ตอนที่ 25
บทที่ 399 ติดหนี้บุญคุณ
October 28, 2026
การประลองยุทธ์ครั้งนี้นับได้ว่าเป็นการเริ่มและจบลงอย่างรวดเร็ว เดิมทีต้องประลองไปจนถึงช่วงเที่ยง ผลลัพธ์คือเพิ่งจะผ่านช่วงสายไปก็จบสิ้นแล้ว เรื่องของการประลองยุทธ์ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ฮ่องเต้เหวินคิดเอาไว้เลยแม้แต่นิดเดียว เขาอารมณ์ไม่ดี กลับไปที่ค่ายพักด้วยหน้าตากลัดกลุ้ม
ตอนที่หมิงโร่และเหยียนเจาไป๋กลับไปถึงกระโจม ซือห้าวเฉินซ่อนชื่อและฝีมือของเขาไว้นานแล้วก็นั่งชงชาอยู่ที่ด้านหน้าโต๊ะอย่างเงียบๆ
เหยียนเจาไป๋กำหมัดและคำนับอย่างจริงจัง: “หนี้บุญคุณที่พลทหารเรือติดหยุนชินอ๋องไปในครั้งนี้ ต่อไปหากมีอะไรต้องการก็ขอให้เอ่ยปากได้ทุกเมื่อ”
“ตอนนี้มีเรื่องหนึ่งที่จ้เป็นจริงๆ จำเป็นต้องให้เจ้าชี้แนะสักหน่อย” ซือห้าวเฉินวางน้ำชาหนึ่งถ้วยลงตรงหน้าของเหยียนเจาไป๋ “เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่ไหนที่มีช่างที่มีฝีมือในการสร้างเรืออย่างชำนาญบ้าง?”
หนานหรงไม่เพียงแต่เป็นเมืองท่ามีเส้นทางเดินเรือที่ยาว ระหว่างจวนเมืองของแต่ละแคว้นก็แทบจะมีการเชื่อมต่อขนส่งทางน้ำทั้งนั้น ช่างที่มีฝีมือดีในการสร้างเรือย่อมมีเยอะมาก ที่สามารถสร้างเรือพักอาศัยได้สร้างเรือรบได้ก็มีเยอะเช่นกันอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่ก็จะทำงานอยู่ในราชกรมทหารหรือกรมโยธาธิการ แต่ที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ทางการรบนั้น ราชสำนักก็ควบคุมอย่างเข้มงวดมาก
“ท่านตาเคยมีการติดต่อไปมาหาสู่กับขุนนางส่วนพระองค์ที่อยู่ในฝ่ายคลังอาวุธ เรือรบเรือประจัญบานที่ทำมาจากไม้เถี่ยหนานนั้นก็เป็นเขาที่คอยควบคุมการสร้าง เพียงแต่ว่าหยูหลางจงออกจากตำแหน่งกลับบ้านเกิดไปแล้ว
อีกอย่างนิสัยจะแปลกๆ หน่อย ไม่ยอมที่จะออกจากเขามาช่วยเป็นแน่” เหยียนเจาไป๋นวดขมับไปมาเวียนหัวกับหยูหลางจงมาก
“ทุกคนล้วนมีสิ่งที่ต้องการ เขาต้องการอะไร?”
“ต้องการสิ่งแปลกใหม่ที่น่าสนุก......” นี่ก็คือจุดที่ทำให้เหยียนเจาไป๋รู้สึกว่าลำบากใจยิ่ง คนทั่วไปต่างห็อยากได้ยศถาบรรดาศักดิ์ทรัพย์สินเงินทองให้ลูกหลานอยู่กันเป็นสุข แต่หยูหลางจงชั่วชีวิตนี้มีเพียงลูกสาวสองคน ต่างก็แต่งออกไปหมดแล้ว นิสัยของเขาก็ประหลาดอีก ไม่สนิทชิดเชื้อกับพวกญาติสหายในตระกูลเลย
หลังจากออกจากราชสำนักไป ก็พาภรรยาไปอยู่ในสวน ทุกวันก็ปลูกพืช ตกปลา จัดเรียงของเล่นที่รกรุงรังพวกนั้นของเขา ท่านตาเชื้อเชิญเขาไปหลายครั้ง หวังว่าเขาจะช่วยพลทหารเรือปรับปรุงเรือรบได้ ให้ผลประโยชน์ที่มากมายแก่เขา หยูหลางจงก็ไม่สนใจสิ่งใดเลย
เหยียนเจาไป๋ก็เล่าอีกว่าท่านตาเปลืองแรงไปเยอะที่หาคนไปตามหาลูกบิดที่มีสิบสองเสามาเพื่อมอบให้เขาเป็นของขวัญ หยูหลางจงจึงออกแบบกระดานขึ้นลงให้เรือรบได้ ทำให้เครื่องยิงหินและอุปกรณ์อื่นๆ สะดวกต่อการใช้งาน
“ของที่แลกใหม่น่าสนุกเช่นนี้น่าจะไม่ยากนัก” หมิงโร่สนใจต่อของเล่นที่เชาวน์ปัญญามาตั้งแต่เล็กอยู่แล้ว ลูกบิดที่สร้างขึ้นมาแต่ละแบบ ห่วงเก้าชั้น ลูกบาศก์หลากหลายชนิดก็เล่นมาไม่น้อย คิดทำออกมาสักสองสามอันเท่าที่สมองจะจำได้ น่าจะไม่มีปัญหา “เสียดายที่เจ้าช่างหลู่ไม่อยู่ที่นี่......”
