ตอนที่ 44
บทที่ 418 ทำตัวเป็นหญิงสาวสวยสงบเสงี่ยม
October 28, 2026
หมิงโร่เลิกคิ้ว นี่ตนเองกำลังเป็นเป้ากระสุนปืนแล้ว
"《พิธีการระเบียบแบบแผน》กล่าวว่า 'ผู้หญิงต้องเชื่อฟังสามอย่าง' ไม่ทำอะไรผิดแบบแผน หากยังไม่แต่งานต้องเชื่อฟังพ่อแม่ เมื่อแต่งงานต้องเชื่อฟังสามี หากสามีตายแล้วต้องเชื่อฟังลูก'
สามีให้ทำอะไรภรรยาก็ทำอะไร นางสนมเชื่อฟังคำสั่งก็พอ อย่างอื่นทำเหมือนไม่รู้ " ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญการปัดความรับผิดชอบ
หมิงโร่คิดในใจ พวกเจ้าทั้งสองอยากกัดก็กัดกันไป ไม่ต้องมารบกวนข้าที่ทำตัวเป็นหญิงสาวสวยที่สงบเสงี่ยมอยู่
"......."เสิ่นไท่เฟยรู้สึกจุกที่อกอีกครั้งแล้วจ้องมองนาง เหยียนหมิงโร่เป็นอะไรไป เมื่อก่อนไม่กล้าขึ้นเสียง ไม่กล้าเถียงไม่ใช่เหรอ?
"หากไท่เฟยไม่มีธุระอะไรก็รีบพักผ่อนเถอะ" ซือห้าวเฉินแสดงออกอย่างชัดเจนว่าขี้เกียจคุยกับเสิ่นไท่เฟยแล้ว
เสิ่นไท่เฟยยังไม่ได้พูดสิ่งที่ต้องการเลย จะพักผ่อนได้อย่างไรกัน "เฉินเอ๋อ ปี้ฉือเป็นผู้น้องเจ้า ไม่ว่าอย่างไรก็น่าจะดูแลกันบ้าง วันนี้นางกลับมากินเลี้ยงกับครอบครัว ทำไม่เจ้าไม่สนใจอะไรเลย......"
"ไท่เฟยน่าจะรู้ดีว่า ฝ่าบาทองค์ปัจจุบันเกรงกลัวเหล่าองค์ชายกับขุนนางผู้มีอำนาจสังสรรค์แล้วหาผลประโยชน์ใส่ตัว หากไท่เฟยหวังดีกับผู้พี่ ต่อไปหลีกเลี่ยงไม่ให้หลี่อ๋องทั้งคู่มาที่จวนน่าจะเป็นการกระทำที่ฉลาดกว่า" ซือห้าวเฉินคิดว่าเสิ่นไท่เฟยไม่ใช่กำลังสับสน แต่คิดว่าจะหลอกเขาได้ง่ายๆ
"ถึงแม้ฮ่องเต้จะเป็นคนเแบบนั้น แต่เจ้าก็ต้องคิดถึงอนาคต เจ้าไม่ทำตัวสนิทใคร ถึงตอนที่ฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นบัลลังก์ก็จะทำให้เจ้าสูญเสียสถานะและผลประโยชน์" เสิ่นไท่เฟยอยากเกลี่ยกล่อมซือห้าวเฉิน ให้เขาช่วยให้หลี่อ๋องได้สืบทอดบัลลังก์
"ถึงแม้ฮ่องเต้อายุไม่น้อยแล้ว แต่ก็ยังสามารถนั่งบนบัลลังก์ได้อีกสิบปีหรือแปดปี ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้จะสวรรคต ข้าก็ต้องสนับสนุนมกุฎราชกุมารให้ขึ้นครองบัลลังก์อยู่แล้ว ยังจะต้องวางแผนอะไรอีก?" ซือห้าวเฉินพูดไม่พอใจ พูดว่าฮ่องเต้สวรรคตไม่รู้สึกสักนิดว่าเป็นคำพูดที่ไม่เหมาะ
"ตำแหน่งองค์รัชทายาทเป็นตำแหน่งที่ดูดี หากเจ้าสนับสนุนหลี่อ๋อง เป็นที่พึ่งในอนาคต" เสิ่นไท่เฟยเห็นว่าเดิมใบหน้าสงบของหมิงโร่มีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้น ยังคิดว่าหมิงโร่เห็นด้วยกับความคิดของนาง จึงปล่อยวางความทุกข์ในอดีตไป แล้วกระซิบเสียงแผ่วเบา "หงสาเจ้าว่าคำพูดของเสด็จแม่มีเหตุผลไหม?"
