ตอนที่ 26
บทที่ 400 ดูถูกไอคิวของทุกคน
October 28, 2026
“พวกเจ้าตามสบาย ไม่ต้องสนใจข้า” หมิงโร่ยอมรับว่าตนไม่ใช่คนอารมณ์อ่อนไหว กระต่ายน่ารักขนาดนั้น แต่ก็อร่อยมากเช่นกัน “เพียงแต่อย่าเข้าไปทางที่ลึกเข้าไปในเขา ท่านพ่อบอกว่าในเขามีฝูงหมาป่า”
“ได้......” เหยียนเจาไป๋รู้สึกว่าก็ยังเป็นท่านพ่อที่แท้จริงที่น่าเชื่อถือมากกว่าบ้างอยู่ดี
สองสามคนออกมาจากป่าเล็กๆ แล้วก็เดินเข้าไปทางด้านเขาช่วงหนึ่ง ซือห้าวเฉินยิงถูกไก่ภูเขาสองตัว เหยียนเจาไป๋ห็ยังได้แค่กระต่ายหนึ่งตัวอีก ข้ามลำธารเล็กสายนี้ไป ป่าที่อยู่ด้านหน้าค่อนข้างลึกลับซับซ้อน ดูไปแล้วดำมืดสนิทไปหมด
ซือห้าวเฉินพบว่านังหนูดูตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อยจึงกล่าวอธิบายว่า: “ในป่าที่เป็นเช่นนี้จึงจะมีสัตว์ให้ล่าเยอะหน่อยยังไง”
พวกเขาเพิ่งจะเดินทางมาถึงด้านข้างป่าก็เห็นด้านหน้ามีคนกำลังเล็งธนูไปยังกวางตัวหนึ่งอย่างตรงจุด เหยียนเจาไป๋กลับยิงธนูใส่คนผู้นั้นไปหนึ่งดอกด้วยความเร็วราวสายฟ้าฟาด
เสียงดังขึ้นเปราะ กวางตกใจวิ่งหนีไปเลย ดอกธนูขนนกถูกธนูของเหยียนเจาไป๋ยิงตกลงบนพื้นไป ฉางซานรีบไล่ตามตำแหน่งที่ธนูขนนกยิงไปทางด้านนั้น ซือห้าวเฉินทำสัญลักษณ์มือให้องครักษ์ลับก็ตามไปเช่นกัน
องค์ชายรองเหยียนเจาข่ายเห็นธนูทั้งสองดอกปักลงบนดินเหนียว อึ้งไปครู่หนึ่งแล้วจึงดึงสติกลับมาได้: “ขอบคุณเสด็จน้องห้ามาก”
“เสด็จพี่รองเกรงใจไปแล้ว” เหยียนเจาไป๋ดึงธนูขนนกที่ถูกยิงให้ตกลงบนพื้นนั้นขึ้นมา บนปลายธนูนั้นมีสัญลักษณ์สีน้ำเงินอยู่สองจุด
หมิงโร่คารวะเสด็จพี่รองตามมารยาท เห็นว่าเหยียนเจาไป๋ยังจ้องมองธนูขนนกนั้นอยู่: พี่ห้า มีอะไรเหรอ?”
“นี่คือดอกธนูที่ใช้ในเฉพาะพลทหารเรือ” เหยียนเจาไป๋เอาธนูสองดอกเสียบเข้าไปในกระบอกเสียบธนู
“......” หมิงโร่ได้เพียงนึกถึงว่าต้องเป็นแผนการของท่านพ่อจอมปลอมที่แผนแรกไม่สำเร็จ อยากจะใส่ร้ายพลทหารเรือว่าลอบสังหารองค์ชาย แต่วิธีการนี้มันช่างต่ำช้าไปหน่อยนะ ใช้เครื่องหมายที่ธนูเป็นหลักฐาน การมีช่องโหว่ที่เห็นได้ชัดเช่นนี้ก็ดูถูกไอคิวของทุกคนมากไปหรือเปล่า?
“แน่นอนว่าต้องมีคนพยายามจะใส่ร้าย ข้าเชื่อว่าท่านแม่ทัพเจินไม่มีทางทำร้ายข้า” ตอนนี้หลังของเหยียนเจาข่ายก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อที่เย็นเยือกจากความหวาดกลัว ตนนั้นเป็นคนที่ถ่อมตัวมาโดยตลอด คิดไม่ถึงว่ายังจะอยู่ในสายตาของคนอื่นอีกงั้นหรือ?