“เจ้าช่างหลู่อีกสองวันก็จะมาที่นี่” หลังจากที่ซือห้าวเฉินทำสัญญากับพ่อตาเปี้ยนหยีไว้แล้ว ก็ไม่ได้คิดว่าจะเอาไม้เถี่ยหนานที่ได้มาจากภูเขาเยี่ยนโหลวนั้นนำกลับไปยังตงเหิงเลย ทางด้านนี้มักจะมีพวกเรือคนต่างถิ่นมาทำการค้าอยู่บ่อยๆ พอพูดถึงการสร้างเรือก็ย่อมเป็นฝีมือของหนานหรงที่สูงกว่าเท่าตัวอยู่ดี
“รอเขามาแล้วทำของเล่นเชาวน์ปัญญาออกมาสักหน่อย ดูว่าจะสามารถรั้งใต้เท้าหยูท่านนั้นเอาไว้ได้หรือไม่” หมิงโร่ได้คิดแล้วว่าจะทำอะไรออกมาบ้าง
“ที่เด็กเล็กเล่นนั้นไม่ได้นะ ใต้เท้าหยู......” ความต้องการที่มีต่อของเล่นเด็กนั้นสูงมาก
“พี่ห้าวางใจได้ ข้ามีคิดไว้อย่างดีแล้ว”
“หา......” ได้ยินเพียงเสียงที่ตะโกนขึ้นอย่างประหลาดใจดังจากกระโจมด้านข้างเข้ามา ได้ยินแล้วก็เหมือนเสียงของจือเฉ่า
“เกิดอะไรขึ้น?” ซือห้าวเฉินถาม
ชูอีเข้ามารายงาน: “ในกระโจมของพวกนางจือเฉ่ามีงู เพียงแต่ว่าไม่ได้ทำร้ายคน”
“ฤดูร้อนในเขามีงูปรากฏออกมานั้นไม่ได้น่าแปลกอะไร คนในวังที่รับหน้าที่ปัดกวาดกระโจมค่ายนั้นน่าจะทำการป้องกันเอาไว้แล้วบ้าง เมื่อวานหลังจากเข้ามาพัก หมิงโร่ก็เอาผงยาที่ป้องกันงูและแมลงออกมาเยอะมาก ให้องครักษ์ลับสาดไปให้ทั่วรอบด้านกระโจม แม้แต่ที่นั่นของเหยียนเจาไป๋ก็ได้รับผลยาด้วยเช่นกัน
อีกอย่างที่นี่ยังมีหลิงหลงอยู่ด้วย งูนั่นช่างไม่ดูตาม้าตาเรือเสียจริงเชียว รีบมาเป็นอาหารให้เลย
“ข้าไปดูหน่อย”
หมิงโร่ลุกขึ้นจะเดินไป แต่กลับถูกซือห้าวเฉินดึงรั้งเอาไว้: “เจ้ากลัวงูไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่กลัวตาย” หมิงโร่ตอบด้วยความสงบนิ่ง
“......” ซือห้าวเฉินกระแอมเบาๆ ไปหนึ่งคำ “ให้องครักษ์ลับไปสำรวจดูก่อนค่อยไป”
“ให้หลิงหลงมาหายังจะเร็วซะยิ่งกว่า” หมิงโร่เดินออกจากกระโจมใหญ่ ซือห้าวเฉินก็เลยต้องตามมาด้วย