หมิงโร่รู้สึกกังวลกับการมองคนไม่ออกของนาง เจ้ามีทักษะแค่นี้ คิดจะมาพูดเกลี้ยกล่อมซือห้าวเฉิน กลับไปฝึกอีกหนึ่งร้อยปีค่อยมาแล้วกัน
หมิงโร่อยากสวนคำพูดของเสิ่นไท่เฟย มีแต่จะทำให้ไอคิวตัวเองลดลง จึงยังคงรักษาหน้ายิ้มแย้มและสงบเสงี่ยม แล้วอยู่เงียบๆ
“เจ้าพูดซิ!” ความเงียบของหมิงโร่ทำให้เสิ่นไท่เฟยไม่มีความสุข ก็มีปี้ฉือนั้นแหล่ะที่เข้าใจนาง
“ข้าเป็นเพียงผู้หญิงต่างแดน ไม่รู้งานราชการไม่กล้าแสดงความคิดเห็น” หมิงโร่เห็นทีท่าเสิ่นไท่เฟยแล้วว่านางต้องไม่ลดละที่อยากได้คำตอบ “ ‘จากเป็นคนที่มีความดีความชอบ กลับต้องถูกทอดทิ้ง พอหมดประโยชน์ก็ถูกทอดทิ้ง’ สำนวนโบราณนี้เคยได้ยินไหม
หมิงโร่ตนเองได้พูดอย่างสละสลวยแล้ว องค์ชายห้าดูแล้วเหมือนคนชอบสร้างเรื่องให้ผู้อื่น หากว่าฉือห้าวเฉินอยากเปลี่ยนฮ่องเต้ ก็ไม่น่าจะเลือกเขา
“เจ้าจะรู้อะไร!” เสิ่นไท่เฟยโกรธจัด เหยียนหมิงโร่ช่างเป็นไม่มองการณ์ไกลเลย ไม่เข้าใจว่าเจ้าลูกชั่วทำไมถึงชอบนาง
"อยากให้ข้าสนับสนุนเจ้าห้าให้ขึ้นครองราชย์" ซือห้าวเฉินยิ้มอย่างเยือกเย็น "อาศัยว่าเสด็จแม่เขาเป็นนางรำ หรืออาศัยที่ว่าเขาเป็นคนที่ป่วยบ่อย?
ไท่เฟยกับเจ้าห้าวางแผนอยากเป็นกษัตริย์ ก่อนจะทำแบบนั้นควรวางแผนการมีลูกก่อน ไม่อย่างนั้น 'หากมีบุตรยาก' ก็จะถูกองค์ชายคนอื่นบีบบังคับให้ลงจากบัลลังก์"
"ความหมายของเจ้าคือ หากองค์ชายห้ามีทยาท เจ้าก็จะสนับสนุนเขาใช่ไหม?" เสิ่นไท่เฟยคิดว่าเรื่องมีบุตรทำได้ หากปี้ฉือเกิดบุตรชายคนแรก ก็จะได้ครองตำแหน่งฮองเฮา
เสิ่นไท่เฟยทำให้หมิงโร่ขำ ช่างมีวงจรสมองที่แปลกจริงๆ!