“ขอบคุณเสด็จพี่รองที่เชื่อท่านตา” เหยียนเจาไป๋พลิกตัวขึ้นม้าไป
“ไปจากที่นี่ก่อนเถอะ ในป่าง่ายที่จะเจอกับดัก เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย” ซือห้าวเฉินกล่าวเตือน
“ใช่ๆ ไปจากที่นี่ก่อนค่อยว่ากันเถอะ” เหยียนเจาข่ายออกมาจากในป่า
คนหนึ่งกลุ่มมาถึงลำธารเล็กที่พวกเขาผ่านมาเมื่อครู่อย่างรวดเร็ว
“องครักษ์ของเสด็จพี่รองล่ะ? ทำไมจึงมีท่านแค่คนเดียว?” หมิงโร่จำได้ว่าเมื่อครู่ตอนเข้ามามในป่า แต่ละคนอย่างน้อยจะมีองครักษ์ติดตามมาด้วยสองนาย
“เมื่อครู่ไล่กวางนั่นเข้ามาในป่า ข้ากลัวว่าคนเยอะจะทำให้สัตว์ป่าตกใจได้ ก็เลยให้พวกเขารออยู่ด้านนอก” เหยียนเจาข่ายจึงนึกถึงองครักษ์ของตนได้เมื่อผ่านการกล่าวเตือนจากหมิงโร่ มีเสียงส่งสัญญาณยิงขึ้นไปบนท้องฟ้าหนึ่งเสียง ผ่านไปชั่วครู่ก้ได้ยินเสียงควบม้ามาทางด้านนี้
องครักษ์สี่นางของเหยียนเจาข่ายก็มารวมตัวกับเขาทางด้านนี้ ฉางซานก็มายังที่นี่เช่นกัน ด้านหลังม้ายังแบกคนชุดดำไว้หนึ่งคน
พอหมิงโร่เห็นคนนั้นที่ท่าทางมือไม้อ่อนแรงหมดสติไปอย่างไม่รู้สึกตัว ก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็นฝีมือขององครักษ์ลับของซือห้าวเฉิน ยานี้เป็นยาที่นางสกัดเองกับมือ ฤทธิ์ยารุนแรงมาก รับประกันได้ว่าคู่ต่อสู้ยังไม่ทันได้ปลิดชีพตนก็หมดสติไปเสียก่อนแล้ว
“กลับไปที่ค่ายก่อนค่อยไต่สวนเถอะ?” เหยียนเจาไป๋ถามความเห็นของเหยียนเจาข่าย
คนร้ายเป็นคนของเหยียนเจาไป๋ที่จับได้ เหยียนเจาข่ายยังไงก็ไม่มีข้อโต้แย้งอยู่แล้ว ทุกคนรีบไปทางค่ายพร้อมกัน
เพิ่งกลับมาถึงค่ายเหยียนเจาไป๋และเหยียนเจาข่ายยังไม่ทันได้ไปไต่สวนคนร้ายเลย ก็มีคนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งรีบเร่งกลับมาถึงที่ค่ายอีก เป็นองค์ชายแปดที่ถูกธนูยิงเข้าที่สะบักหัวไหล่ไปหนึ่งดอกที่ห้อมล้อมไปด้วยคน บนธนูนั้นก็มีสัฐลักษณ์สีน้ำเงินสองจุดเช่นกัน
องครักษ์ของเหยียนเจาชิ่งพลางปกป้องเขาให้ไปทางกระโจมของเขา และก็พลางไปหาหมอหลวงด้วยท่าทางเอาเรื่องเพื่อมาดูอาการบาดเจ็บให้องค์ชายแปด
“หยึย” หมิงโร่เห็นตำแหน่งที่ถูกธนูแทงตรงนั้นแล้วก็รู้สึกเจ็บปวด
ที่สำคัญก็คือคราบเลือดสีดำที่เลอะอยู่บนเสื้อ บนธนูน่าจะอาบยาพิษ: “พี่ห้า ธนูดอกนั้นที่ท่านเก็บมาได้ขอข้าดูหน่อย”
เหยียนเจาไป๋ล้วงเอาธนูเล่มนั้นที่ใส่อยู่ในกระบอกธนูส่งข้ามมือมา ซือห้าวเฉินใช้ผ้าเช็ดหน้าห่อไว้หนึ่งั้นก่อนแล้วจึงให้หมิงโร่
เหยียนเจาไป๋เริ่มตั้งข้อสังเกตกับตัวเองว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมารู้สึกว่าตรเองเป็นคนที่ค่อนข้างละเอียดแล้ว ทำไมเมื่อมาเทียบกับบัวลอยงาดำนี้แล้วจึงหยาบกระด้างอย่างไม่มีทางดำรงอยู่ได้เลย?