ตอนที่ 24
บทที่ 398 สายลับที่พลทหารตระกูลเฉินส่งมา
October 28, 2026
ชูเอ้อปลอมตัวเป็นท่านอ๋องเดิมทีก็ดูสบายๆ ไม่เครียดอะไร แต่เมื่อจะต้องอยู่ด้วยกันกับพระชายาจู่ๆ ก็มีแรงกดดันที่หนักอึ้งเท่าภูเขาขึ้นมา
หมิงโร่ให้ชูเอ้อเดินไปด้านหน้าก่อน ก่อนจะออกจากห้องยังทำมือบอกให้ซือห้าวเฉินสู้ๆ ด้วย ไหวพริบในการตีความของซือห้าวเฉินก็ดีเยี่ยมมาก จึงตอบกลับด้วยมือในท่าที่เหมือนกันโดยตรง
บนลานสำนักฝึกวิทยายุทธ์พื้นที่กว้างขวาง นอกจากพื้นที่ฝึกวิทยายุทธ์ที่เป็นพื้นเรียบทั้งผืนอยู่ด้านหน้าลานพลับพลาแล้ว รอบด้านยังมีก้อนหินที่ก่อกันเป็นภูเขาและป่าเล็กๆ น่าจะสามารถแสดงการฝึกระเบียบแถวได้หรือไม่ก็วิชาตัวเบือะไรพวกนี้
ลานพลับพลาสร้างอยู่บนครึ่งหนึ่งของไหล่เขาของก้อนเขาเล็กๆ แห่งหนึ่ง ความสูงก็ประมาณตึกสามชั้นได้ นั่งอยู่บนนั้นรับชมสถานการณ์เบื้องล่างของสำนักฝึกวิทยายุทธ์นับได้ว่าสุดลูกหูลูกตาเลย
ฮ่องเต้เหวินนั่งอยู่จุดกึ่งกลางของลานพลับพลา หยุนชินอ๋องถูกจัดเตรียมให้อยู่ในมุมอับสายตาจากฮ่องเต้เหวิน ด้านข้างอีกสองด้านก็คือองค์ชายสองสามคน ขุนนางใหญ่ระดับสูงในราชสำนัก ราชเลขากรมทหาร......แล้วก็ยังมีแม่ทัพใหญ่เจิ้นที่เป็นท่านปู่ขององค์ชายห้าและผู้ติดตามที่จะประลองยุทธ์ของเฉินกั๋วกงทั้งสองท่านนี้อีกด้วย
แม้ว่าแม่ทัพใหญ่เจิ้นจะอายุอานามมากแล้วก็ตาม แต่รูปร่างดูหนักแน่นและสูงตระหง่าน ใบหน้าอนุรักษนิยม สีผิวดำคล้ำ ดวงตาทั้งสองข้างเป็นประกาย นั่งอยู่ตรงนั้นค่อนข้างมีกลิ่นอายแห่งความกล้าหาญและยิ่งใหญ่แผ่ออกมา
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว รูปร่างของเฉินกั๋วกงค่อนข้างเล็กและผอม ศีรษะเหมือนกับลูกวอลนัทที่สอดไส้พุทรา หน้าผากและคางค่อนข้างแคบ หากไม่บอกว่าเขาเป็นท่านกั๋วกง มองแบบผิวเผินกลับคล้ายคลึงกับเถ้าแก่ที่เฉลียวฉลาดในร้านค้าก็ว่าได้
พอฮ่องเต้เหวินมีรับสั่งดังขึ้น การประลองยุทธ์ก็เริ่มขึ้น คนและม้าของทั้งสองฝ่ายก็กระจายออกมา
ตอนที่เริ่มขึ้นนั้นไม่เพียงแค่สองสามท่านที่ประทับอยู่ตรงนั้น แม้แต่หมิงโร่เองก็ทึ่งไปเช่นกัน พลทหารตระกูลเฉินนั้นมีลำดับขั้นตอนในการแปรขบวนมาก แค่มองก็รู้ว่ากำลังค่อยๆ สร้างค่ายกล พลทหารเรือก็ค่อนข้าง......อืม......ประหลาด ดูไม่ค่อยเป็นมืออาชีพเสียเลย เดาไม่ถูกว่ากำลังทำอะไร
ท่านแม่ทัพใหญ่เจิ้นดูจนมีรอยตีนกาขึ้นเป็นเส้นๆ ไม่นานก็ส่งสายตาเป็นการหยั่งเชิงถามไปยังเหยียนเจาไป๋ว่านี่น่ะหรือคือคนเก่งที่เจ้าเชื้อเชิญมา? หากทำเช่นนี้ไปอีกไม่ถึงสิบห้านาทีจะต้องถูกพลทหารตระกูลเฉินล้อมเอาไว้เป็นเกี๊ยวเป็นแน่! จ้ะอุ๋ย นี่กำลังทำอะไรน่ะ นั่นแค่ดูก็รู้ว่ามีกับดักอยู่นานแล้ว ยังจะเคลื่อนเข้าไปในนั้นอีก!
