยมีฝูงหมาป่า อย่าเข้าไปในเขา”
“อ่อ รับทราบ” หมิงโร่พยักหน้า
วันถัดมา ตอนที่หมิงโร่ขึ้นรถม้าอยู่ที่หน้าทางเข้าโรงเตี๊ยม เห็นเหยียนเจาไป๋ควบม้ามา ข้างกายยังคงมีฉางซานติดตามมาด้วยหนึ่งคน
“พี่ห้า ท่านถูกกักบริเวณไม่ใช่หรือ?” กลางวันแสกๆ แบบนี้ออกมาร่อนเร่จะดีจริงเหรอ
“วันนี้ท่านตาข้าและเฉินกั๋วกงประลองยุทธ์ เสด็จพ่ออนุญาตให้ข้าไปสำนักฝึกวิทยายุทธ์รับชมได้โดยเฉพาะเลย” เหยียนเจาไป๋เน้นไปยังคำว่าโดยเฉพาะสองพยางค์นี้อย่างหนักหน่วง
“อ่อ” งั้นดูไปแล้วท่านพ่อจอมปลอมก็น่าจะกำผลชนะไว้แล้ว ให้พี่ห้าของนางมาถูกตบหน้าในสถานที่จริงให้ขายขี้หน้า
ใบหน้านี้ต้องโดนตบแน่นอน สำหรับตอนสุดท้ายแล้วนั้นจะตบลงบนหน้าของใครนั้น งั้นก็ต้องดูตามความสามารถของแต่ละฝั่งแล้ว
วันนี้ฮ่องเต้เหวินพาคณะออกเดินทาง ดังนั้นไม่ว่าที่ใดที่ผ่านทั้งสองข้างทางก็จะถูกกางด้วยกระโจมสีเหลืองขวางเอาไว้ และด้านหน้ายังมีคนที่ล้างถนนให้สะอาดโดยเฉพาะด้วย ไม่ว่ารถม้าจะมากมายก็จะทำให้มีฝุ่นตลบไปไม่ได้
สำนักฝึกวิทยายุทธ์อยู่ที่ชานเมือง รถม้าวิ่งไปตามทางปกติ ราวๆ สองชั่วยามก็ถึงแล้ว
แต่บุตรแห่งสวรรค์ผู้ทรงเกียรตินั้นค่อนข้างเรื่องมาก ขบวนลากยาวมาก พักผ่อนระหว่างทางไปสองครั้ง ยังรับมื้อเที่ยงในที่พำนักของกษัตริย์ด้วย ใช้ระยะเวลาไปห้าชั่วยาม ตอนที่มาถึงสำนักฝึกวิทยายุทธ พระอาทิตย์ก็ใกล้จะตกแล้ว
สำนักฝึกวิทยายุทธ์ด้านนั้นได้ตระเตรียมกระโจมไว้นานแล้ว กระโจมใหญ่สีเหลืองอร่ามนั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางแน่นอนว่าเตรียมการไว้เพื่อฮ่องเต้เหวิน แม้ว่ากระโจมส่วนตัวของหยุนชินอ๋องจะไม่ได้อยู่ตรงกลาง แต่พื้นที่กลับไม่น้อยเลยทีเดียว เป็นการรวมตัวระหว่างกระโจมใหญ่หนึ่งกระโจมและกระโจมเล็กสองกระโจมเข้าด้วยกัน สาวรับใช้และองครักษ์ที่ติดตามมาต่างก็รอรับบัญชาอยู่ในที่ตรงนั้นแล้ว
ทางฝั่งของหมิงโร่ด้านนี้ก็เพิ่งจะเก็บข้าวของที่พกมาเสร็จ เหยียนเจาไป๋ก็เข้ามาหาบอกว่าจะพาซือห้าวเฉินไปทำความรู้จักในค่ายเสียหน่อย
“เจ้าอย่าออกไปเดินเพ่นพ่านคนเดียว รออยู่ในกระโจมให้ดีๆ” ซือห้าวเฉินส่งสายตาที่บ่งบอกว่าเจ้าก็รู้ว่าอะไรไปให้หมิงโร่
“วางใจไปเถอะ ข้าดูแลตัวเองได้” หมิงโร่หันหลังไปก็กำชับว่า “มีคนมาก็ให้บอกว่าวันนี้เร่งรีบเดินทางอ่อนเพลียไปหมด ข้าหลับไปแล้ว อาหารเย็นก็ไม่ต้องให้ส่งเข้ามา”