สุดท้ายท่านแม่ทัพใหญ่เจิ้นก็ไม่อยากจะดูแล้ว เขามั่นใจเลยว่าคนที่เหยียนเจาไป๋เชื้อเชิญมาในครั้งนี้รับรองว่าต้องเป็นสายลับที่พลทหารตระกูลเฉินส่งมาเป็นแน่แม้ว่าจะให้หลานคนโตที่ผอมแห้งขึ้นไปบัญชาการเปิดฉากมาก็ไม่ย่ำแย่เช่นนี้
ฮ่องเต้เหวินยิ่งมองก็ยิ่งพอใจ พลทหารเรือนี้ช่างไม่ชำนาญในการศึกทางบกอย่างที่คิดไว้จริงๆ แม้ว่าเขาเองไม่เคยบัญชาการทางการออกรบมาก่อนก็มองออก พลทหารเรือได้ถูกล้อมไว้หมดแล้ว ไม่เกินครึ่งชั่วยามทหารทั้งหมดก็จะต้องมอดม้วยหมดสิ้นเป็นแน่
เหยียนเจาไป๋ก็เริ่มเป็นกังวลตื่นเต้นเช่นกัน แต่ยิ่งดูไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่ายิ่งน่าสนใจ ชื่อเสียงเรียงนามที่ขึ้นชื่อว่าเทพสงครามบัวลอยงาดำนั้นย่อมไม่ใช่ชื่อที่โมเมขึ้นมาอย่างแน่นอน
หมิงโร่สวมผ้าคลุมหน้า ปรากฏออกมาเพียงดวงตาโตที่เปล่งประกายกลิ่นอายความกดดันคนออกมาหนึ่งคู่ นางเป็นคนที่สงบนิ่งที่สุดในฝั่งของข้า ที่สำคัญคือไม่ชำนาญในการนำทหารออกรบเลย อีกอย่างก็คือว่าหลงใสและมีความเชื่อมั่นต่อแฟนมาก
เฉินกั๋วกงมองดูพลทหารเรือที่ตกอยู่ในวงล้อมอย่างหนัก ในใจรู้สึกยินดีว่าพลทหารตระกูลเฉินชนะแน่นอน!
เฉินกั๋วกงลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางมั่นใจ กำลังจะรายงานต่อฮ่องเต้เหวิน: พลทหารเรือได้ถูกทหารของตระกูลเฉินไว้หมดแล้ว
การพลิกผันอย่างน่าตกใจเกิดขึ้นเพียงชั่วขณะ ตามคำสั่งของซือห้าวเฉิน พลทหารเรือที่เดิมทีตกอยู่ในวงล้อมของค่ายกลก็พลิกกลับมาสู้ในบัดดล การล้อมของพลทหารตระกูลเฉินค่อยๆ พังทลายไปทีละชั้นๆ และถูกกดดันเบียดออกมาจากดเนในอย่างไม่หยุด ค่ายกลหลงฝีเท้าที่น่าพิศวงนั้นเพียงแต่ไม่เป็นผลอีกทั้งยังพังทลายไปเองด้วย กำลังหลักของพลทหารตระกูลเฉินยังหลงอยู่ในค่ายกลนั้นอยู่เลย
มุมปากของเหยียนเจาไป๋อดไม่ได้ที่จะกระดกขึ้น คนที่วางค่ายกลเดิมทีก็คาดไม่ถึงว่าจะตกค่ายกลหลงทางที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นนั้นอย่างแน่นหนา บนโลกนี้ก็คงจะไม่มีเรื่องน่าขำยิ่งกว่านี้อีกแล้ว
การลุกขึ้นยืนของเฉินกั๋วกงในคราวนี้ก็กลายเป็นต้องนั่งลง ในจิตใจร้อนรุ่มหลายเท่า ค่ายกลหลงฝีเท้านี้มันเป็นไพ่ตายของพลทหารตระกูลเฉิน แม้ว่าจะต้องถูกปิดล้อมอยู่ในค่ายกลก็รู้ว่าจะพังทลายไปที่ไหนได้ ก็แค่พังทลายค่ายกลซะ มันจะต้องโง่เขลาถึงเพียงนี้เลยหรือ!
บุตรคนโตของเฉินกั๋วกงที่ติดอยู่ในค่ายกลนั้นหากรู้ความคิดเช่นนี้ของท่านพ่อเขา จะต้องโมโหจนอยากจะกระโดดขึ้นมา นี่ดูไปแล้วก็ยังเป็นค่ายกลหลงฝีเท้าที่เป็นของเดิม แต่ในนั้นกลับไม่เหมือนเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว จุดที่จะพังทลายได้สองสามจุดที่เขาคุ้นชินนั้น พอเลือกที่จะทลายออกไปก็กลับถูกซัดกลับมาอีกครั้ง เขาพบอย่างสิ้นหวังว่าค่ายกลหลงฝีเท้านี้ไม่มีจุดให้ทะลวงออกไปได้เลยอย่างคาดไม่ถึง!